คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11118/2553 ฉบับเต็ม

#504743
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11118/2553 พนักงานอัยการจังหวัดอุบลราชธานี โจทก์ นายมนตรี สารกอง โจทก์ร่วม นายหิน เพ็ญภา กับพวก จำเลย ป.อ. มาตรา 83, มาตรา 217, มาตรา 358 ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง, มาตรา 225 การที่จำเลยที่ 1 ที่ 3 ถึงที่ 6 ร่วมกันรื้อโครงสร้างไม้ห้องแถวของผู้เสียหายมากองรวมกันไว้แล้วนำไปเผาทำลาย มิใช่เผาทำลายในขณะที่ทรัพย์ยังมีสภาพเป็นโครงสร้างไม้ห้องแถวอยู่ จึงเป็นเรื่องที่จำเลยที่ 1 ที่ 3 ถึงที่ 6 มีเพียงเจตนาทำให้ทรัพย์นั้นใช้การไม่ได้โดยการรื้อออกมา ส่วนการเผาเป็นเพียงแค่การทำลายชิ้นส่วนที่รื้อออกมาจนตัวทรัพย์ซึ่งใช้การไม่ได้ไปแล้วเท่านั้น จำเลยที่ 1 ที่ 3 ถึงที่ 6 จึงไม่มีเจตนาวางเพลิงเผาทรัพย์ การกระทำของจำเลยที่ 1 ที่ 3 ถึงที่ 6 จึงเป็นความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ตาม ป.อ. มาตรา 358 เพียงบทเดียว หาใช่เป็นความผิดฐานวางเพลิงเผาทรัพย์ผู้อื่นตาม ป.อ. มาตรา 217 ด้วยไม่ ปัญหาข้อนี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา ศาลฎีกาเห็นสมควรหยิบยกขึ้นวินิจฉัยและแก้ไขให้ถูกต้องได้ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งหกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91, 217, 358 จำเลยทั้งหกให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา นายมนตรี ผู้เสียหาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 และที่ 3 ถึงที่ 6 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 217, 358 ประกอบมาตรา 83 การกระทำของจำเลยทั้งห้าเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานร่วมกันวางเพลิงเผาทรัพย์ผู้อื่นซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีอัตราโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกคนละ 1 ปี ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 โจทก์ โจทก์ร่วม จำเลยที่ 1 และที่ 3 ถึงที่ 6 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 3 ถึงที่ 6 ด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์และโจทก์ร่วมฎีกา ศาลฎีกาพิพากษาว่า การที่จำเลยที่ 1 และที่ 3 ถึงที่ 6 ร่วมกันรื้อโครงสร้างไม้ห้องแถวของผู้เสียหายมากองรวมกันไว้ แล้วนำไปเผาทำลาย มิใช่เผาทำลายในขณะที่ยังมีสภาพเป็นโครงสร้างไม้ห้องแถวอยู่ จึงเป็นเรื่องที่จำเลยที่ 1 และที่ 3 ถึงที่ 6 มีเพียงเจตนาทำให้ทรัพย์นั้นใช้การไม่ได้เท่านั้น การกระทำของจำเลยที่ 1 และที่ 3 ถึงที่ 6 จึงเป็นความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358 เพียงบทเดียว หาใช่เป็นความผิดฐานวางเพลิงเผาทรัพย์ผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 217 ไม่ ปัญหาข้อนี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา ศาลฎีกาเห็นสมควรหยิบยกขึ้นวินิจฉัยและแก้ไขให้ถูกต้องได้ เมื่อพิเคราะห์ตามพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว เห็นว่า ทรัพย์สินที่ถูกรื้อและถูกจุดไฟเผาทำลาย คงมีสภาพตามภาพถ่ายเท่านั้น ส่วนมูลเหตุจูงใจที่ทำให้จำเลยดังกล่าวกระทำนั้นมาจากกรณีพิพาทเกี่ยวกับที่ดินอันเป็นที่ตั้งของโครงสร้างไม้ที่ถูกรื้อทำลาย จนเป็นกรณีความฟ้องร้องกันระหว่างคู่กรณีทั้งสองฝ่ายซึ่งยังไม่ได้ข้อยุติ กับได้ความว่าภายหลังจำเลยทั้งหมดดังกล่าวก่อเหตุแล้ว ก็แยกย้ายกันไป โดยไม่มีเหตุทะเลาะวิวาทกับผู้ใด อีกทั้งทรัพย์ที่เสียหายก็มีมูลค่าไม่สูงนัก พฤติการณ์แห่งคดีจึงไม่ร้ายแรง ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกคนละ 1 ปี จึงหนักเกินไป ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขให้เหมาะสมแก่รูปคดี ประกอบกับไม่ปรากฏว่า จำเลยที่ 1 ที่ 3 ที่ 4 ที่ 5 และที่ 6 เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน จึงควรให้โอกาสจำเลยทั้งหมดโดยรอการลงโทษจำคุกเพื่อให้กลับตัวเป็นพลเมืองดีต่อไป แต่เพื่อให้หลาบจำจึงให้ปรับจำเลยที่ 1 ที่ 3 ที่ 4 ที่ 5 และที่ 6 อีกสถานหนึ่ง พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 ที่ 3 ที่ 4 ที่ 5 และที่ 6 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358 และให้ลงโทษจำคุก คนละ 6 เดือน และปรับ 4, 000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 (อร่าม แย้มสอาด-สิงห์พล ละอองมณี-ชุติมนต์ โพธิเดช) ศาลจังหวัดอุบลราชธานี - นายยุทธนา ไสวสุวรรณวงศ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายตั้งใจ ศาสตร์ศศิ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.6468/2549 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ1980/2542 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ1435/2546 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
504743
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดอุบลราชธานี",
        "judge": "นายยุทธนา ไสวสุวรรณวงศ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 3",
        "judge": "นายตั้งใจ ศาสตร์ศศิ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081993367"
    }
}
date
2553
deka_no
11118/2553
deka_running_no
11118
deka_year
2553
department
แผนก
judges
[
    "อร่าม แย้มสอาด",
    "สิงห์พล ละอองมณี",
    "ชุติมนต์ โพธิเดช"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 83",
            "ม. 217",
            "ม. 358"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 195 วรรคสอง",
            "ม. 225"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดอุบลราชธานี"
    },
    {
        "role": "โจทก์ร่วม",
        "name": "นายมนตรี สารกอง"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายหิน เพ็ญภา กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งหกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91, 217, 358

