คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2421/2553 ฉบับเต็ม

#504682
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2421/2553 นายศักดาหรือร้อยโทศักดา หรือสหะเกียรติหรือล้ำ คำวชิรพิทักษ์ กับพวก โจทก์ นางสาวสมนึก ลี้ตระกูล กับพวก ผู้ร้อง นายหุ้ย ภู่ภิรมย์ ผู้ร้องสอด นายชาณุ แสงพิทักษ์ ในฐานะทายาท ของนางสมใจ แสงพิทักษ์ และในฐานะ ผู้จัดการมรดกของนายประสาน แสงพิทักษ์ จำเลย นายกมลสิงห์ แสงพิทักษ์ กับพวก จำเลยร่วม ป.วิ.พ. มาตรา 57 (1), มาตรา 243 (1), มาตรา 247 การร้องสอดอ้างว่าตนมีสิทธิเรียกร้องเกี่ยวเนื่องด้วยการบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่งโดยยื่นคำร้องขอต่อศาลที่ออกหมายบังคับคดีตาม ป.วิ.พ. มาตรา 57 (1) นั้น เมื่อศาลชั้นต้นไต่สวนเสร็จแล้วต้องมีคำสั่งอนุญาตหรือยกคำร้องเพื่อที่คู่ความที่ไม่เห็นด้วยจะได้ใช้สิทธิอุทธรณ์ต่อไป ที่ศาลชั้นต้นไต่สวนเสร็จแล้วไม่ทำคำสั่ง แต่มีคำสั่งให้รวบรวมถ้อยคำสำนวนส่งศาลอุทธรณ์เพื่อพิจารณาสั่งนั้นไม่ชอบ และศาลอุทธรณ์จะมีคำสั่งเสียเองแทนศาลชั้นต้นโดยให้ยกคำร้องก็ไม่ถูกต้อง ให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งคำร้องของผู้ร้องสอดตาม ป.วิ.พ. มาตรา 243 (1) ประกอบมาตรา 247 ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำเลยชำระเงินพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ ผู้ร้องสอดยื่นคำร้องขอเข้ามาเป็นคู่ความแทนที่โจทก์ในชั้นบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57 (1) อ้างว่าผู้ร้องสอดเป็นผู้มีสิทธิเรียกร้องเกี่ยวเนื่องด้วยการบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่ง เนื่องจากโจทก์ได้โอนสิทธิเรียกร้องที่โจทก์มีต่อจำเลยตามคำพิพากษาในคดีนี้ให้แก่ผู้ร้องสอดแล้ว กรณีมีเหตุจำเป็นที่ผู้ร้องสอดต้องร้องสอดเข้ามาในคดีเพื่อยังให้ได้รับความรับรอง คุ้มครองหรือบังคับตามสิทธิของผู้ร้องสอดที่มีอยู่ ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องสอดของผู้ร้องเสร็จแล้วมีคำสั่งให้รวบรวมถ้อยคำสำนวนส่งศาลอุทธรณ์เพื่อพิจารณาสั่ง ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ ผู้ร้องสอดฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การร้องสอดอ้างว่าตนมีสิทธิเรียกร้องเกี่ยวเนื่องด้วยการบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่งโดยยื่นคำร้องขอต่อศาลที่ออกหมายบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57 (1) นั้น เมื่อศาลชั้นต้นไต่สวนเสร็จแล้วต้องมีคำสั่งอนุญาตหรือยกคำร้องเพื่อที่คู่ความที่ไม่เห็นด้วยจะได้ใช้สิทธิอุทธรณ์ต่อไป ที่ศาลชั้นต้นไต่สวนเสร็จแล้วไม่ทำคำสั่ง แต่มีคำสั่งให้รวบรวมถ้อยคำสำนวนส่งศาลอุทธรณ์เพื่อพิจารณาสั่งนั้นไม่ชอบ และศาลอุทธรณ์จะมีคำสั่งเสียเองแทนศาลชั้นต้นโดยให้ยกคำร้องก็ไม่ถูกต้อง ให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งคำร้องของผู้ร้องสอดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 243 (1) ประกอบมาตรา 247 คดีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาผู้ร้องสอด พิพากษายกคำสั่งศาลอุทธรณ์ ให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งคำร้องของผู้ร้องสอดที่ไต่สวนเสร็จแล้วตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำสั่ง. (สุรพันธุ์ ละอองมณี-สุรศักดิ์ สุวรรณประกร-ชำนาญ รวิวรรณพงษ์) ศาลชั้นต้น - นางอรอุษา กฤษณะโลม จรัญรัตนศรี ศาลอุทธรณ์ - นางอมรัตน์ ดีศรีวงศ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.1851/2549 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ26190/2535 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ11361/2537 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
504682
courts
[
    {
        "court": "ศาลชั้นต้น",
        "judge": "นางอรอุษา กฤษณะโลม จรัญรัตนศรี"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นางอมรัตน์ ดีศรีวงศ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081997519"
    }
}
date
2553
deka_no
2421/2553
deka_running_no
2421
deka_year
2553
department
แผนก
judges
[
    "สุรพันธุ์ ละอองมณี",
    "สุรศักดิ์ สุวรรณประกร",
    "ชำนาญ รวิวรรณพงษ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 57 (1)",
            "ม. 243 (1)",
            "ม. 247"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "",
        "name": "นายศักดาหรือร้อยโทศักดา"
    },
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "หรือสหะเกียรติหรือล้ำ คำวชิรพิทักษ์ กับพวก"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "นางสาวสมนึก ลี้ตระกูล กับพวก"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้องสอด",
        "name": "นายหุ้ย ภู่ภิรมย์"
    },
    {
        "role": "",
        "name": "นายชาณุ แสงพิทักษ์ ในฐานะทายาท"
    },
    {
        "role": "",
        "name": "ของนางสมใจ แสงพิทักษ์ และในฐานะ"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "ผู้จัดการมรดกของนายประสาน แสงพิทักษ์"
    },
    {
        "role": "จำเลยร่วม",
        "name": "นายกมลสิงห์ แสงพิทักษ์ กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำเลยชำระเงินพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์

