คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 799/2553 ฉบับเต็ม

#506196
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 799/2553 ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) โจทก์ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ผู้ร้อง เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ผู้คัดค้าน นายสุทัศน์ รุ่งอัญมณี กับพวก จำเลย พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 96 (3) ป.พ.พ. มาตรา 732 ผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้จำนองตามคำพิพากษาของลูกหนี้ที่ 1 ในคดีแพ่งซึ่งเจ้าพนักงานบังคับคดีได้นำที่ดินจำนองพร้อมสิ่งปลูกสร้างของลูกหนี้ที่ 1 ออกขายทอดตลาดแล้วแต่ผู้ซื้อผิดสัญญาไม่ชำระค่าที่ดินส่วนที่เหลือ เจ้าพนักงานบังคับคดีจึงมีคำสั่งริบมัดจำจำนวน 47,651 บาท ของผู้ซื้อและจ่ายชำระหนี้ให้แก่ผู้ร้องแล้ว เงินมัดจำที่ถูกริบดังกล่าวย่อมเป็นเงินที่ได้จากการเอาทรัพย์สินซึ่งจำนองออกขายทอดตลาดเพื่อใช้หนี้จำนองนั้น ซึ่ง ป.พ.พ. มาตรา 732 บัญญัติให้จัดใช้เงินจำนวนสุทธิดังกล่าวแก่ผู้รับจำนองเรียงตามลำดับและถ้ายังมีเงินเหลืออยู่อีกก็ให้ส่งมอบแก่ผู้จำนองต่อมาเมื่อศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ที่ 1 เด็ดขาดและผู้คัดค้านโดยเจ้าพนักงานบังคับคดีได้นำที่ดินซึ่งจำนองออกขายทอดตลาดใหม่แล้วปรากฏว่าเงินสุทธิที่ได้จากการขายทอดตลาดใหม่รวมกับเงินมัดจำที่ริบดังกล่าวไม่เพียงพอชำระหนี้จำนองแก่ผู้ร้อง จึงไม่มีเงินเหลือที่จะให้ส่งมอบแก่ลูกหนี้ที่ 1 ผู้จำนองอีก การที่ผู้คัดค้านมีคำสั่งให้ผู้ร้องคืนเงินมัดจำดังกล่าวเพื่อนำเข้าสู่กองทรัพย์สินของลูกหนี้ที่ 1 ย่อมกระทบถึงสิทธิของผู้ร้องในฐานะเจ้าหนี้มีประกันซึ่งมีสิทธิได้รับชำระหนี้จากเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดที่ดินจำนองดังกล่าวก่อนเจ้าหนี้อื่นตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 96 (3) ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้จำเลยที่ 1 เด็ดขาดเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2547 ผู้คัดค้านได้ส่งบัญชีแสดงรายการรับ-จ่ายเงิน สิ้นสุด ณ วันที่ 18 ธันวาคม 2548 ของเจ้าพนักงานบังคับคดีให้ผู้ร้องตรวจและรับรอง และแจ้งให้ผู้ร้องวางเงินเพิ่มจำนวน 47,651 บาท ซึ่งเป็นเงินที่เจ้าพนักงานบังคับคดีได้จ่ายให้แก่ผู้ร้อง ผู้ร้องได้ขอให้ผู้คัดค้านมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงคำสั่งดังกล่าว แต่ผู้คัดค้านยกคำร้องและให้ผู้ร้องส่งเงินจำนวนดังกล่าวคืนแก่กองทรัพย์สินของลูกหนี้ที่ 1 ร้องยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งของผู้คัดค้าน ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านขอให้มีคำสั่งยกคำร้องและให้ผู้ร้องคืนเงินจำนวน 47,651 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันมีคำสั่งเป็นต้นไป ศาลล้มละลายกลางไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้องของผู้ร้องและให้ผู้ร้องคืนเงินจำนวน 47,651 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันมีคำสั่งแก่กองทรัพย์สินของลูกหนี้ที่ 1 ต่อไป ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ ผู้ร้องอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้จำนองตามคำพิพากษาของลูกหนี้ที่ 1 ในคดีแพ่ง ซึ่งเจ้าพนักงานบังคับคดีได้นำที่ดินจำนองตามคำพิพากษาของลูกหนี้ที่ 1 ขายทอดตลาดโดยปลอดจำนอง แต่ผู้ซื้อผิดสัญญาไม่ชำระค่าที่ดินส่วนที่เหลือ เจ้าพนักงานบังคับคดีจึงมีคำสั่งริบเงินมัดจำของผู้ซื้อดังกล่าว โดยผู้ร้องต้องวางเงินเพิ่มจำนวน 47,651 บาท ซึ่งเป็นเงินมัดจำที่ริบจากผู้ซื้อเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2546 เพื่อนำเข้าเป็นกองทรัพย์สินของลูกหนี้ที่ 1 เพื่อประโยชน์แก่เจ้าหนี้ทั้งหลาย เงินมัดจำที่ถูกริบดังกล่าวย่อมเป็นเงินที่ได้จากการเอาทรัพย์สินซึ่งจำนองออกขายทอดตลาดเพื่อใช้หนี้จำนองนั้น ซึ่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 732 บัญญัติให้จัดใช้เงินจำนวนสุทธิดังกล่าวแก่ผู้รับจำนองเรียงตามลำดับ และถ้ายังมีเงินเหลืออยู่อีก ก็ให้ส่งมอบแก่ผู้จำนอง เมื่อผู้คัดค้านโดยเจ้าพนักงานบังคับคดีได้นำที่ดินซึ่งจำนองออกขายทอดตลาดใหม่อีกครั้งหนึ่งได้ราคาเพียง 1,320,000 บาท และรวมกับเงินมัดจำที่ริบดังกล่าว ปรากฏว่าเงินสุทธิที่ได้จากการขายทอดตลาดที่ดินจำนองทั้งหมดไม่เพียงพอชำระหนี้จำนองแก่ผู้ร้องซึ่งมีสิทธิได้รับชำระหนี้จากเงินดังกล่าวก่อนเจ้าหนี้อื่นในฐานะเจ้าหนี้มีประกันตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 96 (3) การที่ผู้คัดค้านมีคำสั่งให้ผู้ร้องคืนเงินมัดจำดังกล่าวเพื่อนำเข้าเป็นกองทรัพย์สินของลูกหนี้ที่ 1 เพื่อประโยชน์แก่บรรดาเจ้าหนี้ทั้งหลาย ย่อมกระทบกระทั่งถึงสิทธิของผู้ร้องในฐานะเจ้าหนี้มีประกันซึ่งมีสิทธิได้รับชำระหนี้จากเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดที่ดินจำนองดังกล่าวก่อนเจ้าหนี้ พิพากษากลับเป็นว่า ให้เพิกถอนคำสั่งของผู้คัดค้านที่ให้ผู้ร้องคืนเงินจำนวน 47,651 บาท พร้อมดอกเบี้ย แก่กองทรัพย์สินของลูกหนี้ที่ 1 เสีย ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นนี้ให้เป็นพับ (พิชัย อภิชาตอำมฤต-รัตน กองแก้ว-ไพโรจน์ วายุภาพ) ศาลล้มละลายกลาง - นายอนันต์ พร้อมมูล แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก ล้มละลาย หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ล.480/2551 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น สล80/2550 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น สล32/2551 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
506196
courts
[
    {
        "court": "ศาลล้มละลายกลาง",
        "judge": "นายอนันต์ พร้อมมูล"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081998527"
    }
}
date
2553
deka_no
799/2553
deka_running_no
799
deka_year
2553
department
ล้มละลาย
judges
[
    "พิชัย อภิชาตอำมฤต",
    "รัตน กองแก้ว",
    "ไพโรจน์ วายุภาพ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483",
        "sections": [
            "ม. 96 (3)"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 732"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "ผู้คัดค้าน",
        "name": "เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายสุทัศน์ รุ่งอัญมณี กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้จำเลยที่ 1 เด็ดขาดเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2547 ผู้คัดค้านได้ส่งบัญชีแสดงรายการรับ-จ่ายเงิน สิ้นสุด ณ วันที่ 18 ธันวาคม 2548 ของเจ้าพนักงานบังคับคดีให้ผู้ร้องตรวจและรับรอง และแจ้งให้ผู้ร้องวางเงินเพิ่มจำนวน 47,651 บาท ซึ่งเป็นเงินที่เจ้าพนักงานบังคับคดีได้จ่ายให้แก่ผู้ร้อง ผู้ร้องได้ขอให้ผู้คัดค้านมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงคำสั่งดังกล่าว แต่ผู้คัดค้านยกคำร้องและให้ผู้ร้องส่งเงินจำนวนดังกล่าวคืนแก่กองทรัพย์สินของลูกหนี้ที่ 1

