คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8758/2553 ฉบับเต็ม

#504685
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8758/2553 บริษัทเรียลตี้ เวิลด์ อัลไลแอนซ์ จำกัด โจทก์ นายพิพัฒน์ พร้อมมูล กับพวก จำเลย พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ.2540 มาตรา 4 วรรคหนึ่ง เมื่อพิเคราะห์ถึงความสุจริต อำนาจต่อรอง ความรู้ ความเข้าใจ ความสันทัดจัดเจนความคาดหมายและทางได้เสียทุกอย่างของโจทก์ จำเลยในคดีนี้ตามสภาพที่เป็นจริงแล้ว ข้อสัญญา ข้อ 7 ที่ห้ามจำเลยบอกเลิกสัญญาก่อนครบกำหนดและหากจำเลยขายทรัพย์สินก่อนครบกำหนดระยะเวลาตามสัญญา จำเลยจะต้องจ่ายค่าบำเหน็จตัวแทนแก่โจทก์เสมือนหนึ่งโจทก์ได้ปฏิบัติหน้าที่ติดต่อจัดหาผู้ซื้อได้สำเร็จนั้น เห็นได้ว่าเป็นข้อตกลงที่มีลักษณะหรือมีผลให้จำเลยปฏิบัติหรือรับภาระเกินกว่าที่วิญญูชนจะพึงคาดหมายได้ตามปกติ เป็นข้อตกลงที่ถือได้ว่าทำให้โจทก์ผู้กำหนดข้อความในสัญญาสำเร็จรูปได้เปรียบจำเลยเกินสมควรจึงเป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม คงมีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีตามมาตรา 4วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ.2540 เท่านั้น ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระเงินจำนวนดังกล่าวแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงิน 240,750 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยทั้งสองให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้น พิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 50,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 28 กรกฎาคม 2547) ไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์ เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี โดยกำหนดค่าทนายความรวม 3,000 บาท จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้มีทุนทรัพย์ในชั้นฎีกา 50,000 บาท ต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่ง ในชั้นนี้คงมีปัญหาข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองว่า สัญญาแต่งตั้งตัวแทนขายอสังหาริมทรัพย์ระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 เป็นสัญญาที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือเป็นสัญญาที่มีข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรมหรือไม่ ในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวศาลฎีกาจำต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยจากพยานหลักฐานในสำนวน ทั้งนี้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 238 ประกอบมาตรา 247 คดีนี้ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2546 จำเลยทั้งสองร่วมกันทำสัญญาแต่งตั้งให้โจทก์เป็นตัวแทนติดต่อและจัดหาผู้ซื้อบ้านเดี่ยว เลขที่ 72 หมู่บ้านศานตินิเวศน์ แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร ซึ่งตั้งอยู่บนที่ดินโฉนดเลขที่ 42405 ให้แก่จำเลยทั้งสอง ในราคา 7,500,000 บาท โดยจำเลยทั้งสองตกลงจะจ่ายค่าบำเหน็จให้แก่โจทก์ในอัตราร้อยละ 3 ของราคาทรัพย์ที่ขายได้ สัญญามีกำหนด 10 เดือน นับแต่วันทำสัญญา หลังจากทำสัญญาแล้วโจทก์และจำเลยจะไม่บอกเลิกสัญญานี้ไม่ว่าด้วยกรณีใด ๆ และหากจำเลยมีการจะขายหรือขายหรือแลกเปลี่ยนทรัพย์สินในช่วงระยะเวลาดังกล่าวไม่ว่าด้วยกรณีใด ๆ หรือเหตุใดก็ตาม จำเลยยินยอมจ่ายค่าบำเหน็จตัวแทนให้แก่โจทก์โดยพลันตามราคาทรัพย์สินและอัตราค่าบำเหน็จตัวแทนในอัตราร้อยละ 3 ของราคาทรัพย์สินที่ขายได้ คดีนี้โจทก์เพียงแต่ลงโฆษณาขายบ้านเเละที่ดินของจำเลยทั้งสองตาม เท่านั้น แล้วไม่ได้ดำเนินการใด ๆ อีก รอแต่เพียงว่าจำเลยผิดสัญญาโจทก์ก็จะเรียกร้องเอาค่าเสียหาย เป็นการเอาเปรียบจำเลยนั้น ปัญหาว่า สัญญาดังกล่าวขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนหรือไม่ เห็นว่า ข้อตกลงตามสัญญาดังกล่าวแม้จำเลยทั้งสองจะเสียเปรียบโจทก์ แต่ข้อตกลงตามสัญญานั้นเกิดขึ้นด้วยความสมัครใจของจำเลยเอง ผลของสัญญากระทบต่อจำเลยทั้งสองซึ่งเป็นคู่สัญญาเท่านั้น พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 10,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ. (ชินวิทย์ จินดา แต้มแก้ว-สุทธิโชค เทพไตรรัตน์-พิสิฐ ฐิติภัค) ศาลแขวงพระนครเหนือ - นายชวพันธุ์ สิทธิวัจน์ ศาลอุทธรณ์ - นายอนันต์ เสนคุ้ม แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.2591/2552 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ12169/2547 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ19102/2548 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
504685
courts
[
    {
        "court": "ศาลแขวงพระนครเหนือ",
        "judge": "นายชวพันธุ์ สิทธิวัจน์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายอนันต์ เสนคุ้ม"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081994354"
    }
}
date
2553
deka_no
8758/2553
deka_running_no
8758
deka_year
2553
department
แผนก
judges
[
    "ชินวิทย์ จินดา แต้มแก้ว",
    "สุทธิโชค เทพไตรรัตน์",
    "พิสิฐ ฐิติภัค"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ.2540",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ.2540",
        "sections": [
            "ม. 4 วรรคหนึ่ง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทเรียลตี้ เวิลด์ อัลไลแอนซ์ จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายพิพัฒน์ พร้อมมูล กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระเงินจำนวนดังกล่าวแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงิน 240,750 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จ

