คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11035/2553 ฉบับเต็ม

#504720
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11035/2553 นางนวลนิตย์ โชคพงษ์อุดมชัย โจทก์ นางสาวอัญชลี รัตนพาณิชย์ กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 150 ข้อความในสัญญาซื้อขายที่ดินระหว่างเจ้ามรดกกับจำเลยทั้งสองระบุว่า จำเลยทั้งสองจะผ่อนชำระค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเดือนละ 4,000 บาท กรณีที่เจ้ามรดกถึงแก่ความตายแต่การชำระเงินยังไม่ครบถ้วนเสร็จสิ้น เจ้ามรดกยอมตกลงว่าจำนวนเงินที่เจ้ามรดกได้รับไปแล้วไม่ว่าจะเป็นจำนวนเท่าใดให้ถือว่าเจ้ามรดกได้รับครบถ้วนตามสัญญา ข้อความตามข้อสัญญาดังกล่าวไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนอันจะทำให้ข้อสัญญาดังกล่าวตกเป็นโมฆะ ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้เพิกถอนสัญญาซื้อขายที่ดินโฉนดเลขที่ 134116 ตำบลวังทองหลาง อำเภอบางกะปิ กรุงเทพมหานคร พร้อมบ้านเลขที่ 174/7 เพิกถอนสัญญาการชำระเงินค่าซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างกับให้จำเลยทั้งสองโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวในสภาพที่เรียบร้อยดังเดิมแก่โจทก์ที่สำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานครโดยให้จำเลยทั้งสองเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย หากจำเลยทั้งสองไม่ไปโอนกรรมสิทธิ์ให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาแทน หากจำเลยทั้งสองไม่สามารถดำเนินการดังกล่าวได้ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 1,400,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่ฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้เพิกถอนหนังสือสัญญาซื้อขายที่ดินโฉนดเลขที่ 134116 เลขที่ดิน 7935 ตำบลวังทองหลาง อำเภอบางกะปิ กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างบ้านเลขที่ 174/7 (เดิม 107/592) ซึ่งทำวันที่ 19 มิถุนายน 2543 ระหว่างนางกอบกุล กับนางสาวอัญชลี และนางสาวอัจฉรีย์ ที่สำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร สาขาบางกะปิ หากจำเลยทั้งสองเพิกเฉยให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาโดยให้ทรัพย์กลับคืนสู่กองมรดกที่โจทก์เป็นผู้จัดการมรดกของนางกอบกุล ผู้ตาย หากจำเลยทั้งสองไม่อาจเพิกถอนเพื่อคืนสู่กองมรดกได้ก็ให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่กองมรดกเป็นเงิน 800,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 18 มิถุนายน 2544 (วันฟ้องคดี) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ส่วนคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์ จำเลยทั้งสองในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า สัญญาซื้อขายที่ดินระหว่างเจ้ามรดกกับจำเลยทั้งสองมีผลผูกพันตามกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า โจทก์ฟ้องกล่าวอ้างว่า การโอนดังกล่าวเกิดจากการหลอกลวงของจำเลยทั้งสอง โจทก์จึงมีภาระในการพิสูจน์ แต่โจทก์ไม่สามารถพิสูจน์ได้ การจดทะเบียนโอนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวได้กระทำต่อหน้าเจ้าพนักงานที่ดิน โดยไม่ปรากฏว่าเจ้ามรดกบกพร่องทางจิตอันจะทำให้นิติกรรมไม่สมบูรณ์ เช่นเดียวกับการทำสัญญาการชำระเงินค่าซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่กระทำหลังจากจดทะเบียนโอนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างแล้ว ทั้งข้อความในสัญญาดังกล่าวกระทำขึ้นตรงกับความเป็นจริงดังจะเห็นได้ว่าจำเลยทั้งสองยอมรับว่าในการทำสัญญาและจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินดังกล่าวจำเลยทั้งสองยังไม่ได้ชำระเงินตามที่ระบุไว้ในหนังสือสัญญาขายที่ดิน