คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1950/2553 ฉบับเต็ม

#504637
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1950/2553 ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) โจทก์ นางสุรีย์ สุภา ผู้ร้อง นายนพดล สุภา จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 1599, มาตรา 1600 ป.วิ.พ. มาตรา 42, มาตรา 44 เมื่อคดีถึงที่สุดและจำเลยถึงแก่กรรมในระหว่างการบังคับคดี หน้าที่และความรับผิดย่อมตกทอดแก่ทายาทตาม ป.พ.พ. มาตรา 1599 และมาตรา 1600 ไม่ใช่เป็นเรื่องคดีค้างพิจารณาอันจะต้องปฏิบัติตามมาตรา 42 และมาตรา 44 แห่ง ป.วิ.พ. ดังนั้น การขายทอดตลาดจึงดำเนินการไปได้โดยไม่จำต้องออกหมายเรียกทายาทของจำเลยเข้ามาเป็นคู่ความแทนเสียก่อน ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์ จำเลยไม่ชำระโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 16216 และ 22983 พร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาด โจทก์เป็นผู้ซื้อทรัพย์ดังกล่าวได้ในราคา 5,700,000 บาท ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า การปิดประกาศไม่ชอบ ขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาด โจทก์ยื่นคำคัดค้าน ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งให้ยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องข้อแรกมีว่า กรณีมีเหตุที่จะเพิกถอนการขายทอดตลาดตามคำร้องของผู้ร้องหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดโดยอ้างว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดทรัพย์ไปในราคาที่ต่ำเกินสมควร ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 309 ทวิ วรรคสอง ที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้น ซึ่งในวรรคสี่ของมาตราดังกล่าวบัญญัติว่า คำสั่งของศาลตามวรรคสองให้อุทธรณ์ไปยังศาลอุทธรณ์ได้และคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ให้เป็นที่สุด คำว่า "คำสั่งของศาลตามวรรคสอง" ของบทบัญญัติดังกล่าว หมายถึง หากมีกรณียื่นคำร้องตามมาตรา 309 ทวิ วรรคสองแล้ว คำสั่งใดๆ ของศาลที่เกี่ยวกับคำร้องดังกล่าวย่อมอยู่ในความหมายของคำว่า "คำสั่งของศาลตามวรรคสอง" ในบทบัญญัติวรรคสี่ทั้งสิ้น การที่ผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่มีคำสั่งเกี่ยวกับคำร้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 309 ทวิ วรรคสองและศาลอุทธรณ์ภาค 5 มีคำพิพากษาในเรื่องดังกล่าวแล้ว คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 5 จึงเป็นที่สุดตามบทกฎหมายดังกล่าว ผู้ร้องไม่มีสิทธิฎีกาในเรื่องดังกล่าวต่อมาอีกตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ประกอบมาตรา 247 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ที่ผู้ร้องฎีกาข้อต่อไปว่า คดีนี้จำเลยถึงแก่กรรมในระหว่างการขายทอดตลาด โจทก์มิได้ดำเนินการเรียกทายาทของจำเลยเข้าเป็นคู่ความแทน การขายทอดตลาดจึงไม่ชอบนั้น เห็นว่า เมื่อคดีถึงที่สุดและจำเลยถึงแก่กรรมในระหว่างการบังคับคดี หน้าที่และความรับผิดชอบย่อมตกทอดแก่ทายาทตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1599 และมาตรา 1600 ไม่ใช่เป็นเรื่องคดีค้างพิจารณาอันจะต้องปฏิบัติตามมาตรา 42 และมาตรา 44 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ดังนั้น การขายทอดตลาดจึงดำเนินการไปได้โดยไม่จำต้องออกหมายเรียกทายาทของจำเลยเข้ามาเป็นคู่ความแทนเสียก่อนแต่อย่างใด ฎีกาของผู้ร้องข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ส่วนที่ผู้ร้องฎีกาข้อสุดท้ายว่า ประกาศขายทอดตลาดระบุภูมิลำเนาของผู้ร้องเพียงบ้านเลขที่ 104/7 ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ โดยมิได้ระบุซอยหรือถนน การระบุเพียงตำบลจึงกว้างเกินไป การปิดประกาศขายทอดตลาดจึงไม่ชอบ เห็นว่า ตามคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดของผู้ร้องระบุว่า ผู้ร้องมีภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 104/7 หมู่ที่ 1 ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ และตามฎีกาของผู้ร้องก็รับว่าเจ้าหน้าที่ดำเนินการส่งประกาศขายทอดตลาดให้ผู้ร้องทราบโดยวิธีปิดประกาศไว้ที่บ้านเลขที่ดังกล่าว ดังนั้น ที่ผู้ร้องฎีกาว่าประกาศขายทอดตลาดมิได้ระบุซอยหรือถนนไว้ด้วย จึงเป็นฎีกาที่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย" พิพากษายืน ให้ผู้ร้องใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา 1,500 บาท แทนโจทก์ (สุรศักดิ์ สุวรรณประกร-ชำนาญ รวิวรรณพงษ์-สุรพันธุ์ ละอองมณี) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
504637
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081997973"
    }
}
date
2553
deka_no
1950/2553
deka_running_no
1950
deka_year
2553
department
แผนก
judges
[
    "สุรศักดิ์ สุวรรณประกร",
    "ชำนาญ รวิวรรณพงษ์",
    "สุรพันธุ์ ละอองมณี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 1599",
            "ม. 1600"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 42",
            "ม. 44"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "นางสุรีย์ สุภา"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายนพดล สุภา"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์ จำเลยไม่ชำระโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 16216 และ 22983 พร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาด โจทก์เป็นผู้ซื้อทรัพย์ดังกล่าวได้ในราคา 5,700,000 บาท

