คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1201/2553 ฉบับเต็ม

#504617
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1201/2553 พนักงานอัยการจังหวัดนครปฐม โจทก์ นายทองหล่อหรืออ้วน สงพรมทิพย์ กับพวก จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคท้าย, มาตรา 213, มาตรา 225 ข้อเท็จจริงในคดีนี้รับฟังไม่ได้ว่ามีการกระทำความผิดฐานปล้นทรัพย์ จึงลงโทษจำเลยที่ 1 และที่ 2 ในความผิดฐานปล้นทรัพย์ไม่ได้อันเป็นเหตุในลักษณะคดีแม้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่ได้ฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ในข้อหาดังกล่าวได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 213 ประกอบมาตรา 225 แต่คดีนี้ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติโดยไม่มีฝ่ายใดฎีกาว่าจำเลยทั้งสามกับพวกรุมชกต่อยใช้ไม้และขวดเบียร์ตีทำร้ายร่างกายผู้เสียหายทั้งสอง เป็นเหตุให้ผู้เสียหายทั้งสองได้รับอันตรายแก่กาย ศาลย่อมมีอำนาจลงโทษจำเลยทั้งสามในความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับอันตรายแก่กายได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคท้าย ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340, 340 ตรี, 92, 91, 83, 58 ให้จำเลยทั้งสามคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ 47,000 บาท แก่ผู้เสียหายที่ 1 และ 12,000 บาท แก่ผู้เสียหายที่ 2 เพิ่มโทษจำคุกจำเลยที่ 2 ตามกฎหมายและบวกโทษจำคุกของจำเลยที่ 3 ที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1377/2545 ของศาลชั้นต้นเข้ากับโทษจำคุกของจำเลยที่ 3 ในคดีนี้ จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ แต่จำเลยที่ 2 รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้เพิ่มโทษ และจำเลยที่ 3 รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้บวกโทษ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษากลับว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรคแรก ประกอบมาตรา 340 ตรี, 83 จำคุกคนละ 15 ปี ทางนำสืบของจำเลยทั้งสามเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสาม คงจำคุกคนละ 10 ปี บวกโทษจำคุก 1 ปี ของจำเลยที่ 3 ที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1377/2545 ของศาลชั้นต้นเข้ากับโทษในคดีนี้ รวมจำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 11 ปี ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันคืนสร้อยคอทองคำหนัก 5 บาท พร้อมพระหลวงพ่อโสธรเลี่ยมทองคำ 1 องค์ หรือใช้ราคาแทนเป็นเงิน 47,000 บาท แก่ผู้เสียหายที่ 1 และร่วมกันคืนสร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท พร้อมพระหลวงพ่อโสธรเลี่ยมทองคำ 1 องค์ หรือใช้ราคาแทนเป็นเงิน 12,000 บาท แก่ผู้เสียหายที่ 2 คำขออื่นให้ยก จำเลยที่ 3 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...