คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8621/2553 ฉบับเต็ม

#503263
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8621/2553 พนักงานอัยการประจำศาลแขวงนนทบุรี โจทก์ นางอุบลพรรณหรือปารณีย์ ทวีบูรณ์ทองเลิศ จำเลย ป.อ. มาตรา 146 ป.วิ.อ. มาตรา 158 (5) โจทก์บรรยายฟ้องว่า "...จำเลย...ไม่มีสิทธิใช้คำนำหน้านามของตนเองว่าคุณหญิง ได้บังอาจแสดงตัวอวดอ้าง... ว่าตนเองเป็นคุณหญิงได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ทั้งนี้เพื่อให้บุคคลอื่นหลงเชื่อ..." เป็นการบรรยายให้เห็นว่าจำเลยไม่มีสิทธิใช้คำนำหน้าชื่อตนเองว่าคุณหญิงซึ่งเป็นสิ่งที่หมายถึงเครื่องราชอิสริยาภรณ์ และกระทำการเช่นนั้นเพื่อให้บุคคลอื่นหลงเชื่อว่าตนมีสิทธิ ครบองค์ประกอบความผิดตาม ป.อ. มาตรา 146 แล้ว จำเลยแต่งกายประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ซึ่งตนไม่มีสิทธิแล้วถ่ายรูปไว้ถือได้ว่าจำเลยเป็นผู้ไม่มีสิทธิใช้เครื่องราชอิสริยาภรณ์กระทำเช่นนั้นแล้ว ส่วนเพื่อให้บุคคลอื่นเชื่อว่าตนมีสิทธิหรือไม่เป็นเจตนาภายในจิตใจของจำเลย การที่จำเลยถ่ายรูปขนาด 20 นิ้ว คูณ 24 นิ้ว ติดไว้ในห้องรับแขกซึ่งไม่ใช่ที่ลับ แสดงว่าประสงค์ให้ผู้อื่นมาเห็นและต้องการให้ผู้อื่นเชื่อว่ามีสิทธิใช้เครื่องราชอิสริยาภรณ์ตามรูปถ่ายดังกล่าวจึงเป็นความผิดตามมาตรา 146 ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 146, 33 และริบภาพถ่ายของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 146 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดกฎหมายบทเดียวแต่หลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำคุกกระทงละ 3 เดือน ปรับกระทงละ 1,500 บาท รวม 2 กระทง จำคุก 6 เดือน ปรับ 3,000 บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้รับโทษจำคุกมาก่อน ทั้งการกระทำของจำเลยมิได้กระทบกระเทือนต่อความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของสังคมส่วนรวมสมควรให้โอกาสจำเลยกลับตัวเป็นพลเมืองดีต่อไป โทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษไว้เป็นเวลา 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ริบของกลาง โจทก์อุทธรณ์ โดยอธิบดีอัยการฝ่ายคดีศาลสูงเขต 1 ซึ่งอัยการสูงสุดได้มอบหมายรับรองให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 146 อีกกระทงหนึ่งรวม 3 กระทง ให้ลงโทษจำคุกจำเลยกระทงละ 2 เดือน รวมจำคุก 6 เดือน ให้ยกโทษปรับ และไม่รอการลงโทษให้จำเลยนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ได้บรรยายว่า ".........................จำเลย...............ไม่มีสิทธิใช้คำนำหน้านามของตนเองว่าคุณหญิงได้บังอาจแสดงตนอวดอ้าง..................ว่าตนเองเป็นคุณหญิงได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ทั้งนี้เพื่อให้บุคคลอื่นหลงเชื่อ............." นั้น เป็นการบรรยายให้เห็นว่าจำเลยไม่มีสิทธิใช้คำนำหน้าชื่อตนเองว่าคุณหญิงซึ่งเป็นสิ่งที่หมายถึงเครื่องราชอิสริยาภรณ์ และกระทำการเช่นนั้นเพื่อให้บุคคลอื่นหลงเชื่อว่าตนมีสิทธิ ครบองค์ประกอบของความผิดตาม มาตรา 146 แล้ว การที่จำเลยแต่งกายประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ซึ่งตนไม่มีสิทธิใช้แล้วถ่ายภาพถือได้ว่าจำเลยเป็นผู้ไม่มีสิทธิใช้เครื่องราชอิสริยาภรณ์กระทำการเช่นนั้น ส่วนการกระทำการเพื่อให้บุคคลอื่นเชื่อว่าตนมีสิทธิหรือไม่นั้นเป็นเจตนาภายในจิตใจของจำเลย การที่จำเลยถ่ายรูปตนเองประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์เป็นรูปขนาดใหญ่ขนาด 20 นิ้ว x 24 นิ้ว ติดไว้ในห้องรับแขกของจำเลย ซึ่งก็ปรากฏว่ามิใช่ที่ลับ แสดงว่าจำเลยประสงค์ให้ผู้อื่นมาเห็นภาพดังกล่าว การกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามฟ้อง พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ปรับจำเลยอีกสถานหนึ่งกระทงละ 1,500 บาท รวมปรับ 4,500 บาท โทษจำคุกให้รอไว้มีกำหนด 1 ปี และให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุก 3 เดือน ระหว่าง 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 (จักร อุตตโม-สิทธิชัย พรหมศร-บุญมี ฐิตะศิริ) ศาลแขวงนนทบุรี - นายจีรวงศ์ เชาวน์วรนันท์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายวิรุฬห์ แสงเทียน แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.5600/2549 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ673/2546 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ883/2548 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
503263
courts
[
    {
        "court": "ศาลแขวงนนทบุรี",
        "judge": "นายจีรวงศ์ เชาวน์วรนันท์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 1",
        "judge": "นายวิรุฬห์ แสงเทียน"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081994369"
    }
}
date
2553
deka_no
8621/2553
deka_running_no
8621
deka_year
2553
department
แผนก
judges
[
    "จักร อุตตโม",
    "สิทธิชัย พรหมศร",
    "บุญมี ฐิตะศิริ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 146"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 158 (5)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการประจำศาลแขวงนนทบุรี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางอุบลพรรณหรือปารณีย์ ทวีบูรณ์ทองเลิศ"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 146, 33 และริบภาพถ่ายของกลาง

