คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8591/2552 ฉบับเต็ม

#504170
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8591/2552 นางไสว พลเสนหรือรอดพันธุ์ โจทก์ นางสาวละเอียด พลเสน กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 1387 ก่อนหน้าวันที่ 15 พฤศจิกายน 2544 อันเป็นวันที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาคดีหมายเลขแดงที่ 1129-1130/2544 ที่ดินโฉนดเลขที่ 3437 เดิมซึ่งมีทางพิพาทอยู่บนที่ดิน เป็นที่ดินที่โจทก์กับพวกมีกรรมสิทธิ์รวมอยู่ด้วย ดังนั้น การใช้ทางพิพาทในช่วงระยะเวลาดังกล่าวของโจทก์จึงเป็นการใช้ตามกรรมสิทธิ์ของตนซึ่งไม่ใช่การใช้ทางพิพาทโดยเจตนาให้เป็นทาภาระจำยอม แต่การใช้ทางพิพาทโดยเจตนาให้เป็นทางภาระจำยอมหากจะเกิดขึ้นก็ต้องเป็นเวลาภายหลังจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาคดีดังกล่าว ซึ่งเมื่อนับถึงวันฟ้องคดีนี้ยังไม่ครบ 10 ปี ทางพิพาทจึงยังไม่ตกเป็นภาระจำยอมแก่ที่ดินโจทก์ ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 3437 ตำบลบ้านไร่ อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี โดยถือกรรมสิทธิ์ร่วมกับนางสง่า นางงุ้น และนางง้อ จำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 36386 จำเลยที่ 2 และที่ 3 เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 36384 ตำบลบ้านกร่าง อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี ที่ดินของจำเลยทั้งสามแบ่งแยกออกมาจากที่ดินโฉนดเลขที่ 3437 ในขณะที่ที่ดินของโจทก์และจำเลยทั้งสามยังเป็นที่ดินแปลงเดียวกัน โจทก์ จำเลยทั้งสาม นางสง่า นางงุ้น และบริวาร ได้ใช้ทางพิพาทซึ่งอยู่บนที่ดินโฉนดเลขที่ 36386 และ 36384 จากทิศตะวันออกไปทิศตะวันตกกว้างประมาณ 3 เมตร ยาวประมาณ 27 เมตร และจากทิศตะวันตกไปทิศใต้กว้าง 4 เมตร ยาวประมาณ 49 เมตร ออกสู่ทางสาธารณะตั้งแต่ปู่ย่าตายาย เป็นเวลา 80 ถึง 90 ปี แล้ว ต่อมาเมื่อปี 2539 โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยทั้งสามออกจากที่ดิน จำเลยทั้งสามให้การและฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ที่ดินโฉนดเลขที่ 36386 และ 36384 ดังกล่าวซึ่งเดิมเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินโฉนดเลขที่ 3437 เป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยทั้งสามโดยการครอบครองปรปักษ์ตามคดีหมายเลขแดงที่ 1129-1130/2544 คดีถึงที่สุดแล้ว หลังจากนั้นต่อมาจำเลยทั้งสามปิดกั้นทางพิพาทบนที่ดินโฉนดเลขที่ 36386 และ 36384 เป็นเหตุให้ที่ดินของโจทก์ไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะ ขอให้พิพากษาว่าทางพิพาทเป็นทางภาระจำยอมและทางจำเป็นแก่ที่ดินของโจทก์ ห้ามจำเลยทั้งสามเกี่ยวข้องและให้จำเลยทั้งสามจดทะเบียนทางภาระจำยอม หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา จำเลยทั้งสามให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลยทั้งสาม โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...ปัญหาตามฎีกาของโจทก์ข้อเดียวว่า ทางพิพาทตกเป็นภาระจำยอมแก่ที่ดินของโจทก์หรือไม่ เห็นว่า ก่อนหน้าวันที่ 15 พฤศจิกายน 2544 อันเป็นวันที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาคดีหมายเลขแดงที่ 1129-1130/2544 เอกสารหมาย จ.3 ข้อเท็จจริงปรากฏว่าที่ดินโฉนดเลขที่ 3437 เดิมซึ่งมีทางพิพาทอยู่บนที่ดินเป็นที่ดินที่โจทก์กับพวกมีกรรมสิทธิ์รวมอยู่ด้วย ดังนี้ การใช้ทางพิพาทในช่วงระยะเวลาดังกล่าวของโจทก์จึงเป็นการใช้ตามกรรมสิทธิ์ของตน ซึ่งไม่ใช่การใช้ทางพิพาทโดยเจตนาให้เป็นทางภาระจำยอม แต่การใช้ทางพิพาทโดยเจตนาให้เป็นทางภาระจำยอมหากจะเกิดขึ้นก็ต้องเป็นเวลาภายหลังจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาคดีดังกล่าว ซึ่งเมื่อนับถึงวันฟ้องคดีนี้ยังไม่ครบ 10 ปี ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 เห็นว่าทางพิพาทยังไม่ตกเป็นภาระจำยอมแก่ที่ดินของโจทก์ ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ" (ไชยยงค์ คงจันทร์-นพวรรณ อินทรัมพรรย์-ทัศนีย์ ธรรมเกณฑ์) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
504170
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081999756"
    }
}
date
2552
deka_no
8591/2552
deka_running_no
8591
deka_year
2552
department
แผนก
judges
[
    "ไชยยงค์ คงจันทร์",
    "นพวรรณ อินทรัมพรรย์",
    "ทัศนีย์ ธรรมเกณฑ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 1387"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางไสว พลเสนหรือรอดพันธุ์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสาวละเอียด พลเสน กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 3437 ตำบลบ้านไร่ อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี โดยถือกรรมสิทธิ์ร่วมกับนางสง่า นางงุ้น และนางง้อ จำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 36386 จำเลยที่ 2 และที่ 3 เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 36384 ตำบลบ้านกร่าง อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี ที่ดินของจำเลยทั้งสามแบ่งแยกออกมาจากที่ดินโฉนดเลขที่ 3437 ในขณะที่ที่ดินของโจทก์และจำเลยทั้งสามยังเป็นที่ดินแปลงเดียวกัน โจทก์ จำเลยทั้งสาม นางสง่า นางงุ้น และบริวาร ได้ใช้ทางพิพาทซึ่งอยู่บนที่ดินโฉนดเลขที่ 36386 และ 36384 จากทิศตะวันออกไปทิศตะวันตกกว้างประมาณ 3 เมตร ยาวประมาณ 27 เมตร และจากทิศตะวันตกไปทิศใต้กว้าง 4 เมตร ยาวประมาณ 49 เมตร ออกสู่ทางสาธารณะตั้งแต่ปู่ย่าตายาย เป็นเวลา 80 ถึง 90 ปี แล้ว ต่อมาเมื่อปี 2539 โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยทั้งสามออกจากที่ดิน จำเลยทั้งสามให้การและฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ที่ดินโฉนดเลขที่ 36386 และ 36384 ดังกล่าวซึ่งเดิมเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินโฉนดเลขที่ 3437 เป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยทั้งสามโดยการครอบครองปรปักษ์ตามคดีหมายเลขแดงที่ 1129-1130/2544 คดีถึงที่สุดแล้ว หลังจากนั้นต่อมาจำเลยทั้งสามปิดกั้นทางพิพาทบนที่ดินโฉนดเลขที่ 36386 และ 36384 เป็นเหตุให้ที่ดินของโจทก์ไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะ ขอให้พิพากษาว่าทางพิพาทเป็นทางภาระจำยอมและทางจำเป็นแก่ที่ดินของโจทก์ ห้ามจำเลยทั้งสามเกี่ยวข้องและให้จำเลยทั้งสามจดทะเบียนทางภาระจำยอม หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา

จำเลยทั้งสามให้การ ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลยทั้งสาม

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...ปัญหาตามฎีกาของโจทก์ข้อเดียวว่า ทางพิพาทตกเป็นภาระจำยอมแก่ที่ดินของโจทก์หรือไม่ เห็นว่า ก่อนหน้าวันที่ 15 พฤศจิกายน 2544 อันเป็นวันที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาคดีหมายเลขแดงที่ 1129-1130/2544 เอกสารหมาย จ.3 ข้อเท็จจริงปรากฏว่าที่ดินโฉนดเลขที่ 3437 เดิมซึ่งมีทางพิพาทอยู่บนที่ดินเป็นที่ดินที่โจทก์กับพวกมีกรรมสิทธิ์รวมอยู่ด้วย ดังนี้ การใช้ทางพิพาทในช่วงระยะเวลาดังกล่าวของโจทก์จึงเป็นการใช้ตามกรรมสิทธิ์ของตน ซึ่งไม่ใช่การใช้ทางพิพาทโดยเจตนาให้เป็นทางภาระจำยอม แต่การใช้ทางพิพาทโดยเจตนาให้เป็นทางภาระจำยอมหากจะเกิดขึ้นก็ต้องเป็นเวลาภายหลังจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาคดีดังกล่าว ซึ่งเมื่อนับถึงวันฟ้องคดีนี้ยังไม่ครบ 10 ปี ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 เห็นว่าทางพิพาทยังไม่ตกเป็นภาระจำยอมแก่ที่ดินของโจทก์ ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ"
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000533.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2552