คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8970/2553 ฉบับเต็ม

#503720
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8970/2553 นายทวี โอจรัสพร โจทก์ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กับพวก ผู้ร้อง นางพูนพัฒนา อุทธิเสน จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 290, มาตรา 295 จำเลยขอให้ถอนการบังคับคดีโดยชำระหนี้ตามคำพิพากษาพร้อมค่าฤชาธรรมเนียมแห่งคดีและค่าธรรมเนียมในการบังคับคดีครบถ้วนแล้ว โจทก์รับว่าได้รับชำระหนี้ตามคำพิพากษาจากจำเลยแล้วทั้งขอให้ศาลมีคำสั่งตามคำขอของจำเลยซึ่งเท่ากับโจทก์ก็ประสงค์ให้ถอนการบังคับคดีเช่นกัน กรณีย่อมไม่มีเหตุบังคับคดีจำเลยอีกต่อไป ไม่ใช่เป็นกรณีที่โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาผู้ยึดสละสิทธิในการบังคับคดี หรือเพิกเฉยไม่ดำเนินการบังคับคดีภายในเวลาที่เจ้าพนักงานบังคับคดีกำหนด ที่จะเป็นเหตุให้ผู้ร้องที่ 1 และที่ 2 มีสิทธิขอให้บังคับคดีต่อไปได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 290 วรรคแปด ศาลฎีกาให้ถอนการบังคับคดีจำเลย ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากจำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาตามยอม โจทก์ขอหมายบังคับคดี เจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 39946 ตำบลบ้านแหวน อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมสิ่งปลูกสร้าง ของจำเลยออกขายทอดตลาด ผู้ร้องที่ 1 ยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ที่ยึด ศาลชั้นต้นอนุญาต ผู้ร้องที่ 2 ยื่นคำร้องขอรับชำระหนี้ในฐานะเจ้าหนี้จำนองก่อนเจ้าหนี้อื่นศาลชั้นต้นอนุญาต และหากโจทก์สละสิทธิบังคับคดีให้ผู้ร้องที่ 2 บังคับคดีแทน จำเลยยื่นคำร้องขอให้ถอนการบังคับคดี และขอให้งดการบังคับคดี โจทก์ยื่นคำร้องโจทก์ได้รับชำระหนี้ตามคำพิพากษาครบถ้วนแล้ว แต่ไม่ทราบว่าต้องถอนการยึด จึงไม่คัดค้านคำร้องของจำเลย และขอให้มีคำสั่งตามที่จำเลยขอ ผู้ร้องที่ 1 ยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง และอนุญาตให้ผู้ร้องที่ 1 สวมสิทธิในการบังคับคดีแทนโจทก์ ผู้ร้องที่ 2 ยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้องและอนุญาตให้ผู้ร้องที่ 2 สวมสิทธิในการบังคับคดีแทนโจทก์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังยุติ จำเลยชำระหนี้ตามคำพิพากษาให้แก่โจทก์ครบถ้วนแล้วและจำเลยนำเงินค่าธรรมเนียมในการบังคับคดีวางศาลแล้ว ปัญหาตามฎีกาของจำเลย มีเหตุถอนการบังคับคดีจำเลยหรือไม่ เห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 295 บัญญัติว่า ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีถอนการบังคับคดีในกรณีต่อไปนี้ (1) เจ้าพนักงานบังคับคดีถอนการบังคับคดีนั้นเอง หรือถอนโดยคำสั่งศาล แล้วแต่กรณี เมื่อลูกหนี้ตามคำพิพากษาได้วางเงินต่อศาลหรือต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีเป็นจำนวนพอชำระหนี้ตามคำพิพากษา พร้อมทั้งค่าฤชาธรรมเนียมแห่งคดี หรือค่าธรรมเนียมในการบังคับคดี หรือได้หาประกันมาให้จนเป็นที่พอใจของศาล สำหรับจำนวนเงินเช่นว่านั้น (2).... ดังนั้น เมื่อจำเลยขอให้ถอนการบังคับคดี จำเลยชำระหนี้ตามคำพิพากษาพร้อมค่าฤชาธรรมเนียมแห่งคดีและค่าธรรมเนียมในการบังคับคดีครบถ้วนแล้ว โดยโจทก์รับว่าได้รับชำระหนี้ตามคำพิพากษาจากจำเลยแล้ว ทั้งขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตามคำร้องของจำเลย ซึ่งเท่ากับโจทก์ก็ประสงค์ให้ถอนการบังคับคดี ส่วนเจ้าพนักงานบังคับคดีทราบคำร้องของจำเลยแล้ว ไม่ได้คัดค้านว่าจำเลยยังชำระค่าธรรมเนียมในการบังคับคดีไม่ครบถ้วนต้องฟังว่าจำเลยชำระค่าธรรมเนียมในการบังคับคดีครบถ้วนแล้วเช่นกัน กรณีย่อมไม่มีเหตุบังคับคดีจำเลยอีกต่อไป ไม่ใช่เป็นกรณีที่โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาผู้ยึดสละสิทธิในการบังคับคดี หรือเพิกเฉยไม่ดำเนินการบังคับคดีภายในเวลาที่เจ้าพนักงานบังคับคดีกำหนด ที่จะเป็นเหตุให้ผู้ร้องที่ 1 ที่ 2 มีสิทธิขอให้บังคับคดีต่อไปได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 290 วรรคแปด ศาลล่างวินิจฉัยมานั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น พิพากษากลับว่า ให้ถอนการบังคับคดีจำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ (เฉลิมเกียรติ ชาญศิลป์-กรองเกียรติ คมสัน-โสภณ โรจน์อนนท์) ศาลจังหวัดเชียงใหม่ - นายจิรพจน์ ไทยเล็ก ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นายธนฤกษ์ นิติเศรณี แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.907/2552 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
503720
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดเชียงใหม่",
        "judge": "นายจิรพจน์ ไทยเล็ก"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 5",
        "judge": "นายธนฤกษ์ นิติเศรณี"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081994251"
    }
}
date
2553
deka_no
8970/2553
deka_running_no
8970
deka_year
2553
department
แผนก
judges
[
    "เฉลิมเกียรติ ชาญศิลป์",
    "กรองเกียรติ คมสัน",
    "โสภณ โรจน์อนนท์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 290",
            "ม. 295"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายทวี โอจรัสพร"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กับพวก"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางพูนพัฒนา อุทธิเสน"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากจำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาตามยอม โจทก์ขอหมายบังคับคดี เจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 39946 ตำบลบ้านแหวน อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมสิ่งปลูกสร้าง ของจำเลยออกขายทอดตลาด

