คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9141/2553 ฉบับเต็ม

#503267
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9141/2553 พนักงานอัยการจังหวัดขอนแก่น โจทก์ นางสุนีพร พิมลลักขณากุลหรือพิมลรัตนกุล จำเลย ป.อ. มาตรา 188 ผู้เสียหายมอบอำนาจให้ ป. ไปดำเนินการออกโฉนดที่ดินแทนผู้เสียหายการที่จำเลยยึดหน่วงโฉนดที่ดินของผู้เสียหายไว้ สืบเนื่องมาจาก ป. กู้ยืมเงินจากจำเลยเพื่อนำไปเป็นค่าใช้จ่ายในการออกโฉนดให้แก่ผู้เสียหาย โดย ป. จะได้รับค่าจ้างเป็นการตอบแทนหลังจากได้รับโฉนดที่ดินแล้ว และ ป. นำโฉนดที่ดินให้จำเลยยึดถือไว้เป็นประกัน อีกทั้ง ป. มิได้เป็นญาติหรือมีผลประโยชน์เกี่ยวข้องอันใดกับผู้เสียหายในการที่จะดำเนินการรังวัดออกโฉนดให้ผู้เสียหายโดยไม่คิดค่าตอบแทน และผู้เสียหายก็ยอมรับว่า ป. แจ้งว่านำโฉนดที่ดินไปให้ไว้กับจำเลย หากผู้เสียหายชำระเงินจำนวน 700,000 บาท จะนำโฉนดที่ดินมาคืนให้ และจำเลยยังได้โทรศัพท์มาหาผู้เสียหายให้ผู้เสียหายชำระเงินคืนให้ พฤติการณ์มีเหตุอันสมควรทำให้จำเลยเข้าใจว่า ป. มีสิทธิได้รับค่าใช้จ่ายจากผู้เสียหาย เมื่อ ป. ตกลงให้จำเลยรับเงินจากผู้เสียหายแทนโดยมอบโฉนดที่ดินแก่ผู้เสียหายจนกว่าผู้เสียหายจะชำระค่าใช้จ่ายในการออกโฉนดที่ดินให้ก่อนนั้น จำเลยจึงขาดเจตนากระทำความผิด ตาม ป.อ. มาตรา 188 ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 188, 83 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 188, 83 จำคุก 2 ปี และปรับ 9,000 บาท ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสาม คงจำคุก 1 ปี 4 เดือน และปรับ 6,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี กับให้คุมความประพฤติจำเลยไว้มีกำหนด 1 ปี โดยให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 4 เดือน ต่อครั้ง ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า แม้ผู้เสียหายจะไม่มีนิติสัมพันธ์ใด ๆ กับจำเลยผู้เสียหายคงมีนิติสัมพันธ์กับนางปัณฑารีย์ เนื่องจากผู้เสียหายมอบอำนาจให้นางปัณฑารีย์ไปดำเนินการออกโฉนดที่ดินแทนผู้เสียหายตามที่โจทก์ฎีกา แต่การที่จำเลยยึดหน่วงโฉนดที่ดินทั้ง 3 ฉบับ ของผู้เสียหายไว้ สืบเนื่องมาจากนางปัณฑารีย์กู้ยืมเงินจากจำเลย โดยจำเลยเบิกความว่านางปัณฑารีย์กู้ยืมจากจำเลยเพื่อนำไปเป็นค่าใช้จ่ายในการออกโฉนดที่ดินให้แก่ผู้เสียหาย โดยจะได้รับเงินค่าจ้างเป็นการตอบแทนหลังจากได้รับโฉนดที่ดินแล้ว มีการทำสัญญากู้ยืมเงินระหว่างนางปัณฑารีย์และจำเลยลงวันที่ 19 มีนาคม 2541 โดยนางปัณฑารีย์นำโฉนดที่ดินทั้ง 3 ฉบับ ให้จำเลยยึดถือไว้เป็นประกันตามสัญญากู้เงินตามกฎหมายใหม่ ทั้งข้อเท็จจริงยังได้ความว่านางปัณฑารีย์มิได้เป็นญาติหรือมีผลประโยชน์เกี่ยวข้องอันใดกับผู้เสียหายในการที่จะดำเนินการรังวัดออกโฉนดที่ดินให้แก่ผู้เสียหายโดยไม่คิดค่าตอบแทน ดังนั้น แม้ผู้เสียหายจะเบิกความว่าไม่เคยตกลงเรื่องค่าใช้จ่ายในการดำเนินการขอออกโฉนดที่ดินกับนางปัณฑารีย์ แต่ผู้เสียหายก็เบิกความด้วยว่านางปัณฑารีย์แจ้งว่านำโฉนดที่ดินทั้ง 3 ฉบับ ไปให้ไว้กับจำเลย หากผู้เสียหายชำระเงินจำนวน 700,000 บาท จะนำโฉนดที่ดินมาคืนให้ และจำเลยยังได้โทรศัพท์มาหาผู้เสียหายให้ผู้เสียหายชำระเงิน ตามพฤติการณ์ดังกล่าวมีเหตุอันสมควรที่ทำให้จำเลยเข้าใจว่านางปัณฑารีย์มีสิทธิได้รับค่าใช้จ่ายจากผู้เสียหายในการไปขอออกโฉนดที่ดินให้แก่ผู้เสียหาย เมื่อนางปัณฑารีย์ตกลงให้จำเลยเป็นผู้รับเงินจากผู้เสียหายแทนโดยมอบโฉนดที่ดินทั้ง 3 ฉบับ ให้จำเลยยึดถือไว้ การที่จำเลยไม่คืนโฉนดที่ดินทั้ง 3 ฉบับ ให้แก่ผู้เสียหายจนกว่าผู้เสียหายจะชำระค่าใช้จ่ายในการออกโฉนดที่ดินทั้ง 3 ฉบับให้ก่อนนั้น จึงเป็นเรื่องที่จำเลยขาดเจตนาในการกระทำความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 188 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (สุริยง ลิ้มสถิรานันท์-สนอง เล่าศรีวรกต-ประทีป ดุลพินิจธรรมา) ศาลจังหวัดขอนแก่น - นายสมยศ ไขประพาย ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นายประมวญ รักศิลธรรม แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.681/2549 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ1830/2542 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ2260/2545 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
503267
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดขอนแก่น",
        "judge": "นายสมยศ ไขประพาย"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 4",
        "judge": "นายประมวญ รักศิลธรรม"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081994140"
    }
}
date
2553
deka_no
9141/2553
deka_running_no
9141
deka_year
2553
department
แผนก
judges
[
    "สุริยง ลิ้มสถิรานันท์",
    "สนอง เล่าศรีวรกต",
    "ประทีป ดุลพินิจธรรมา"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 188"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดขอนแก่น"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสุนีพร พิมลลักขณากุลหรือพิมลรัตนกุล"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 188, 83

