คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5526/2552 ฉบับเต็ม

#503271
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5526/2552 พนักงานอัยการประจำศาลแขวงสมุทรปราการ โจทก์ บริษัทรัชดาศูนย์รวมวัสดุ จำกัด โจทก์ร่วม นายยงยุทธ์ เศวตจันฤกษ์ จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 904 ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4), มาตรา 123 วรรคหนึ่ง ผู้ใดจะเป็นผู้ทรงเช็คตามกฎหมายย่อมต้องถือตาม ป.พ.พ. มาตรา 904 ซึ่งหมายถึงบุคคลผู้มีตั๋วเงินไว้ในครอบครองโดยฐานะเป็นผู้รับเงินหรือเป็นผู้รับสลักหลังถ้าและเป็นตั๋วเงินสั่งจ่ายให้แก่ผู้ถือ ผู้ถือก็นับว่าเป็นผู้ทรงเช่นกัน ดังนั้น ตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏขณะที่ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่าย ผู้ทรงเช็คพิพาทในขณะนั้นคือ พ. น. และ จ. หาใช่โจทก์ร่วมซึ่งมีฐานะเป็นบุคคลต่างหากจากบุคคลทั้งสามไม่ แม้บุคคคลทั้งสามจะมีความสัมพันธ์ในฐานะเป็นตัวแทนของโจทก์ร่วมในการรับเช็คพิพาทมาดังที่โจทก์ร่วมกล่าวอ้างก็ตาม แต่ก็ไม่มีผลทำให้โจทก์ร่วมมีฐานะเป็นผู้ทรงเช็คพิพาทตามกฎหมายแต่อย่างใด เมื่อปรากฏว่าขณะที่ธนาคารตามเช็คพิพาทปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็ค โจทก์ร่วมไม่ใช่ผู้ทรงเช็คพิพาท โจทก์ร่วมจึงไม่ใช่ผู้เสียหายในความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค ย่อมไม่มีอำนาจร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีแก่จำเลยได้ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา บริษัทรัชดาศูนย์รวมวัสดุ จำกัด ผู้เสียหาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 เป็นความผิด 10 กรรม เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ลงโทษฐานออกเช็คโดยเจตนาไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คจำคุกกระทงละ 2 เดือน รวมจำคุก 20 เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ร่วมฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จริงที่คู่ความมิได้โต้แย้งกันในชั้นฎีการับฟังได้เป็นยุติว่า โจทก์ร่วมเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด เช็คพิพาทจำนวน 10 ฉบับ ตามฟ้องเป็นเช็คขีดคร่อมมีจำเลยเป็นผู้ลงชื่อสั่งจ่ายตามเช็คเอกสารหมาย จ.5 จ.7 จ.9 จ.11 จ.13 จ.15 จ.19 จ.21 และ จ.23 โดยระบุชื่อวิพงษ์ วินัย - วิจิตร หรือผู้ถือ จำนวน 2 ฉบับ และอีก 8 ฉบับ มีการขีดฆ่าคำว่าผู้ถือออกมีแต่ชื่อวิพงษ์ - วินัย - วิจิตร เป็นผู้รับเงิน เมื่อเช็คดังกล่าวถึงกำหนดชำระเงินมีการนำเช็คเข้าบัญชีของนายวิพงษ์ - วินัย - วิจิตร ตามบัญชีเลขที่ 068-2-16XXX-X ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขาสาธุประดิษฐ์ เพื่อเรียกเก็บเงินแต่ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน นายวิพงษ์ นายวินัย และนายวิจิตรมีนามสกุลเดียวกัน และต่างเป็นกรรมการของบริษัทโจทก์ร่วม คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัตามฎีกาของโจทก์ร่วมว่า