ผู้ร้องสอดยื่นคำร้องขอเข้ามาเป็นคู่ความแทนที่โจทก์ในชั้นบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57 (1) อ้างว่าผู้ร้องสอดเป็นผู้มีสิทธิเรียกร้องเกี่ยวเนื่องด้วยการบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่ง เนื่องจากโจทก์ได้โอนสิทธิเรียกร้องที่โจทก์มีต่อจำเลยตามคำพิพากษาในคดีนี้ให้แก่ผู้ร้องสอดแล้ว กรณีมีเหตุจำเป็นที่ผู้ร้องสอดต้องร้องสอดเข้ามาในคดีเพื่อยังให้ได้รับความรับรอง คุ้มครองหรือบังคับตามสิทธิของผู้ร้องสอดที่มีอยู่

ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องสอดของผู้ร้องเสร็จแล้วมีคำสั่งให้รวบรวมถ้อยคำสำนวนส่งศาลอุทธรณ์เพื่อพิจารณาสั่ง

ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ

ผู้ร้องสอดฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การร้องสอดอ้างว่าตนมีสิทธิเรียกร้องเกี่ยวเนื่องด้วยการบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่งโดยยื่นคำร้องขอต่อศาลที่ออกหมายบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57 (1) นั้น เมื่อศาลชั้นต้นไต่สวนเสร็จแล้วต้องมีคำสั่งอนุญาตหรือยกคำร้องเพื่อที่คู่ความที่ไม่เห็นด้วยจะได้ใช้สิทธิอุทธรณ์ต่อไป ที่ศาลชั้นต้นไต่สวนเสร็จแล้วไม่ทำคำสั่ง แต่มีคำสั่งให้รวบรวมถ้อยคำสำนวนส่งศาลอุทธรณ์เพื่อพิจารณาสั่งนั้นไม่ชอบ และศาลอุทธรณ์จะมีคำสั่งเสียเองแทนศาลชั้นต้นโดยให้ยกคำร้องก็ไม่ถูกต้อง ให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งคำร้องของผู้ร้องสอดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 243 (1) ประกอบมาตรา 247 คดีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาผู้ร้องสอด

พิพากษายกคำสั่งศาลอุทธรณ์ ให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งคำร้องของผู้ร้องสอดที่ไต่สวนเสร็จแล้วตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำสั่ง.
opensearch_id
primary_black_case_no
พ26190/2535
primary_red_case_no
พ11361/2537
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000513.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.1851/2549
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2553