คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6022/2553 ฉบับเต็ม

#504699
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6022/2553 นายสุรวุฒิ นาคน้อย โจทก์ นางนิโลบล ทรัพย์พอพันธุ์ จำเลย ป.อ. มาตรา 56 ป.วิ.อ. มาตรา 193 ทวิ ศาลชั้นต้นเปลี่ยนโทษจำคุกเป็นโทษกักขังจำเลยแทน แม้โทษที่จะรอการลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 56 ได้จะต้องเป็นโทษจำคุกเท่านั้นก็ตาม แต่การที่จำเลยอุทธรณ์ขอให้รอการลงโทษจำคุกก็เท่ากับเป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการกำหนดโทษ อันเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ต้องห้ามตาม ป.วิ.อ. มาตรา 193 ทวิ (1) ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าให้ลงโทษปรับจำเลยอีกสถานหนึ่ง และให้รอการลงโทษจำคุกจำเลยไว้มีกำหนด 2 ปี โดยไม่ได้กล่าวไว้ในคำพิพากษาว่าไม่เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังก็หาได้เป็นคำพิพากษาที่มิชอบไม่ แต่ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขเสียให้ชัดเจนโดยไม่เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นโทษกักขัง ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 (1) จำคุก 2 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 เดือน แต่ให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังเป็นเวลา 1 เดือนแทน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 23 จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษปรับจำเลย 2,000 บาท อีกสถานหนึ่ง จำเลยให้การรับสารภาพ เมื่อลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว คงปรับ 1,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่โจทก์ฎีกาข้อกฎหมายว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นเปลี่ยนโทษจำคุกเป็นโทษกักขัง จำเลยไม่มีสิทธิอุทธรณ์ขอให้รอการลงโทษ เพราะโทษที่จะรอการลงโทษได้ต้องเป็นโทษจำคุกเท่านั้น การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าโทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี จึงเป็นการมิชอบนั้น เห็นว่าแม้คดีนี้ศาลชั้นต้นจะเปลี่ยนโทษจำคุกเป็นโทษกักขังจำเลยแทน และแม้โทษที่จะรอการลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ได้จะต้องเป็นโทษจำคุกเท่านั้นก็ตาม แต่การที่จำเลยอุทธรณ์ขอให้รอการลงโทษจำคุกก็เท่ากับ เป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการกำหนดโทษ อันเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 ทวิ (1) ส่วนที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าให้ลงโทษปรับจำเลยอีกสถานหนึ่ง และให้รอการลงโทษจำคุกจำเลยไว้มีกำหนด 2 ปี โดยไม่ได้กล่าวไว้ในคำพิพากษาว่าไม่เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังก็หาได้เป็นคำพิพากษาที่มิชอบดังที่โจทก์กล่าวอ้างในฎีกาไม่ ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น และเมื่อคดีนี้ศาลชั้นต้นเปลี่ยนโทษจำคุกเป็นโทษกักขังแล้ว ศาลฎีกาจึงเห็นสมควรแก้ไขเสียให้ชัดเจน พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นโทษกักขัง และให้รอการลงโทษจำคุกไว้มีกำหนด 2 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ (วีระพล ตั้งสุวรรณ-อุบลรัตน์ ลุยวิกกัย-สุนทร ทรงฤกษ์) ศาลแขวงดุสิต - นายธิตินันต์ ธัญญสิริ ศาลอุทธรณ์ - นายสมศักดิ์ จันทกุล แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.4598/2552 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ4503/2550 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ540/2551 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
504699
courts
[
    {
        "court": "ศาลแขวงดุสิต",
        "judge": "นายธิตินันต์ ธัญญสิริ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายสมศักดิ์ จันทกุล"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081995796"
    }
}
date
2553
deka_no
6022/2553
deka_running_no
6022
deka_year
2553
department
แผนก
judges
[
    "วีระพล ตั้งสุวรรณ",
    "อุบลรัตน์ ลุยวิกกัย",
    "สุนทร ทรงฤกษ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 56"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 193 ทวิ"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายสุรวุฒิ นาคน้อย"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางนิโลบล ทรัพย์พอพันธุ์"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4

จำเลยให้การรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 (1) จำคุก 2 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 เดือน แต่ให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังเป็นเวลา 1 เดือนแทน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 23

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษปรับจำเลย 2,000 บาท อีกสถานหนึ่ง จำเลยให้การรับสารภาพ เมื่อลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว คงปรับ 1,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่โจทก์ฎีกาข้อกฎหมายว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นเปลี่ยนโทษจำคุกเป็นโทษกักขัง จำเลยไม่มีสิทธิอุทธรณ์ขอให้รอการลงโทษ เพราะโทษที่จะรอการลงโทษได้ต้องเป็นโทษจำคุกเท่านั้น การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าโทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี จึงเป็นการมิชอบนั้น เห็นว่าแม้คดีนี้ศาลชั้นต้นจะเปลี่ยนโทษจำคุกเป็นโทษกักขังจำเลยแทน และแม้โทษที่จะรอการลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ได้จะต้องเป็นโทษจำคุกเท่านั้นก็ตาม แต่การที่จำเลยอุทธรณ์ขอให้รอการลงโทษจำคุกก็เท่ากับ เป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการกำหนดโทษ อันเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 ทวิ (1) ส่วนที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าให้ลงโทษปรับจำเลยอีกสถานหนึ่ง และให้รอการลงโทษจำคุกจำเลยไว้มีกำหนด 2 ปี โดยไม่ได้กล่าวไว้ในคำพิพากษาว่าไม่เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังก็หาได้เป็นคำพิพากษาที่มิชอบดังที่โจทก์กล่าวอ้างในฎีกาไม่ ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น และเมื่อคดีนี้ศาลชั้นต้นเปลี่ยนโทษจำคุกเป็นโทษกักขังแล้ว ศาลฎีกาจึงเห็นสมควรแก้ไขเสียให้ชัดเจน

พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นโทษกักขัง และให้รอการลงโทษจำคุกไว้มีกำหนด 2 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
opensearch_id
primary_black_case_no
อ4503/2550
primary_red_case_no
อ540/2551
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000498.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.4598/2552
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2553