แต่จำเลยทั้งสองจะผ่อนชำระให้เป็นรายเดือนเดือนละ 4,000 บาท กรณีที่เจ้ามรดกถึงแก่ความตายแต่การชำระเงินยังไม่ครบถ้วนเสร็จสิ้น เจ้ามรดกยอมตกลงว่าจำนวนเงินที่เจ้ามรดกได้รับไปแล้วไม่ว่าจะเป็นจำนวนเท่าใดให้ถือเป็นจำนวนเงินที่เจ้ามรดกได้รับไปแล้วครบถ้วนตามสัญญาซื้อขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งข้อความดังกล่าวไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน เป็นการกระทำขึ้นตามความสมัครใจของเจ้ามรดกโดยไม่ปรากฏว่าขณะทำเจ้ามรดกมีสติสัมปชัญญะไม่สมบูรณ์ เมื่อพิเคราะห์ถึงความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวของเจ้ามรดกกับครอบครัวของจำเลยทั้งสองแล้วจะเห็นได้ว่าเมื่อนายละเอียดสามีของเจ้ามรดกถึงแก่ความตาย บิดามารดาของจำเลยทั้งสองก็เป็นผู้จัดหาทนายความให้ยื่นคำร้องขอให้เป็นผู้จัดการมรดก นอกจากนี้เจ้ามรดกยังมอบรูปถ่ายพร้อมทั้งมีข้อความในทำนองว่ามอบที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างให้แก่มารดาของจำเลยทั้งสอง เมื่อเจ้ามรดกมีเจตนาที่จะโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง และได้กระทำต่อหน้าเจ้าพนักงานที่ดินโดยสมัครใจ การกระทำย่อมมีผลสมบูรณ์ เช่นเดียวกับทำสัญญาการชำระเงินค่าซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างก็มีผลบังคับโดยสมบูรณ์เช่นกัน ดังนั้น โจทก์จึงไม่มีสิทธิขอให้เพิกถอนแต่อย่างใด ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ (ศิริชัย วัฒนโยธิน-อภิรัตน์ ลัดพลี-ทวีป ตันสวัสดิ์) ศาลแพ่ง - นายสุรัชฎ์ เตชัสวงศ์ ศาลอุทธรณ์ - นางสาวประภาพรรณ อุดมจรรยา แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.2186/2550 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ3073/2544 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ3115/2546 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
504720
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นายสุรัชฎ์ เตชัสวงศ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นางสาวประภาพรรณ อุดมจรรยา"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081993372"
    }
}
date
2553
deka_no
11035/2553
deka_running_no
11035
deka_year
2553
department
แผนก
judges
[
    "ศิริชัย วัฒนโยธิน",
    "อภิรัตน์ ลัดพลี",
    "ทวีป ตันสวัสดิ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 150"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางนวลนิตย์ โชคพงษ์อุดมชัย"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสาวอัญชลี รัตนพาณิชย์ กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้เพิกถอนสัญญาซื้อขายที่ดินโฉนดเลขที่ 134116 ตำบลวังทองหลาง อำเภอบางกะปิ กรุงเทพมหานคร พร้อมบ้านเลขที่ 174/7 เพิกถอนสัญญาการชำระเงินค่าซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างกับให้จำเลยทั้งสองโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวในสภาพที่เรียบร้อยดังเดิมแก่โจทก์ที่สำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานครโดยให้จำเลยทั้งสองเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย หากจำเลยทั้งสองไม่ไปโอนกรรมสิทธิ์ให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาแทน หากจำเลยทั้งสองไม่สามารถดำเนินการดังกล่าวได้ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 1,400,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่ฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้เพิกถอนหนังสือสัญญาซื้อขายที่ดินโฉนดเลขที่ 134116 เลขที่ดิน 7935 ตำบลวังทองหลาง