คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9388/2552 ฉบับเต็ม

#504173
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9388/2552 ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร โจทก์ ดาบตำรวจธีรวุฒิ พานิช ผู้ซื้อทรัพย์ นายนิเวศน์ ชายทุ่ย จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 236 วรรคหนึ่ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย จำเลยอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว ต่อมาศาลอุทธรณ์ภาค 9 มีคำสั่งให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งข้างต้น เท่ากับศาลอุทธรณ์ภาค 9 มีคำสั่งยืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ กรณีเช่นนี้คำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 9 จึงเป็นที่สุดตามที่บัญญัติไว้ใน ป.วิ.พ. มาตรา 236 วรรคหนึ่ง ต้องห้ามมิให้ฎีกาที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยต่อมาจึงเป็นการไม่ชอบด้วยบทบัญญัติดังกล่าว ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์จำนวน 467,599.75 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 14.25 ต่อปี ของต้นเงิน 300,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระคืนแก่โจทก์ โดยกำหนดชำระคืนรวม 12 งวด งวดละอย่างน้อย 5,000 บาท หากผิดนัดงวดใดงวดหนึ่งถือว่าผิดนัดทั้งหมด ยอมให้โจทก์บังคับจำนองที่ดิน น.ส. 3 ก. เลขที่ 1390 ตำบลสุโสะ อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง ออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์ จำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์จึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินของจำเลยแปลงดังกล่าวออกขายทอดตลาดในวันที่ 1 มีนาคม 2548 ในราคา 440,000 บาท จำเลยยื่นคำร้องว่า จำเลยเป็นเจ้าของที่ดินที่เจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดไปในราคาต่ำกว่าราคาท้องตลาด โดยเจ้าพนักงานบังคับคดีมิได้ใช้ดุลพินิจและความละเอียดรอบคอบเท่าที่ควร ทำให้จำเลยได้รับความเสียหาย และการกระทำของเจ้าพนักงานบังคับคดีเป็นการดำเนินการไปโดยไม่สุจริตหรือด้วยความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนการขายทอดตลาดและให้มีการขายทอดตลาดใหม่ ผู้ซื้อทรัพย์ยื่นคำคัดค้านว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการขายทอดตลาดที่ดินแปลงพิพาทในราคาพอสมควรแล้ว ผู้ซื้อทรัพย์เข้าประมูลซื้อทรัพย์โดยสุจริตและเปิดเผยโดยไม่มีการคบคิดกันฉ้อฉลกับโจทก์หรือผู้แทนโจทก์หรือเจ้าพนักงานบังคับคดีผู้ทำการขายทอดตลาดทรัพย์แต่อย่างใด การที่จำเลยมายื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดเป็นการประวิงคดีให้ล่าช้า เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการขายทอดตลาดโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งให้ยกคำร้องของจำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ จำเลยอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์จำเลย คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ทั้งหมด จำเลยอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 มีคำสั่งให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย จำเลยอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว ต่อมาศาลอุทธรณ์ภาค 9 มีคำสั่งให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งข้างต้นเท่ากับศาลอุทธรณ์ภาค 9 มีคำสั่งยืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ กรณีเช่นนี้คำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 9 จึงเป็นที่สุดตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 236 วรรคหนึ่ง ต้องห้ามมิให้ฎีกา ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยต่อมา จึงเป็นการไม่ชอบด้วยบทบัญญัติดังกล่าวแล้ว ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย" พิพากษายกฎีกาจำเลย ให้คืนค่าธรรมเนียมศาลทั้งหมดในชั้นฎีกาแก่จำเลย ค่าทนายความชั้นฎีกาให้เป็นพับ (เสริมศักดิ์ ผลัดธุระ-สถิตย์ ทาวุฒิ-พงษ์ศักดิ์ วีระเสถียร) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
504173
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081999302"
    }
}
date
2552
deka_no
9388/2552
deka_running_no
9388
deka_year
2552
department
แผนก
judges
[
    "เสริมศักดิ์ ผลัดธุระ",
    "สถิตย์ ทาวุฒิ",
    "พงษ์ศักดิ์ วีระเสถียร"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 236 วรรคหนึ่ง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร"
    },
    {
        "role": "ผู้ซื้อทรัพย์",
        "name": "ดาบตำรวจธีรวุฒิ พานิช"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายนิเวศน์ ชายทุ่ย"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์จำนวน 467,599.75 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 14.25 ต่อปี ของต้นเงิน 300,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระคืนแก่โจทก์ โดยกำหนดชำระคืนรวม 12 งวด งวดละอย่างน้อย 5,000 บาท หากผิดนัดงวดใดงวดหนึ่งถือว่าผิดนัดทั้งหมด ยอมให้โจทก์บังคับจำนองที่ดิน น.ส. 3 ก. เลขที่ 1390 ตำบลสุโสะ อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง ออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์ จำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์จึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินของจำเลยแปลงดังกล่าวออกขายทอดตลาดในวันที่ 1 มีนาคม 2548 ในราคา 440,000 บาท

จำเลยยื่นคำร้องว่า จำเลยเป็นเจ้าของที่ดินที่เจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดไปในราคาต่ำกว่าราคาท้องตลาด โดยเจ้าพนักงานบังคับคดีมิได้ใช้ดุลพินิจและความละเอียดรอบคอบเท่าที่ควร ทำให้จำเลยได้รับความเสียหาย และการกระทำของเจ้าพนักงานบังคับคดีเป็นการดำเนินการไปโดยไม่สุจริตหรือด้วยความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนการขายทอดตลาดและให้มีการขายทอดตลาดใหม่

ผู้ซื้อทรัพย์ยื่นคำคัดค้านว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการขายทอดตลาดที่ดินแปลงพิพาทในราคาพอสมควรแล้ว ผู้ซื้อทรัพย์เข้าประมูลซื้อทรัพย์โดยสุจริตและเปิดเผยโดยไม่มีการคบคิดกันฉ้อฉลกับโจทก์หรือผู้แทนโจทก์หรือเจ้าพนักงานบังคับคดีผู้ทำการขายทอดตลาดทรัพย์แต่อย่างใด การที่จำเลยมายื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดเป็นการประวิงคดีให้ล่าช้า เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการขายทอดตลาดโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งให้ยกคำร้องของจำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

จำเลยอุทธรณ์

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์จำเลย คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ทั้งหมด

จำเลยอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 9 มีคำสั่งให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย จำเลยอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว ต่อมาศาลอุทธรณ์ภาค 9 มีคำสั่งให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งข้างต้นเท่ากับศาลอุทธรณ์ภาค 9 มีคำสั่งยืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ กรณีเช่นนี้คำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 9 จึงเป็นที่สุดตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 236 วรรคหนึ่ง ต้องห้ามมิให้ฎีกา ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยต่อมา จึงเป็นการไม่ชอบด้วยบทบัญญัติดังกล่าวแล้ว ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย"

พิพากษายกฎีกาจำเลย ให้คืนค่าธรรมเนียมศาลทั้งหมดในชั้นฎีกาแก่จำเลย ค่าทนายความชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000529.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2552