จำเลยทั้งหกให้การปฏิเสธ

ระหว่างพิจารณา นายมนตรี ผู้เสียหาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 และที่ 3 ถึงที่ 6 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 217, 358 ประกอบมาตรา 83 การกระทำของจำเลยทั้งห้าเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานร่วมกันวางเพลิงเผาทรัพย์ผู้อื่นซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีอัตราโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกคนละ 1 ปี ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2

โจทก์ โจทก์ร่วม จำเลยที่ 1 และที่ 3 ถึงที่ 6 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 3 ถึงที่ 6 ด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์และโจทก์ร่วมฎีกา

ศาลฎีกาพิพากษาว่า การที่จำเลยที่ 1 และที่ 3 ถึงที่ 6 ร่วมกันรื้อโครงสร้างไม้ห้องแถวของผู้เสียหายมากองรวมกันไว้ แล้วนำไปเผาทำลาย มิใช่เผาทำลายในขณะที่ยังมีสภาพเป็นโครงสร้างไม้ห้องแถวอยู่ จึงเป็นเรื่องที่จำเลยที่ 1 และที่ 3 ถึงที่ 6 มีเพียงเจตนาทำให้ทรัพย์นั้นใช้การไม่ได้เท่านั้น การกระทำของจำเลยที่ 1 และที่ 3 ถึงที่ 6 จึงเป็นความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358 เพียงบทเดียว หาใช่เป็นความผิดฐานวางเพลิงเผาทรัพย์ผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 217 ไม่ ปัญหาข้อนี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา ศาลฎีกาเห็นสมควรหยิบยกขึ้นวินิจฉัยและแก้ไขให้ถูกต้องได้ เมื่อพิเคราะห์ตามพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว เห็นว่า ทรัพย์สินที่ถูกรื้อและถูกจุดไฟเผาทำลาย คงมีสภาพตามภาพถ่ายเท่านั้น ส่วนมูลเหตุจูงใจที่ทำให้จำเลยดังกล่าวกระทำนั้นมาจากกรณีพิพาทเกี่ยวกับที่ดินอันเป็นที่ตั้งของโครงสร้างไม้ที่ถูกรื้อทำลาย จนเป็นกรณีความฟ้องร้องกันระหว่างคู่กรณีทั้งสองฝ่ายซึ่งยังไม่ได้ข้อยุติ กับได้ความว่าภายหลังจำเลยทั้งหมดดังกล่าวก่อเหตุแล้ว ก็แยกย้ายกันไป โดยไม่มีเหตุทะเลาะวิวาทกับผู้ใด อีกทั้งทรัพย์ที่เสียหายก็มีมูลค่าไม่สูงนัก พฤติการณ์แห่งคดีจึงไม่ร้ายแรง ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกคนละ 1 ปี จึงหนักเกินไป ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขให้เหมาะสมแก่รูปคดี ประกอบกับไม่ปรากฏว่า จำเลยที่ 1 ที่ 3 ที่ 4 ที่ 5 และที่ 6 เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน จึงควรให้โอกาสจำเลยทั้งหมดโดยรอการลงโทษจำคุกเพื่อให้กลับตัวเป็นพลเมืองดีต่อไป แต่เพื่อให้หลาบจำจึงให้ปรับจำเลยที่ 1 ที่ 3 ที่ 4 ที่ 5 และที่ 6 อีกสถานหนึ่ง

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 ที่ 3 ที่ 4 ที่ 5 และที่ 6 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358 และให้ลงโทษจำคุก คนละ 6 เดือน และปรับ 4, 000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3
opensearch_id
primary_black_case_no
อ1980/2542
primary_red_case_no
อ1435/2546
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000476.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.6468/2549
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2553