คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10909/2553 ฉบับเต็ม

#504718
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10909/2553 นางนิตดา เย็นทรวง โจทก์ นางสมจิตร์ สุขเศวต จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 21 (4), มาตรา 283 ขณะที่โจทก์แถลงขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินพิพาทโดยอ้างว่าเป็นของจำเลย ลูกหนี้ตามคำพิพากษา ที่ดินพิพาทมีชื่อ ก. เป็นเจ้าของ แต่การจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทเป็นชื่อ ก. เป็นการโอนให้ภายหลังศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์ การโอนดังกล่าวจึงอาจเป็นการโอนโดยมีเจตนาให้ที่ดินพิพาทพ้นจากการบังคับคดีอันจะทำให้โจทก์เสียเปรียบได้ เมื่อยังไม่แจ้งชัดว่าที่ดินพิพาทไม่ใช่ของลูกหนี้ตามคำพิพากษาอย่างแน่นอน การที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้เจ้าพนักงานบังคับคดีปลดเปลื้องความรับผิดโดยไม่ได้รับฟังว่าโจทก์จะคัดค้านหรือไม่ หรือเรียกโจทก์มาไต่สวนให้ได้ความชัดเสียก่อน จึงเป็นการไม่ชอบ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 30,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันกู้ (วันที่ 5 กรกฎาคม 2538) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่นับถึงวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 12 พฤศจิกายน 2540) ต้องไม่เกิน 10,575 บาท ตามที่โจทก์ขอกับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 1,500 บาท จำเลยไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์จึงบังคับคดีโดยขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินซึ่งมีชื่อบุตรของจำเลยเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ เจ้าพนักงานบังคับคดีไม่ยึดให้โดยทำหนังสือขอปลดเปลื้องความรับผิดต่อศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 283 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งดังกล่าว ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีส่งสำเนาคำขอปลดเปลื้องความรับผิดแก่โจทก์และนัดไต่สวนคำร้องต่อไป ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง โจทก์อุทธรณ์คำสั่งเฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ขณะที่โจทก์แถลงขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินพิพาทตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) เลขที่ 1984 ตำบลชอนม่วง (ดอนดึง) อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี โดยอ้างว่าเป็นของจำเลยลูกหนี้ตามคำพิพากษา และแม้ที่ดินพิพาทมีชื่อนางกนกวรรณ์เป็นเจ้าของผู้มีสิทธิครอบครองก็ตาม แต่การจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทมาเป็นชื่อนางกนกวรรณ์เป็นการโอนยกให้ภายหลังจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์ การโอนดังกล่าวจึงอาจเป็นการโอนโดยมีเจตนาให้ที่ดินพิพาทพ้นจากการบังคับคดีอันจะทำให้โจทก์เสียเปรียบก็เป็นได้ เมื่อกรณียังไม่เป็นที่แจ้งชัดว่าที่ดินพิพาทที่โจทก์ขอให้ยึดไม่ใช่ของลูกหนี้ตามคำพิพากษาอย่างแน่นอน การที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้เจ้าพนักงานบังคับคดีปลดเปลื้องความรับผิดโดยไม่ได้รับฟังว่าโจทก์จะคัดค้านหรือไม่ หรือเรียกโจทก์มาไต่สวนให้ได้ความชัดเสียก่อน จึงเป็นการไม่ชอบ อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นทำการไต่สวนให้ได้ความชัดเสียก่อนว่า ที่ดินพิพาทเป็นของลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือไม่แล้วมีคำสั่งต่อไป ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (สมบัติ เดียวอิศเรศ-พันวะสา บัวทอง-พิศล พิรุณ) ศาลจังหวัดลพบุรี - นายทวิช พงษ์สุวรรณ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.1931/2550 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ1651/2540 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ1866/2542 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
504718
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดลพบุรี",
        "judge": "นายทวิช พงษ์สุวรรณ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081993477"
    }
}
date
2553
deka_no
10909/2553
deka_running_no
10909
deka_year
2553
department
แผนก
judges
[
    "สมบัติ เดียวอิศเรศ",
    "พันวะสา บัวทอง",
    "พิศล พิรุณ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 21 (4)",
            "ม. 283"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางนิตดา เย็นทรวง"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสมจิตร์ สุขเศวต"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 30,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันกู้ (วันที่ 5 กรกฎาคม 2538) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่นับถึงวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 12 พฤศจิกายน 2540) ต้องไม่เกิน 10,575 บาท ตามที่โจทก์ขอกับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 1,500 บาท จำเลยไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์จึงบังคับคดีโดยขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินซึ่งมีชื่อบุตรของจำเลยเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ เจ้าพนักงานบังคับคดีไม่ยึดให้โดยทำหนังสือขอปลดเปลื้องความรับผิดต่อศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 283 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต

โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งดังกล่าว ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีส่งสำเนาคำขอปลดเปลื้องความรับผิดแก่โจทก์และนัดไต่สวนคำร้องต่อไป

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง

โจทก์อุทธรณ์คำสั่งเฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ขณะที่โจทก์แถลงขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินพิพาทตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) เลขที่ 1984 ตำบลชอนม่วง (ดอนดึง) อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี โดยอ้างว่าเป็นของจำเลยลูกหนี้ตามคำพิพากษา และแม้ที่ดินพิพาทมีชื่อนางกนกวรรณ์เป็นเจ้าของผู้มีสิทธิครอบครองก็ตาม แต่การจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทมาเป็นชื่อนางกนกวรรณ์เป็นการโอนยกให้ภายหลังจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์ การโอนดังกล่าวจึงอาจเป็นการโอนโดยมีเจตนาให้ที่ดินพิพาทพ้นจากการบังคับคดีอันจะทำให้โจทก์เสียเปรียบก็เป็นได้ เมื่อกรณียังไม่เป็นที่แจ้งชัดว่าที่ดินพิพาทที่โจทก์ขอให้ยึดไม่ใช่ของลูกหนี้ตามคำพิพากษาอย่างแน่นอน การที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้เจ้าพนักงานบังคับคดีปลดเปลื้องความรับผิดโดยไม่ได้รับฟังว่าโจทก์จะคัดค้านหรือไม่ หรือเรียกโจทก์มาไต่สวนให้ได้ความชัดเสียก่อน จึงเป็นการไม่ชอบ อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น

พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นทำการไต่สวนให้ได้ความชัดเสียก่อนว่า ที่ดินพิพาทเป็นของลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือไม่แล้วมีคำสั่งต่อไป ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ1651/2540
primary_red_case_no
พ1866/2542
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000477.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.1931/2550
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2553