คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11076/2553 ฉบับเต็ม

#504693
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11076/2553 บริษัทเอส.ที.ซี.ทาวเวอร์เครน เทรดดิ้ง จำกัด กับพวก โจทก์ บริษัทอยุธยา ดีเวลลอปเม้นท์ ลีสซิ่ง จำกัด กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 826, มาตรา 828 ป.วิ.อ. มาตรา 29 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 4 ตามคำร้องของทนายโจทก์ที่ 2 ลงวันที่ 20 พฤศจิกายน 2545 ปรากฏว่าโจทก์ที่ 2 ถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2545 และศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ทนายโจทก์ที่ 2 ดำเนินคดีแทนโจทก์ที่ 2 ในฐานะตัวแทนเพื่อไม่ให้กระบวนพิจารณาเสียหายเท่านั้น หลังจากนั้นไม่ปรากฏว่ามีผู้บุพการี ผู้สืบสันดาน หรือภริยาของโจทก์ที่ 2 ประสงค์เข้าดำเนินคดีแทนโจทก์ที่ 2 ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 29 วรรคหนึ่ง ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 4 การที่โจทก์ที่ 2 ฎีกาโดยทนายโจทก์ที่ 2 เป็นผู้กระทำการแทนและลงลายมือชื่อเป็นผู้ฎีกาเช่นนี้ เมื่อโจทก์ที่ 2 ถึงแก่ความตายระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นนับจนถึงเวลาที่ทนายโจทก์ที่ 2 ยื่นฎีกาเป็นเวลาเกือบ 3 ปี ทนายโจทก์ที่ 2 ย่อมหมดสภาพจากการเป็นทนายของโจทก์ที่ 2 และล่วงเลยเวลาที่ทนายโจทก์ที่ 2 จะจัดการอันสมควรเพื่อปกปักรักษาประโยชน์ที่โจทก์ที่ 2 มอบหมายแก่ตน จนกว่าจะมีผู้เข้าดำเนินคดีแทนโจทก์ที่ 2 ตาม ป.พ.พ. มาตรา 828 แล้ว จึงไม่มีอำนาจกระทำการแทนโจทก์ที่ 2 อีกต่อไป ที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของโจทก์ที่ 2 มาเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ___________________________ โจทก์ทั้งสามฟ้องและแก้ไขฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 172,173, 83, 90 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยทั้งสี่ให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา โจทก์ที่ 2 ถึงแก่ความตาย โดยไม่มีผู้ใดดำเนินคดีต่างผู้ตาย ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสี่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 173, 83 จำเลยที่ 1 ลงโทษปรับ 6,000 บาท จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ลงโทษจำคุกคนละ 6 เดือน และปรับคนละ 6,000 บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกจึงให้รอไว้มีกำหนด1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 จำเลยทั้งสี่อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ทั้งสามฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ทั้งสามฎีกาว่า การแจ้งความร้องทุกข์เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 173 ประกอบมาตรา 83 เห็นสมควรวินิจฉัยเสียก่อนว่าฎีกาของโจทก์ที่ 2 เป็นฎีกาที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า โจทก์ที่ 2 ถึงแก่ความตายเมื่อวันที่15 พฤศจิกายน 2545 ตามคำร้องของทนายโจทก์ที่ 2 ลงวันที่ 20 พฤศจิกายน 2545 ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ทนายโจทก์ที่ 2 ดำเนินคดีแทนโจทก์ที่ 2 ในฐานะตัวแทนเพื่อไม่ให้กระบวนพิจารณาเสียหายเท่านั้น ตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 20 พฤศจิกายน 2545 หลังจากนั้นไม่ปรากฏว่ามีผู้บุพการี ผู้สืบสันดาน หรือภริยาของโจทก์ที่ 2 ประสงค์เข้าดำเนินคดีแทนโจทก์ที่ 2 ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 29 วรรคหนึ่ง ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 4 โจทก์ที่ 2 ฎีกาโดยทนายโจทก์ที่ 2 เป็นผู้กระทำการแทนและลงลายมือชื่อเป็นผู้ฎีกา เช่นนี้ เมื่อโจทก์ที่ 2 ถึงแก่ความตายระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นนับจนถึงเวลาที่ทนายโจทก์ที่ 2 ยื่นฎีกาเป็นเวลาเกือบ 3 ปี ทนายโจทก์ที่ 2 ย่อมหมดสภาพจากการเป็นทนายของโจทก์ที่ 2 และล่วงเลยเวลาที่ทนายโจทก์ที่ 2 จะจัดการอันสมควรเพื่อปกปักรักษาประโยชน์ที่โจทก์ที่ 2 มอบหมายแก่ตน จนกว่าจะมีผู้เข้าดำเนินคดีแทนโจทก์ที่ 2 ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 828 แล้ว จึงไม่มีอำนาจกระทำการแทนโจทก์ที่ 2 อีกต่อไป ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของโจทก์ที่ 2 มาเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยฎีกาของโจทก์ที่ 2 คงรับวินิจฉัยเฉพาะฎีกาของโจทก์ที่1 และโจทก์ที่ 3 เท่านั้น... พิพากษายืนและยกฎีกาของโจทก์ที่ 2 (ธนฤกษ์ นิติเศรณี-สิริรัตน์ จันทรา-สมยศ เข็มทอง) ศาลจังหวัดพระโขนง - นายสุชิต โต๊ะวิเศษกุล ศาลอุทธรณ์ - นายอำนาจ พวงชมภู แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.1725/2549 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ3243/2544 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ5837/2545 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
504693
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดพระโขนง",
        "judge": "นายสุชิต โต๊ะวิเศษกุล"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายอำนาจ พวงชมภู"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081993368"
    }
}
date
2553
deka_no
11076/2553
deka_running_no
11076
deka_year
2553
department
แผนก
judges
[
    "ธนฤกษ์ นิติเศรณี",
    "สิริรัตน์ จันทรา",
    "สมยศ เข็มทอง"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 826",
            "ม. 828"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 29"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499",
        "sections": [
            "ม. 4"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทเอส.ที.ซี.ทาวเวอร์เครน เทรดดิ้ง จำกัด กับพวก"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทอยุธยา ดีเวลลอปเม้นท์ ลีสซิ่ง จำกัด กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ทั้งสามฟ้องและแก้ไขฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 172,173, 83, 90