โจทก์ร่วมเป็นผู้ทรงเช็คพิพาทในขณะที่ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงินหรือไม่ โดยโจทก์ร่วมฎีกาว่า จำเลยได้ซื้อสินค้าไปจากโจทก์ร่วมและได้สั่งจ่ายเช็คพิพาทเพื่อชำระราคาสินค้าแก่โจทก์ร่วมมิใช่เป็นการชำระหนี้แก่กรรมการของโจทก์ร่วม เมื่อธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงินโจทก์ร่วมจึงเป็นผู้เสียหายตามกฎหมาย มิใช่บุคคลที่ระบุไว้ในเช็คพิพาทแต่อย่างใด โจทก์ร่วมย่อมมีสิทธิแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนและมีอำนาจเป็นโจทก์ร่วมได้ พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ผู้ใดจะเป็นผู้ทรงเช็คตามกฎหมายย่อมต้องถือตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 904 ซึ่งหมายถึงบุคคลผู้มีตั๋วเงินไว้ในครอบครองโดยฐานเป็นผู้รับเงินหรือเป็นผู้รับสลักหลัง ถ้าและเป็นตั๋วเงินสั่งจ่ายให้แก่ผู้ถือ ผู้ถือก็นับว่าเป็นผู้ทรงเช่นกัน ดังนั้น ตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏขณะที่ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่าย ผู้ทรงเช็คพิพาทในขณะนั้นคือ นายวิพงษ์ นายวิชัย และนายวิจิตร หาใช่โจทก์ร่วมซึ่งมีฐานะเป็นบุคคลต่างหากจากบุคคลทั้งสามไม่แม้บุคคลทั้งสามจะมีความสัมพันธ์ในฐานะเป็นตัวแทนของโจทก์ร่วมในการรับเช็คพิพาทมาดังที่โจทก์ร่วมกล่าวอ้างก็ตาม แต่ก็ไม่มีผลทำให้โจทก์ร่วมมีฐานะเป็นผู้ทรงเช็คพิพาทตามกฎหมายแต่อย่างใด เมื่อปรากฏว่าขณะที่ธนาคารตามเช็คพิพาทปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็ค โจทก์ร่วมไม่ใช่ผู้ทรงเช็คพิพาท โจทก์ร่วมจึงไม่ใช่ผู้เสียหายในความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค ย่อมไม่มีอำนาจร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีแก่จำเลยได้ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องคำพิพากษาศาลฎีกาที่โจทก์ร่วมอ้างมาข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกฟ้อง ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ร่วมฟังไม่ขึ้น ฎีกาของโจทก์ร่วมข้ออื่นไม่จำต้องวินิจฉัย เพราะไม่อาจทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง" พิพากษายืน (ไมตรี ศรีอรุณ-อิศเรศ ชัยรัตน์-ชัยวุฒิ โลหชิตรานนท์) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
503271
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082001362"
    }
}
date
2552
deka_no
5526/2552
deka_running_no
5526
deka_year
2552
department
แผนก
judges
[
    "ไมตรี ศรีอรุณ",
    "อิศเรศ ชัยรัตน์",
    "ชัยวุฒิ โลหชิตรานนท์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 904"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 2 (4)",
            "ม. 123 วรรคหนึ่ง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการประจำศาลแขวงสมุทรปราการ"
    },
    {
        "role": "โจทก์ร่วม",
        "name": "บริษัทรัชดาศูนย์รวมวัสดุ จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายยงยุทธ์ เศวตจันฤกษ์"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91