ผู้ร้องที่ 1 ยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ที่ยึด ศาลชั้นต้นอนุญาต

ผู้ร้องที่ 2 ยื่นคำร้องขอรับชำระหนี้ในฐานะเจ้าหนี้จำนองก่อนเจ้าหนี้อื่นศาลชั้นต้นอนุญาต และหากโจทก์สละสิทธิบังคับคดีให้ผู้ร้องที่ 2 บังคับคดีแทน

จำเลยยื่นคำร้องขอให้ถอนการบังคับคดี และขอให้งดการบังคับคดี

โจทก์ยื่นคำร้องโจทก์ได้รับชำระหนี้ตามคำพิพากษาครบถ้วนแล้ว แต่ไม่ทราบว่าต้องถอนการยึด จึงไม่คัดค้านคำร้องของจำเลย และขอให้มีคำสั่งตามที่จำเลยขอ

ผู้ร้องที่ 1 ยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง และอนุญาตให้ผู้ร้องที่ 1 สวมสิทธิในการบังคับคดีแทนโจทก์

ผู้ร้องที่ 2 ยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้องและอนุญาตให้ผู้ร้องที่ 2 สวมสิทธิในการบังคับคดีแทนโจทก์

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังยุติ จำเลยชำระหนี้ตามคำพิพากษาให้แก่โจทก์ครบถ้วนแล้วและจำเลยนำเงินค่าธรรมเนียมในการบังคับคดีวางศาลแล้ว ปัญหาตามฎีกาของจำเลย มีเหตุถอนการบังคับคดีจำเลยหรือไม่ เห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 295 บัญญัติว่า ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีถอนการบังคับคดีในกรณีต่อไปนี้ (1) เจ้าพนักงานบังคับคดีถอนการบังคับคดีนั้นเอง หรือถอนโดยคำสั่งศาล แล้วแต่กรณี เมื่อลูกหนี้ตามคำพิพากษาได้วางเงินต่อศาลหรือต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีเป็นจำนวนพอชำระหนี้ตามคำพิพากษา พร้อมทั้งค่าฤชาธรรมเนียมแห่งคดี หรือค่าธรรมเนียมในการบังคับคดี หรือได้หาประกันมาให้จนเป็นที่พอใจของศาล สำหรับจำนวนเงินเช่นว่านั้น (2).... ดังนั้น เมื่อจำเลยขอให้ถอนการบังคับคดี จำเลยชำระหนี้ตามคำพิพากษาพร้อมค่าฤชาธรรมเนียมแห่งคดีและค่าธรรมเนียมในการบังคับคดีครบถ้วนแล้ว โดยโจทก์รับว่าได้รับชำระหนี้ตามคำพิพากษาจากจำเลยแล้ว ทั้งขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตามคำร้องของจำเลย ซึ่งเท่ากับโจทก์ก็ประสงค์ให้ถอนการบังคับคดี ส่วนเจ้าพนักงานบังคับคดีทราบคำร้องของจำเลยแล้ว ไม่ได้คัดค้านว่าจำเลยยังชำระค่าธรรมเนียมในการบังคับคดีไม่ครบถ้วนต้องฟังว่าจำเลยชำระค่าธรรมเนียมในการบังคับคดีครบถ้วนแล้วเช่นกัน กรณีย่อมไม่มีเหตุบังคับคดีจำเลยอีกต่อไป ไม่ใช่เป็นกรณีที่โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาผู้ยึดสละสิทธิในการบังคับคดี หรือเพิกเฉยไม่ดำเนินการบังคับคดีภายในเวลาที่เจ้าพนักงานบังคับคดีกำหนด ที่จะเป็นเหตุให้ผู้ร้องที่ 1 ที่ 2 มีสิทธิขอให้บังคับคดีต่อไปได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 290 วรรคแปด ศาลล่างวินิจฉัยมานั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น

พิพากษากลับว่า ให้ถอนการบังคับคดีจำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000484.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.907/2552
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2553