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า การปิดประกาศไม่ชอบ ขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาด

โจทก์ยื่นคำคัดค้าน ขอให้ยกคำร้อง

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งให้ยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องข้อแรกมีว่า กรณีมีเหตุที่จะเพิกถอนการขายทอดตลาดตามคำร้องของผู้ร้องหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดโดยอ้างว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดทรัพย์ไปในราคาที่ต่ำเกินสมควร ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 309 ทวิ วรรคสอง ที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้น ซึ่งในวรรคสี่ของมาตราดังกล่าวบัญญัติว่า คำสั่งของศาลตามวรรคสองให้อุทธรณ์ไปยังศาลอุทธรณ์ได้และคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ให้เป็นที่สุด คำว่า "คำสั่งของศาลตามวรรคสอง" ของบทบัญญัติดังกล่าว หมายถึง หากมีกรณียื่นคำร้องตามมาตรา 309 ทวิ วรรคสองแล้ว คำสั่งใดๆ ของศาลที่เกี่ยวกับคำร้องดังกล่าวย่อมอยู่ในความหมายของคำว่า "คำสั่งของศาลตามวรรคสอง" ในบทบัญญัติวรรคสี่ทั้งสิ้น การที่ผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่มีคำสั่งเกี่ยวกับคำร้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 309 ทวิ วรรคสองและศาลอุทธรณ์ภาค 5 มีคำพิพากษาในเรื่องดังกล่าวแล้ว คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 5 จึงเป็นที่สุดตามบทกฎหมายดังกล่าว ผู้ร้องไม่มีสิทธิฎีกาในเรื่องดังกล่าวต่อมาอีกตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ประกอบมาตรา 247 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

ที่ผู้ร้องฎีกาข้อต่อไปว่า คดีนี้จำเลยถึงแก่กรรมในระหว่างการขายทอดตลาด โจทก์มิได้ดำเนินการเรียกทายาทของจำเลยเข้าเป็นคู่ความแทน การขายทอดตลาดจึงไม่ชอบนั้น เห็นว่า เมื่อคดีถึงที่สุดและจำเลยถึงแก่กรรมในระหว่างการบังคับคดี หน้าที่และความรับผิดชอบย่อมตกทอดแก่ทายาทตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1599 และมาตรา 1600 ไม่ใช่เป็นเรื่องคดีค้างพิจารณาอันจะต้องปฏิบัติตามมาตรา 42 และมาตรา 44 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ดังนั้น การขายทอดตลาดจึงดำเนินการไปได้โดยไม่จำต้องออกหมายเรียกทายาทของจำเลยเข้ามาเป็นคู่ความแทนเสียก่อนแต่อย่างใด ฎีกาของผู้ร้องข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

ส่วนที่ผู้ร้องฎีกาข้อสุดท้ายว่า ประกาศขายทอดตลาดระบุภูมิลำเนาของผู้ร้องเพียงบ้านเลขที่ 104/7 ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ โดยมิได้ระบุซอยหรือถนน การระบุเพียงตำบลจึงกว้างเกินไป การปิดประกาศขายทอดตลาดจึงไม่ชอบ เห็นว่า ตามคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดของผู้ร้องระบุว่า ผู้ร้องมีภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 104/7 หมู่ที่ 1 ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ และตามฎีกาของผู้ร้องก็รับว่าเจ้าหน้าที่ดำเนินการส่งประกาศขายทอดตลาดให้ผู้ร้องทราบโดยวิธีปิดประกาศไว้ที่บ้านเลขที่ดังกล่าว ดังนั้น ที่ผู้ร้องฎีกาว่าประกาศขายทอดตลาดมิได้ระบุซอยหรือถนนไว้ด้วย จึงเป็นฎีกาที่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย"

พิพากษายืน ให้ผู้ร้องใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา 1,500 บาท แทนโจทก์
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000517.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2553