คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10448/2553 ฉบับเต็ม

#504724
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10448/2553 นายอาคม เอ่งฉ้วน โจทก์ บริษัทข่าวสด จำกัด กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 420, มาตรา 423 ข้อความทั้งหมดตามบทความสรุปว่า โจทก์ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มีหน้าที่กำกับดูแลกรมศาสนา ทำงานไม่เป็น ไม่สามารถแก้ไขปัญหาวัดพระธรรมกาย ท่าดีทีเหลว โอบอุ้มพระธัมมชโยเนื่องจากรับเงินสินบนจากพระธัมมชโย 150,000,000 บาท เมื่ออ่านโดยตลอดแล้วมีลักษณะเป็นการกล่าวหรือไขข่าวแพร่หลายซึ่งข้อความอันฝ่าฝืนต่อความจริง ซึ่งจำเลยทั้งสามก็ยอมรับว่าเป็นเช่นนั้น ไม่ใช่ลักษณะของการแสดงความคิดเห็นหรือเสนอข้อเท็จจริงโดยสุจริตหรือติชมด้วยความเป็นธรรม จำเลยทั้งสามจึงกระทำละเมิดต่อโจทก์ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าสินไหมทดแทน 5,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสามให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน 700,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 17 ธันวาคม 2542) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ กับให้ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความให้ 15,000 บาท ค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนตามจำนวนทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าเสียหายรวม 400,000 บาท แก่โจทก์ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยทั้งสามฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยทั้งสามกระทำละเมิดต่อโจทก์หรือไม่ สำหรับปัญหานี้ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยไว้แล้วว่า ข้อความทั้งหมดในบทความเมื่ออ่านโดยตลอดแล้วมีลักษณะเป็นการกล่าวหรือไขข่าวแพร่หลายซึ่งข้อความอันฝ่าฝืนต่อความเป็นจริง ซึ่งจำเลยทั้งสามก็ยอมรับว่าเป็นเช่นนั้นตามคำชี้แจงข้อเท็จจริง ไม่ใช่ลักษณะของการแสดงความคิดเห็นหรือเสนอข้อเท็จจริงโดยสุจริตหรือติชมด้วยความเป็นธรรม จำเลยทั้งสามจึงกระทำละเมิดต่อโจทก์ ศาลฎีกาเห็นว่าชอบด้วยเหตุผลแล้วจึงไม่วินิจฉัยซ้ำอีก ส่วนที่จำเลยทั้งสามฎีกาว่า ข้อความในบทความมีการกล่าวถึงผู้ที่เกี่ยวข้องหลายคนมิได้กล่าวถึงเพียงแต่โจทก์เท่านั้น แม้จะปรากฏว่าข้อความในบทความดังกล่าวมีการกล่าวพาดพิงถึงบุคคลอื่นก็ตามแต่บทความดังกล่าวมุ่งเน้นถึงตัวโจทก์เป็นสำคัญ การกระทำดังกล่าวจึงเป็นการละเมิดต่อโจทก์โดยตรง ฎีกาของจำเลยทั้งสามข้อนี้ฟังไม่ขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 250,000 บาท แก่โจทก์ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (ชัยรัตน์ เบ็ญจะมโน-ณัฐวัสส์ บัณฑิตอาภรณ์-นายไสลเกษ วัฒนพันธุ์) ศาลแพ่ง - นายประสิทธิ์ ศักดิ์ศรีมณีกูล ศาลอุทธรณ์ - นายสุรศักดิ์ กิตติพงษ์พัฒนา แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.824/2549 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ19170/2542 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ768/2545 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
504724
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นายประสิทธิ์ ศักดิ์ศรีมณีกูล"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายสุรศักดิ์ กิตติพงษ์พัฒนา"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081993688"
    }
}
date
2553
deka_no
10448/2553
deka_running_no
10448
deka_year
2553
department
แผนก
judges
[
    "ชัยรัตน์ เบ็ญจะมโน",
    "ณัฐวัสส์ บัณฑิตอาภรณ์",
    "นายไสลเกษ วัฒนพันธุ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 420",
            "ม. 423"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายอาคม เอ่งฉ้วน"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทข่าวสด จำกัด กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าสินไหมทดแทน 5,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยทั้งสามให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน 700,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 17 ธันวาคม 2542) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ กับให้ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความให้ 15,000 บาท ค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนตามจำนวนทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

จำเลยทั้งสามอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าเสียหายรวม 400,000 บาท แก่โจทก์ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

จำเลยทั้งสามฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยทั้งสามกระทำละเมิดต่อโจทก์หรือไม่ สำหรับปัญหานี้ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยไว้แล้วว่า ข้อความทั้งหมดในบทความเมื่ออ่านโดยตลอดแล้วมีลักษณะเป็นการกล่าวหรือไขข่าวแพร่หลายซึ่งข้อความอันฝ่าฝืนต่อความเป็นจริง ซึ่งจำเลยทั้งสามก็ยอมรับว่าเป็นเช่นนั้นตามคำชี้แจงข้อเท็จจริง ไม่ใช่ลักษณะของการแสดงความคิดเห็นหรือเสนอข้อเท็จจริงโดยสุจริตหรือติชมด้วยความเป็นธรรม จำเลยทั้งสามจึงกระทำละเมิดต่อโจทก์ ศาลฎีกาเห็นว่าชอบด้วยเหตุผลแล้วจึงไม่วินิจฉัยซ้ำอีก ส่วนที่จำเลยทั้งสามฎีกาว่า ข้อความในบทความมีการกล่าวถึงผู้ที่เกี่ยวข้องหลายคนมิได้กล่าวถึงเพียงแต่โจทก์เท่านั้น แม้จะปรากฏว่าข้อความในบทความดังกล่าวมีการกล่าวพาดพิงถึงบุคคลอื่นก็ตามแต่บทความดังกล่าวมุ่งเน้นถึงตัวโจทก์เป็นสำคัญ การกระทำดังกล่าวจึงเป็นการละเมิดต่อโจทก์โดยตรง ฎีกาของจำเลยทั้งสามข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 250,000 บาท แก่โจทก์ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ19170/2542
primary_red_case_no
พ768/2545
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000479.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.824/2549
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2553