คำเบิกความของผู้เสียหายที่ 1 ที่อ้างว่าถูกกระชากสร้อยคอทองคำพร้อมพระเลี่ยมทองไปนั้น คงมีเพียงนายพิทักษ์ซึ่งเป็นเพื่อนของผู้เสียหายทั้งสองมาเบิกความสนับสนุน เมื่อได้ความว่าหลังเกิดเหตุไม่ปรากฏร่องรอยหรือบาดแผลใดๆ บริเวณลำคอของผู้เสียหายทั้งสอง ทั้งคำเบิกความของผู้เสียหายทั้งสองกับพยานโจทก์ปากอื่นเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากที่ผู้เสียหายทั้งสองอ้างว่าถูกคนร้ายกระชากสร้อยคอทองคำไป จนกระทั่งจำเลยทั้งสามกับพวกหลบหนีก็แตกต่างกันมากไม่สอดคล้องกันดังที่ได้วินิจฉัยมาแล้ว พยานหลักฐานโจทก์จึงไม่มีน้ำหนัก ข้อนำสืบของโจทก์ที่ว่าผู้เสียหายทั้งสองถูกพวกของจำเลยทั้งสามกระชากสร้อยคอทองคำพร้อมพระเลี่ยมทองไปจึงรับฟังไม่ได้ ข้อเท็จจริงย่อมฟังไม่ได้ว่ามีการกระทำความผิดฐานปล้นทรัพย์เกิดขึ้นตามฟ้อง ฎีกาของจำเลยที่ 3 มีว่า จำเลยที่ 3 มิได้ร่วมกับพวกปล้นทรัพย์ผู้เสียหายทั้งสองตามฟ้องฟังขึ้น เมื่อข้อเท็จจริงในคดีนี้รับฟังไม่ได้ว่ามีการกระทำความผิดฐานปล้นทรัพย์ดังกล่าวมาแล้ว จึงลงโทษจำเลยที่ 1 และที่ 2 ในความผิดฐานปล้นทรัพย์ไม่ได้อันเป็นเหตุในลักษณะคดี แม้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่ได้ฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ในข้อหาดังกล่าวได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 213 ประกอบมาตรา 225 แต่คดีนี้ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติโดยไม่มีฝ่ายใดฎีกาว่า จำเลยทั้งสามกับพวกรุมชกต่อยใช้ไม้และขวดเบียร์ตีทำร้ายร่างกายผู้เสียหายทั้งสอง เป็นเหตุให้ผู้เสียหายทั้งสองได้รับอันตรายแก่กาย ศาลย่อมมีอำนาจลงโทษจำเลยทั้งสามในความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับอันตรายแก่กายได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคท้าย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 3 ฟังขึ้นบางส่วน" พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 จำคุกคนละ 1 ปี ทางนำสืบของจำเลยทั้งสามมีประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสาม คงจำคุกคนละ 8 เดือน บวกโทษจำคุก 1 ปี ของจำเลยที่ 3 ที่รอการลงโทษไว้ในคดีหมายเลขแดงที่ 1377/2545 ของศาลชั้นต้นเข้ากับโทษในคดีนี้ รวมจำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 1 ปี 8 เดือน คำขออื่นให้ยก (ไมตรี ศรีอรุณ-ชัยวุฒิ โลหชิตรานนท์-ทวี ประจวบลาภ) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
504617
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081998407"
    }
}
date
2553
deka_no
1201/2553
deka_running_no
1201
deka_year
2553
department
แผนก
judges
[
    "ไมตรี ศรีอรุณ",
    "ชัยวุฒิ โลหชิตรานนท์",
    "ทวี ประจวบลาภ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 192 วรรคท้าย",
            "ม. 213",
            "ม. 225"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดนครปฐม"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายทองหล่อหรืออ้วน สงพรมทิพย์ กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340, 340 ตรี, 92, 91, 83, 58 ให้จำเลยทั้งสามคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ 47,000 บาท แก่ผู้เสียหายที่ 1 และ 12,000 บาท แก่ผู้เสียหายที่ 2 เพิ่มโทษจำคุกจำเลยที่ 2 ตามกฎหมายและบวกโทษจำคุกของจำเลยที่ 3 ที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1377/2545 ของศาลชั้นต้นเข้ากับโทษจำคุกของจำเลยที่ 3 ในคดีนี้

จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ แต่จำเลยที่ 2 รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้เพิ่มโทษ และจำเลยที่ 3 รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้บวกโทษ

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษากลับว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรคแรก ประกอบมาตรา 340 ตรี, 83 จำคุกคนละ 15 ปี ทางนำสืบของจำเลยทั้งสามเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสาม คงจำคุกคนละ 10 ปี บวกโทษจำคุก 1 ปี ของจำเลยที่ 3 ที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1377/2545 ของศาลชั้นต้นเข้ากับโทษในคดีนี้ รวมจำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 11 ปี ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันคืนสร้อยคอทองคำหนัก 5 บาท พร้อมพระหลวงพ่อโสธรเลี่ยมทองคำ 1 องค์ หรือใช้ราคาแทนเป็นเงิน 47,000 บาท แก่ผู้เสียหายที่ 1 และร่วมกันคืนสร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท พร้อมพระหลวงพ่อโสธรเลี่ยมทองคำ 1 องค์ หรือใช้ราคาแทนเป็นเงิน 12,000 บาท แก่ผู้เสียหายที่ 2 คำขออื่นให้ยก

จำเลยที่ 3 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...คำเบิกความของผู้เสียหายที่ 1 ที่อ้างว่าถูกกระชากสร้อยคอทองคำพร้อมพระเลี่ยมทองไปนั้น คงมีเพียงนายพิทักษ์ซึ่งเป็นเพื่อนของผู้เสียหายทั้งสองมาเบิกความสนับสนุน เมื่อได้ความว่าหลังเกิดเหตุไม่ปรากฏร่องรอยหรือบาดแผลใดๆ บริเวณลำคอของผู้เสียหายทั้งสอง ทั้งคำเบิกความของผู้เสียหายทั้งสองกับพยานโจทก์ปากอื่นเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากที่ผู้เสียหายทั้งสองอ้างว่าถูกคนร้ายกระชากสร้อยคอทองคำไป จนกระทั่งจำเลยทั้งสามกับพวกหลบหนีก็แตกต่างกันมากไม่สอดคล้องกันดังที่ได้วินิจฉัยมาแล้ว พยานหลักฐานโจทก์จึงไม่มีน้ำหนัก ข้อนำสืบของโจทก์ที่ว่าผู้เสียหายทั้งสองถูกพวกของจำเลยทั้งสามกระชากสร้อยคอทองคำพร้อมพระเลี่ยมทองไปจึงรับฟังไม่ได้ ข้อเท็จจริงย่อมฟังไม่ได้ว่ามีการกระทำความผิดฐานปล้นทรัพย์เกิดขึ้นตามฟ้อง ฎีกาของจำเลยที่ 3 มีว่า จำเลยที่ 3 มิได้ร่วมกับพวกปล้นทรัพย์ผู้เสียหายทั้งสองตามฟ้องฟังขึ้น เมื่อข้อเท็จจริงในคดีนี้รับฟังไม่ได้ว่ามีการกระทำความผิดฐานปล้นทรัพย์ดังกล่าวมาแล้ว จึงลงโทษจำเลยที่ 1 และที่ 2 ในความผิดฐานปล้นทรัพย์ไม่ได้อันเป็นเหตุในลักษณะคดี แม้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่ได้ฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ในข้อหาดังกล่าวได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 213 ประกอบมาตรา 225 แต่คดีนี้ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติโดยไม่มีฝ่ายใดฎีกาว่า จำเลยทั้งสามกับพวกรุมชกต่อยใช้ไม้และขวดเบียร์ตีทำร้ายร่างกายผู้เสียหายทั้งสอง เป็นเหตุให้ผู้เสียหายทั้งสองได้รับอันตรายแก่กาย ศาลย่อมมีอำนาจลงโทษจำเลยทั้งสามในความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับอันตรายแก่กายได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคท้าย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 3 ฟังขึ้นบางส่วน"

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 จำคุกคนละ 1 ปี ทางนำสืบของจำเลยทั้งสามมีประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสาม คงจำคุกคนละ 8 เดือน บวกโทษจำคุก 1 ปี ของจำเลยที่ 3 ที่รอการลงโทษไว้ในคดีหมายเลขแดงที่ 1377/2545 ของศาลชั้นต้นเข้ากับโทษในคดีนี้ รวมจำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 1 ปี 8 เดือน คำขออื่นให้ยก
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000521.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2553