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 146 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดกฎหมายบทเดียวแต่หลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำคุกกระทงละ 3 เดือน ปรับกระทงละ 1,500 บาท รวม 2 กระทง จำคุก 6 เดือน ปรับ 3,000 บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้รับโทษจำคุกมาก่อน ทั้งการกระทำของจำเลยมิได้กระทบกระเทือนต่อความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของสังคมส่วนรวมสมควรให้โอกาสจำเลยกลับตัวเป็นพลเมืองดีต่อไป โทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษไว้เป็นเวลา 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ริบของกลาง

โจทก์อุทธรณ์ โดยอธิบดีอัยการฝ่ายคดีศาลสูงเขต 1 ซึ่งอัยการสูงสุดได้มอบหมายรับรองให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 146 อีกกระทงหนึ่งรวม 3 กระทง ให้ลงโทษจำคุกจำเลยกระทงละ 2 เดือน รวมจำคุก 6 เดือน ให้ยกโทษปรับ และไม่รอการลงโทษให้จำเลยนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ได้บรรยายว่า ".........................จำเลย...............ไม่มีสิทธิใช้คำนำหน้านามของตนเองว่าคุณหญิงได้บังอาจแสดงตนอวดอ้าง..................ว่าตนเองเป็นคุณหญิงได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ทั้งนี้เพื่อให้บุคคลอื่นหลงเชื่อ............." นั้น เป็นการบรรยายให้เห็นว่าจำเลยไม่มีสิทธิใช้คำนำหน้าชื่อตนเองว่าคุณหญิงซึ่งเป็นสิ่งที่หมายถึงเครื่องราชอิสริยาภรณ์ และกระทำการเช่นนั้นเพื่อให้บุคคลอื่นหลงเชื่อว่าตนมีสิทธิ ครบองค์ประกอบของความผิดตาม มาตรา 146 แล้ว การที่จำเลยแต่งกายประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ซึ่งตนไม่มีสิทธิใช้แล้วถ่ายภาพถือได้ว่าจำเลยเป็นผู้ไม่มีสิทธิใช้เครื่องราชอิสริยาภรณ์กระทำการเช่นนั้น ส่วนการกระทำการเพื่อให้บุคคลอื่นเชื่อว่าตนมีสิทธิหรือไม่นั้นเป็นเจตนาภายในจิตใจของจำเลย การที่จำเลยถ่ายรูปตนเองประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์เป็นรูปขนาดใหญ่ขนาด 20 นิ้ว x 24 นิ้ว ติดไว้ในห้องรับแขกของจำเลย ซึ่งก็ปรากฏว่ามิใช่ที่ลับ แสดงว่าจำเลยประสงค์ให้ผู้อื่นมาเห็นภาพดังกล่าว การกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามฟ้อง

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ปรับจำเลยอีกสถานหนึ่งกระทงละ 1,500 บาท รวมปรับ 4,500 บาท โทษจำคุกให้รอไว้มีกำหนด 1 ปี และให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุก 3 เดือน ระหว่าง 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1
opensearch_id
primary_black_case_no
อ673/2546
primary_red_case_no
อ883/2548
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000485.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.5600/2549
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2553