คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9213/2553 ฉบับเต็ม

#504706
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9213/2553 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นางอรวรรณ ต่อพันธ์ โฮริ โจทก์ร่วม นายพรชัย โชคชัชวาล จำเลย ป.อ. มาตรา 264, มาตรา 265, มาตรา 268, มาตรา 334, มาตรา 352 ป.วิ.อ. มาตรา 39, มาตรา 192 แม้ความผิดที่โจทก์ฟ้องคือความผิดฐานปลอมเอกสารและลักทรัพย์จะเป็นความผิดอาญาต่อแผ่นดิน แต่เมื่อศาลพิจารณาแล้วได้ความว่าข้อเท็จจริงคดีนี้เป็นความผิดฐานยักยอกและศาลล่างทั้งสองลงโทษจำเลยตามข้อเท็จจริงที่ได้ความตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคสาม ก็ต้องถือว่าคดีนี้เป็นความผิดฐานยักยอกอันเป็นคดีอาญาความผิดต่อส่วนตัว โจทก์ร่วมย่อมถอนคำร้องทุกข์ในเวลาใดก่อนคดีถึงที่สุดได้ เมื่อจำเลยไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้โจทก์ร่วมถอนคำร้องทุกข์และสิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (2) ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264, 265, 268, 334 ให้จำเลยคืนหรือใช้เงินจำนวน 245,000 บาท แก่ผู้เสียหายและริบของกลาง จำเลยให้ปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา นางอรวรรณ ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 วรรคแรก การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำคุกกระทงละ 6 เดือน รวม 5 กระทง เป็นจำคุก 30 เดือน ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 20 เดือน ให้จำเลยคืนเงินจำนวน 245,000 บาท แก่โจทก์ร่วม และให้คืนของกลางแก่เจ้าของ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก โจทก์ร่วมและจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ในระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา โจทก์ร่วมแถลงขอถอนคำร้องทุกข์โจทก์และจำเลยไม่คัดค้าน ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้ความผิดที่โจทก์ฟ้องคือความผิดฐานปลอมเอกสารและลักทรัพย์จะเป็นความผิดอาญาต่อแผ่นดิน แต่เมื่อศาลพิจารณาแล้วได้ความว่าข้อเท็จจริงคดีนี้เป็นความผิดฐานยักยอก และศาลล่างทั้งสองลงโทษจำเลยตามข้อเท็จจริงที่ได้ความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคสาม ก็ต้องถือว่าคดีนี้เป็นความผิดฐานยักยอกอันเป็นคดีอาญาความผิดต่อส่วนตัว โจทก์ร่วมย่อมถอนคำร้องทุกข์ในเวลาใดก่อนคดีถึงที่สุดได้ เมื่อจำเลยไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้โจทก์ร่วมถอนคำร้องทุกข์และสิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (2) จึงให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ (วีรา ไวยหงษ์ รินทร์ศรี-สมศักดิ์ ตันติภิรมย์-พินิจ สุเสารัจ) ศาลอาญากรุงเทพใต้ - นายคนึง คงบริรักษ์ ศาลอุทธรณ์ - นายอดิเทพ ถิระวัฒน์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.933/2553 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ3718/2547 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ2208/2549 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
504706
courts
[
    {
        "court": "ศาลอาญากรุงเทพใต้",
        "judge": "นายคนึง คงบริรักษ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายอดิเทพ ถิระวัฒน์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081994135"
    }
}
date
2553
deka_no
9213/2553
deka_running_no
9213
deka_year
2553
department
แผนก
judges
[
    "วีรา ไวยหงษ์ รินทร์ศรี",
    "สมศักดิ์ ตันติภิรมย์",
    "พินิจ สุเสารัจ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 264",
            "ม. 265",
            "ม. 268",
            "ม. 334",
            "ม. 352"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 39",
            "ม. 192"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด"
    },
    {
        "role": "โจทก์ร่วม",
        "name": "นางอรวรรณ ต่อพันธ์ โฮริ"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายพรชัย โชคชัชวาล"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264, 265, 268, 334 ให้จำเลยคืนหรือใช้เงินจำนวน 245,000 บาท แก่ผู้เสียหายและริบของกลาง

จำเลยให้ปฏิเสธ

ระหว่างพิจารณา นางอรวรรณ ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 วรรคแรก การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำคุกกระทงละ 6 เดือน รวม 5 กระทง เป็นจำคุก 30 เดือน ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 20 เดือน ให้จำเลยคืนเงินจำนวน 245,000 บาท แก่โจทก์ร่วม และให้คืนของกลางแก่เจ้าของ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

โจทก์ร่วมและจำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ในระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา โจทก์ร่วมแถลงขอถอนคำร้องทุกข์โจทก์และจำเลยไม่คัดค้าน

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้ความผิดที่โจทก์ฟ้องคือความผิดฐานปลอมเอกสารและลักทรัพย์จะเป็นความผิดอาญาต่อแผ่นดิน แต่เมื่อศาลพิจารณาแล้วได้ความว่าข้อเท็จจริงคดีนี้เป็นความผิดฐานยักยอก และศาลล่างทั้งสองลงโทษจำเลยตามข้อเท็จจริงที่ได้ความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคสาม ก็ต้องถือว่าคดีนี้เป็นความผิดฐานยักยอกอันเป็นคดีอาญาความผิดต่อส่วนตัว โจทก์ร่วมย่อมถอนคำร้องทุกข์ในเวลาใดก่อนคดีถึงที่สุดได้ เมื่อจำเลยไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้โจทก์ร่วมถอนคำร้องทุกข์และสิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (2)

จึงให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ
opensearch_id
primary_black_case_no
อ3718/2547
primary_red_case_no
อ2208/2549
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000483.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.933/2553
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2553