จำเลยทั้งสองให้การ ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้น พิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 50,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 28 กรกฎาคม 2547) ไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์ เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี โดยกำหนดค่าทนายความรวม 3,000 บาท

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้มีทุนทรัพย์ในชั้นฎีกา 50,000 บาท ต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่ง ในชั้นนี้คงมีปัญหาข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองว่า สัญญาแต่งตั้งตัวแทนขายอสังหาริมทรัพย์ระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 เป็นสัญญาที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือเป็นสัญญาที่มีข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรมหรือไม่ ในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวศาลฎีกาจำต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยจากพยานหลักฐานในสำนวน ทั้งนี้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 238 ประกอบมาตรา 247 คดีนี้ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2546 จำเลยทั้งสองร่วมกันทำสัญญาแต่งตั้งให้โจทก์เป็นตัวแทนติดต่อและจัดหาผู้ซื้อบ้านเดี่ยว เลขที่ 72 หมู่บ้านศานตินิเวศน์ แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร ซึ่งตั้งอยู่บนที่ดินโฉนดเลขที่ 42405 ให้แก่จำเลยทั้งสอง ในราคา 7,500,000 บาท โดยจำเลยทั้งสองตกลงจะจ่ายค่าบำเหน็จให้แก่โจทก์ในอัตราร้อยละ 3 ของราคาทรัพย์ที่ขายได้ สัญญามีกำหนด 10 เดือน นับแต่วันทำสัญญา หลังจากทำสัญญาแล้วโจทก์และจำเลยจะไม่บอกเลิกสัญญานี้ไม่ว่าด้วยกรณีใด ๆ และหากจำเลยมีการจะขายหรือขายหรือแลกเปลี่ยนทรัพย์สินในช่วงระยะเวลาดังกล่าวไม่ว่าด้วยกรณีใด ๆ หรือเหตุใดก็ตาม จำเลยยินยอมจ่ายค่าบำเหน็จตัวแทนให้แก่โจทก์โดยพลันตามราคาทรัพย์สินและอัตราค่าบำเหน็จตัวแทนในอัตราร้อยละ 3 ของราคาทรัพย์สินที่ขายได้ คดีนี้โจทก์เพียงแต่ลงโฆษณาขายบ้านเเละที่ดินของจำเลยทั้งสองตาม เท่านั้น แล้วไม่ได้ดำเนินการใด ๆ อีก รอแต่เพียงว่าจำเลยผิดสัญญาโจทก์ก็จะเรียกร้องเอาค่าเสียหาย เป็นการเอาเปรียบจำเลยนั้น ปัญหาว่า สัญญาดังกล่าวขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนหรือไม่ เห็นว่า ข้อตกลงตามสัญญาดังกล่าวแม้จำเลยทั้งสองจะเสียเปรียบโจทก์ แต่ข้อตกลงตามสัญญานั้นเกิดขึ้นด้วยความสมัครใจของจำเลยเอง ผลของสัญญากระทบต่อจำเลยทั้งสองซึ่งเป็นคู่สัญญาเท่านั้น

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 10,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
พ12169/2547
primary_red_case_no
พ19102/2548
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000485.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.2591/2552
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2553