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 188, 83 จำคุก 2 ปี และปรับ 9,000 บาท ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสาม คงจำคุก 1 ปี 4 เดือน และปรับ 6,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี กับให้คุมความประพฤติจำเลยไว้มีกำหนด 1 ปี โดยให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 4 เดือน ต่อครั้ง ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษากลับให้ยกฟ้อง

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า แม้ผู้เสียหายจะไม่มีนิติสัมพันธ์ใด ๆ กับจำเลยผู้เสียหายคงมีนิติสัมพันธ์กับนางปัณฑารีย์ เนื่องจากผู้เสียหายมอบอำนาจให้นางปัณฑารีย์ไปดำเนินการออกโฉนดที่ดินแทนผู้เสียหายตามที่โจทก์ฎีกา แต่การที่จำเลยยึดหน่วงโฉนดที่ดินทั้ง 3 ฉบับ ของผู้เสียหายไว้ สืบเนื่องมาจากนางปัณฑารีย์กู้ยืมเงินจากจำเลย โดยจำเลยเบิกความว่านางปัณฑารีย์กู้ยืมจากจำเลยเพื่อนำไปเป็นค่าใช้จ่ายในการออกโฉนดที่ดินให้แก่ผู้เสียหาย โดยจะได้รับเงินค่าจ้างเป็นการตอบแทนหลังจากได้รับโฉนดที่ดินแล้ว มีการทำสัญญากู้ยืมเงินระหว่างนางปัณฑารีย์และจำเลยลงวันที่ 19 มีนาคม 2541 โดยนางปัณฑารีย์นำโฉนดที่ดินทั้ง 3 ฉบับ ให้จำเลยยึดถือไว้เป็นประกันตามสัญญากู้เงินตามกฎหมายใหม่ ทั้งข้อเท็จจริงยังได้ความว่านางปัณฑารีย์มิได้เป็นญาติหรือมีผลประโยชน์เกี่ยวข้องอันใดกับผู้เสียหายในการที่จะดำเนินการรังวัดออกโฉนดที่ดินให้แก่ผู้เสียหายโดยไม่คิดค่าตอบแทน ดังนั้น แม้ผู้เสียหายจะเบิกความว่าไม่เคยตกลงเรื่องค่าใช้จ่ายในการดำเนินการขอออกโฉนดที่ดินกับนางปัณฑารีย์ แต่ผู้เสียหายก็เบิกความด้วยว่านางปัณฑารีย์แจ้งว่านำโฉนดที่ดินทั้ง 3 ฉบับ ไปให้ไว้กับจำเลย หากผู้เสียหายชำระเงินจำนวน 700,000 บาท จะนำโฉนดที่ดินมาคืนให้ และจำเลยยังได้โทรศัพท์มาหาผู้เสียหายให้ผู้เสียหายชำระเงิน ตามพฤติการณ์ดังกล่าวมีเหตุอันสมควรที่ทำให้จำเลยเข้าใจว่านางปัณฑารีย์มีสิทธิได้รับค่าใช้จ่ายจากผู้เสียหายในการไปขอออกโฉนดที่ดินให้แก่ผู้เสียหาย เมื่อนางปัณฑารีย์ตกลงให้จำเลยเป็นผู้รับเงินจากผู้เสียหายแทนโดยมอบโฉนดที่ดินทั้ง 3 ฉบับ ให้จำเลยยึดถือไว้ การที่จำเลยไม่คืนโฉนดที่ดินทั้ง 3 ฉบับ ให้แก่ผู้เสียหายจนกว่าผู้เสียหายจะชำระค่าใช้จ่ายในการออกโฉนดที่ดินทั้ง 3 ฉบับให้ก่อนนั้น จึงเป็นเรื่องที่จำเลยขาดเจตนาในการกระทำความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 188 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
อ1830/2542
primary_red_case_no
อ2260/2545
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000483.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.681/2549
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2553