จำเลยให้การปฏิเสธ

ระหว่างพิจารณา บริษัทรัชดาศูนย์รวมวัสดุ จำกัด ผู้เสียหาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 เป็นความผิด 10 กรรม เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ลงโทษฐานออกเช็คโดยเจตนาไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คจำคุกกระทงละ 2 เดือน รวมจำคุก 20 เดือน

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับให้ยกฟ้อง

โจทก์ร่วมฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จริงที่คู่ความมิได้โต้แย้งกันในชั้นฎีการับฟังได้เป็นยุติว่า โจทก์ร่วมเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด เช็คพิพาทจำนวน 10 ฉบับ ตามฟ้องเป็นเช็คขีดคร่อมมีจำเลยเป็นผู้ลงชื่อสั่งจ่ายตามเช็คเอกสารหมาย จ.5 จ.7 จ.9 จ.11 จ.13 จ.15 จ.19 จ.21 และ จ.23 โดยระบุชื่อวิพงษ์ วินัย - วิจิตร หรือผู้ถือ จำนวน 2 ฉบับ และอีก 8 ฉบับ มีการขีดฆ่าคำว่าผู้ถือออกมีแต่ชื่อวิพงษ์ - วินัย - วิจิตร เป็นผู้รับเงิน เมื่อเช็คดังกล่าวถึงกำหนดชำระเงินมีการนำเช็คเข้าบัญชีของนายวิพงษ์ - วินัย - วิจิตร ตามบัญชีเลขที่ 068-2-16XXX-X ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขาสาธุประดิษฐ์ เพื่อเรียกเก็บเงินแต่ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน นายวิพงษ์ นายวินัย และนายวิจิตรมีนามสกุลเดียวกัน และต่างเป็นกรรมการของบริษัทโจทก์ร่วม

คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัตามฎีกาของโจทก์ร่วมว่า โจทก์ร่วมเป็นผู้ทรงเช็คพิพาทในขณะที่ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงินหรือไม่ โดยโจทก์ร่วมฎีกาว่า จำเลยได้ซื้อสินค้าไปจากโจทก์ร่วมและได้สั่งจ่ายเช็คพิพาทเพื่อชำระราคาสินค้าแก่โจทก์ร่วมมิใช่เป็นการชำระหนี้แก่กรรมการของโจทก์ร่วม เมื่อธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงินโจทก์ร่วมจึงเป็นผู้เสียหายตามกฎหมาย มิใช่บุคคลที่ระบุไว้ในเช็คพิพาทแต่อย่างใด โจทก์ร่วมย่อมมีสิทธิแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนและมีอำนาจเป็นโจทก์ร่วมได้ พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ผู้ใดจะเป็นผู้ทรงเช็คตามกฎหมายย่อมต้องถือตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 904 ซึ่งหมายถึงบุคคลผู้มีตั๋วเงินไว้ในครอบครองโดยฐานเป็นผู้รับเงินหรือเป็นผู้รับสลักหลัง ถ้าและเป็นตั๋วเงินสั่งจ่ายให้แก่ผู้ถือ ผู้ถือก็นับว่าเป็นผู้ทรงเช่นกัน ดังนั้น ตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏขณะที่ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่าย ผู้ทรงเช็คพิพาทในขณะนั้นคือ นายวิพงษ์ นายวิชัย และนายวิจิตร หาใช่โจทก์ร่วมซึ่งมีฐานะเป็นบุคคลต่างหากจากบุคคลทั้งสามไม่แม้บุคคลทั้งสามจะมีความสัมพันธ์ในฐานะเป็นตัวแทนของโจทก์ร่วมในการรับเช็คพิพาทมาดังที่โจทก์ร่วมกล่าวอ้างก็ตาม แต่ก็ไม่มีผลทำให้โจทก์ร่วมมีฐานะเป็นผู้ทรงเช็คพิพาทตามกฎหมายแต่อย่างใด เมื่อปรากฏว่าขณะที่ธนาคารตามเช็คพิพาทปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็ค โจทก์ร่วมไม่ใช่ผู้ทรงเช็คพิพาท โจทก์ร่วมจึงไม่ใช่ผู้เสียหายในความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค ย่อมไม่มีอำนาจร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีแก่จำเลยได้ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องคำพิพากษาศาลฎีกาที่โจทก์ร่วมอ้างมาข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกฟ้อง ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ร่วมฟังไม่ขึ้น ฎีกาของโจทก์ร่วมข้ออื่นไม่จำต้องวินิจฉัย เพราะไม่อาจทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000547.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2552