คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10392/2553 ฉบับเต็ม

#504679
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10392/2553 นายเกษม เจ๊ะอูเซ็ง โจทก์ นายบูรวิทย์ พลอยเลิศ กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 425 จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างขับรถยนต์บรรทุกไม้ยางให้แก่จำเลยที่ 2 หลังเลิกงานจำเลยที่ 2 ยินยอมให้ลูกจ้างนำรถไปเก็บไว้เอง เพื่อประโยชน์ในการบำรุงรักษารถและนำรถกลับมาบรรทุกไม้ยางให้จำเลยที่ 2 โดยจำเลยที่ 2 ไม่ต้องไปส่งลูกจ้าง การที่จำเลยที่ 1 ขับรถไปในเวลากลางคืนในขณะเกิดเหตุซึ่งเป็นเวลาหลังเลิกงานด้วยความยินยอมของจำเลยที่ 2 และเพื่อนำไปเก็บไว้ยังที่พักของจำเลยที่ 1 เป็นการปฏิบัติตามคำสั่งของจำเลยที่ 2 เพื่อประโยชน์ของนายจ้างเองที่จะนำรถกลับมาใช้งานให้จำเลยที่ 2 เมื่อจำเลยที่ 1 ขับรถชนผู้ตายและบุตรระหว่างขับรถกลับบ้าน ถือว่าเป็นการขับรถไปในทางการที่จ้าง จำเลยที่ 2 ต้องร่วมรับผิดในเหตุละเมิดกับจำเลยที่ 1 ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าสินไหมทดแทน 630,000 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จ จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ 2 ให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 405,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 12 กรกฎาคม 2542) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความให้ 15,000 บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้จำเลยที่ 1 ใช้แทนตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2 ให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 405,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีแก่โจทก์ด้วย ให้จำเลยที่ 2 ร่วมกับจำเลยที่ 1 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นแทนโจทก์เท่าทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี โดยกำหนดค่าทนายความ 15,000 บาท และให้จำเลยที่ 2 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์แทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่โจทก์ จำเลยที่ 2 ไม่โต้แย้งกันรับฟังเป็นยุติว่า โจทก์เป็นสามีโดยชอบด้วยกฎหมายของนางแวนูรีซัมและเป็นบิดาของเด็กชายอาเดลย์ ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้องจำเลยที่ 1 ได้ขับรถยนต์บรรทุกหกล้อหมายเลขทะเบียน 80 - 1937 ปัตตานี ซึ่งเป็นของจำเลยที่ 2 ไปด้วยความประมาทแล้วเฉี่ยวชนนางแวนูรีซัมจนถึงแก่ความตายและเด็กชายอาเดลย์ได้รับอันตรายสาหัสคดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามที่จำเลยที่ 2 ฎีกาว่า จำเลยที่ 2 ต้องร่วมรับผิดในเหตุละเมิดกับจำเลยที่ 1 หรือไม่ โดยจำเลยที่ 2 ฎีกาอ้างว่าจำเลยที่ 1 ไม่ใช่ลูกจ้าง จำเลยที่ 1 ขับรถยนต์บรรทุกไม้ยางให้จำเลยที่ 2 เป็นประจำแล้ว ยังได้ความจากคำเบิกความของนายกอเดร์ลูกจ้างของจำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 2 ว่า จำเลยที่ 2 จะให้ลูกจ้างของจำเลยที่ 2 นำรถยนต์ไปเก็บไว้เองเพื่อประโยชน์ในการบำรุงรักษารถและนำรถกลับมาบรรทุกไม้ยางให้จำเลยที่ 2 โดยจำเลยที่ 2 ไม่ต้องไปส่งลูกจ้าง แสดงว่าหลังเลิกงานแล้ว จำเลยที่ 2 ยินยอมให้ลูกจ้างนำรถยนต์ไปเก็บไว้เองได้ ดังนั้น เมื่อฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 2 การที่จำเลยที่ 1 ขับรถไปในเวลากลางคืนในขณะเกิดเหตุซึ่งเป็นเวลาหลังเลิกงานจึงฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 ขับรถไปในขณะเกิดเหตุด้วยความยินยอมของจำเลยที่ 2 และเพื่อนำไปเก็บไว้ยังที่พักของจำเลยที่ 1 อันเป็นการปฏิบัติตามคำสั่งของจำเลยที่ 2 ผู้เป็นนายจ้างเพื่อประโยชน์ของนายจ้างเองที่จะนำรถกลับมาใช้งานให้จำเลยที่ 2 เมื่อจำเลยที่ 1 ลูกจ้างขับรถชนผู้ตายและบุตรระหว่างขับรถยนต์กลับบ้านถือว่าเป็นการขับรถไปในทางการที่จ้าง จำเลยที่ 2 ต้องร่วมรับผิดในเหตุละเมิดกับจำเลยที่ 1 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (สถิตย์ ทาวุฒิ-สมชาย สินเกษม-ปริญญา ดีผดุง) ศาลจังหวัดปัตตานี - นายคมสัณห์ รางชางกูร ศาลอุทธรณ์ภาค 9 - นายสมเกียรติ ตั้งสกุล แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.1655/2550 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ436/2542 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ9/2547 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
504679
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดปัตตานี",
        "judge": "นายคมสัณห์ รางชางกูร"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 9",
        "judge": "นายสมเกียรติ ตั้งสกุล"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081993690"
    }
}
date
2553
deka_no
10392/2553
deka_running_no
10392
deka_year
2553
department
แผนก
judges
[
    "สถิตย์ ทาวุฒิ",
    "สมชาย สินเกษม",
    "ปริญญา ดีผดุง"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 425"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายเกษม เจ๊ะอูเซ็ง"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายบูรวิทย์ พลอยเลิศ กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าสินไหมทดแทน 630,000 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จ

จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา

จำเลยที่ 2 ให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 405,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 12 กรกฎาคม 2542) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความให้ 15,000 บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้จำเลยที่ 1 ใช้แทนตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2 ให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 405,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีแก่โจทก์ด้วย ให้จำเลยที่ 2 ร่วมกับจำเลยที่ 1 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นแทนโจทก์เท่าทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี โดยกำหนดค่าทนายความ 15,000 บาท และให้จำเลยที่ 2 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์แทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยที่ 2 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่โจทก์ จำเลยที่ 2 ไม่โต้แย้งกันรับฟังเป็นยุติว่า โจทก์เป็นสามีโดยชอบด้วยกฎหมายของนางแวนูรีซัมและเป็นบิดาของเด็กชายอาเดลย์ ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้องจำเลยที่ 1 ได้ขับรถยนต์บรรทุกหกล้อหมายเลขทะเบียน 80 - 1937 ปัตตานี ซึ่งเป็นของจำเลยที่ 2 ไปด้วยความประมาทแล้วเฉี่ยวชนนางแวนูรีซัมจนถึงแก่ความตายและเด็กชายอาเดลย์ได้รับอันตรายสาหัสคดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามที่จำเลยที่ 2 ฎีกาว่า จำเลยที่ 2 ต้องร่วมรับผิดในเหตุละเมิดกับจำเลยที่ 1 หรือไม่ โดยจำเลยที่ 2 ฎีกาอ้างว่าจำเลยที่ 1 ไม่ใช่ลูกจ้าง จำเลยที่ 1 ขับรถยนต์บรรทุกไม้ยางให้จำเลยที่ 2 เป็นประจำแล้ว ยังได้ความจากคำเบิกความของนายกอเดร์ลูกจ้างของจำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 2 ว่า จำเลยที่ 2 จะให้ลูกจ้างของจำเลยที่ 2 นำรถยนต์ไปเก็บไว้เองเพื่อประโยชน์ในการบำรุงรักษารถและนำรถกลับมาบรรทุกไม้ยางให้จำเลยที่ 2 โดยจำเลยที่ 2 ไม่ต้องไปส่งลูกจ้าง แสดงว่าหลังเลิกงานแล้ว จำเลยที่ 2 ยินยอมให้ลูกจ้างนำรถยนต์ไปเก็บไว้เองได้ ดังนั้น เมื่อฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 2 การที่จำเลยที่ 1 ขับรถไปในเวลากลางคืนในขณะเกิดเหตุซึ่งเป็นเวลาหลังเลิกงานจึงฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 ขับรถไปในขณะเกิดเหตุด้วยความยินยอมของจำเลยที่ 2 และเพื่อนำไปเก็บไว้ยังที่พักของจำเลยที่ 1 อันเป็นการปฏิบัติตามคำสั่งของจำเลยที่ 2 ผู้เป็นนายจ้างเพื่อประโยชน์ของนายจ้างเองที่จะนำรถกลับมาใช้งานให้จำเลยที่ 2 เมื่อจำเลยที่ 1 ลูกจ้างขับรถชนผู้ตายและบุตรระหว่างขับรถยนต์กลับบ้านถือว่าเป็นการขับรถไปในทางการที่จ้าง จำเลยที่ 2 ต้องร่วมรับผิดในเหตุละเมิดกับจำเลยที่ 1 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ436/2542
primary_red_case_no
พ9/2547
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000479.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.1655/2550
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2553