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง

จำเลยทั้งสี่ให้การปฏิเสธ

ระหว่างพิจารณา โจทก์ที่ 2 ถึงแก่ความตาย โดยไม่มีผู้ใดดำเนินคดีต่างผู้ตาย

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสี่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 173, 83 จำเลยที่ 1 ลงโทษปรับ 6,000 บาท จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ลงโทษจำคุกคนละ 6 เดือน และปรับคนละ 6,000 บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกจึงให้รอไว้มีกำหนด1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30

จำเลยทั้งสี่อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

โจทก์ทั้งสามฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ทั้งสามฎีกาว่า การแจ้งความร้องทุกข์เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 173 ประกอบมาตรา 83 เห็นสมควรวินิจฉัยเสียก่อนว่าฎีกาของโจทก์ที่ 2 เป็นฎีกาที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า โจทก์ที่ 2 ถึงแก่ความตายเมื่อวันที่15 พฤศจิกายน 2545 ตามคำร้องของทนายโจทก์ที่ 2 ลงวันที่ 20 พฤศจิกายน 2545 ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ทนายโจทก์ที่ 2 ดำเนินคดีแทนโจทก์ที่ 2 ในฐานะตัวแทนเพื่อไม่ให้กระบวนพิจารณาเสียหายเท่านั้น ตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 20 พฤศจิกายน 2545 หลังจากนั้นไม่ปรากฏว่ามีผู้บุพการี ผู้สืบสันดาน หรือภริยาของโจทก์ที่ 2 ประสงค์เข้าดำเนินคดีแทนโจทก์ที่ 2 ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 29 วรรคหนึ่ง ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 4 โจทก์ที่ 2 ฎีกาโดยทนายโจทก์ที่ 2 เป็นผู้กระทำการแทนและลงลายมือชื่อเป็นผู้ฎีกา เช่นนี้ เมื่อโจทก์ที่ 2 ถึงแก่ความตายระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นนับจนถึงเวลาที่ทนายโจทก์ที่ 2 ยื่นฎีกาเป็นเวลาเกือบ 3 ปี ทนายโจทก์ที่ 2 ย่อมหมดสภาพจากการเป็นทนายของโจทก์ที่ 2 และล่วงเลยเวลาที่ทนายโจทก์ที่ 2 จะจัดการอันสมควรเพื่อปกปักรักษาประโยชน์ที่โจทก์ที่ 2 มอบหมายแก่ตน จนกว่าจะมีผู้เข้าดำเนินคดีแทนโจทก์ที่ 2 ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 828 แล้ว จึงไม่มีอำนาจกระทำการแทนโจทก์ที่ 2 อีกต่อไป ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของโจทก์ที่ 2 มาเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยฎีกาของโจทก์ที่ 2 คงรับวินิจฉัยเฉพาะฎีกาของโจทก์ที่1 และโจทก์ที่ 3 เท่านั้น...

พิพากษายืนและยกฎีกาของโจทก์ที่ 2
opensearch_id
primary_black_case_no
อ3243/2544
primary_red_case_no
อ5837/2545
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000476.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.1725/2549
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2553