อำเภอบางกะปิ กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างบ้านเลขที่ 174/7 (เดิม 107/592) ซึ่งทำวันที่ 19 มิถุนายน 2543 ระหว่างนางกอบกุล กับนางสาวอัญชลี และนางสาวอัจฉรีย์ ที่สำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร สาขาบางกะปิ หากจำเลยทั้งสองเพิกเฉยให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาโดยให้ทรัพย์กลับคืนสู่กองมรดกที่โจทก์เป็นผู้จัดการมรดกของนางกอบกุล ผู้ตาย หากจำเลยทั้งสองไม่อาจเพิกถอนเพื่อคืนสู่กองมรดกได้ก็ให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่กองมรดกเป็นเงิน 800,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 18 มิถุนายน 2544 (วันฟ้องคดี) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ส่วนคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์ จำเลยทั้งสองในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า สัญญาซื้อขายที่ดินระหว่างเจ้ามรดกกับจำเลยทั้งสองมีผลผูกพันตามกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า โจทก์ฟ้องกล่าวอ้างว่า การโอนดังกล่าวเกิดจากการหลอกลวงของจำเลยทั้งสอง โจทก์จึงมีภาระในการพิสูจน์ แต่โจทก์ไม่สามารถพิสูจน์ได้ การจดทะเบียนโอนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวได้กระทำต่อหน้าเจ้าพนักงานที่ดิน โดยไม่ปรากฏว่าเจ้ามรดกบกพร่องทางจิตอันจะทำให้นิติกรรมไม่สมบูรณ์ เช่นเดียวกับการทำสัญญาการชำระเงินค่าซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่กระทำหลังจากจดทะเบียนโอนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างแล้ว ทั้งข้อความในสัญญาดังกล่าวกระทำขึ้นตรงกับความเป็นจริงดังจะเห็นได้ว่าจำเลยทั้งสองยอมรับว่าในการทำสัญญาและจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินดังกล่าวจำเลยทั้งสองยังไม่ได้ชำระเงินตามที่ระบุไว้ในหนังสือสัญญาขายที่ดิน แต่จำเลยทั้งสองจะผ่อนชำระให้เป็นรายเดือนเดือนละ 4,000 บาท กรณีที่เจ้ามรดกถึงแก่ความตายแต่การชำระเงินยังไม่ครบถ้วนเสร็จสิ้น เจ้ามรดกยอมตกลงว่าจำนวนเงินที่เจ้ามรดกได้รับไปแล้วไม่ว่าจะเป็นจำนวนเท่าใดให้ถือเป็นจำนวนเงินที่เจ้ามรดกได้รับไปแล้วครบถ้วนตามสัญญาซื้อขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งข้อความดังกล่าวไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน เป็นการกระทำขึ้นตามความสมัครใจของเจ้ามรดกโดยไม่ปรากฏว่าขณะทำเจ้ามรดกมีสติสัมปชัญญะไม่สมบูรณ์ เมื่อพิเคราะห์ถึงความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวของเจ้ามรดกกับครอบครัวของจำเลยทั้งสองแล้วจะเห็นได้ว่าเมื่อนายละเอียดสามีของเจ้ามรดกถึงแก่ความตาย บิดามารดาของจำเลยทั้งสองก็เป็นผู้จัดหาทนายความให้ยื่นคำร้องขอให้เป็นผู้จัดการมรดก นอกจากนี้เจ้ามรดกยังมอบรูปถ่ายพร้อมทั้งมีข้อความในทำนองว่ามอบที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างให้แก่มารดาของจำเลยทั้งสอง เมื่อเจ้ามรดกมีเจตนาที่จะโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง และได้กระทำต่อหน้าเจ้าพนักงานที่ดินโดยสมัครใจ การกระทำย่อมมีผลสมบูรณ์ เช่นเดียวกับทำสัญญาการชำระเงินค่าซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างก็มีผลบังคับโดยสมบูรณ์เช่นกัน ดังนั้น โจทก์จึงไม่มีสิทธิขอให้เพิกถอนแต่อย่างใด ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังขึ้น

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ3073/2544
primary_red_case_no
พ3115/2546
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000476.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.2186/2550
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2553