ร้องยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งของผู้คัดค้าน

ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านขอให้มีคำสั่งยกคำร้องและให้ผู้ร้องคืนเงินจำนวน 47,651 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันมีคำสั่งเป็นต้นไป

ศาลล้มละลายกลางไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้องของผู้ร้องและให้ผู้ร้องคืนเงินจำนวน 47,651 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันมีคำสั่งแก่กองทรัพย์สินของลูกหนี้ที่ 1 ต่อไป ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

ผู้ร้องอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้จำนองตามคำพิพากษาของลูกหนี้ที่ 1 ในคดีแพ่ง ซึ่งเจ้าพนักงานบังคับคดีได้นำที่ดินจำนองตามคำพิพากษาของลูกหนี้ที่ 1 ขายทอดตลาดโดยปลอดจำนอง แต่ผู้ซื้อผิดสัญญาไม่ชำระค่าที่ดินส่วนที่เหลือ เจ้าพนักงานบังคับคดีจึงมีคำสั่งริบเงินมัดจำของผู้ซื้อดังกล่าว โดยผู้ร้องต้องวางเงินเพิ่มจำนวน 47,651 บาท ซึ่งเป็นเงินมัดจำที่ริบจากผู้ซื้อเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2546 เพื่อนำเข้าเป็นกองทรัพย์สินของลูกหนี้ที่ 1 เพื่อประโยชน์แก่เจ้าหนี้ทั้งหลาย เงินมัดจำที่ถูกริบดังกล่าวย่อมเป็นเงินที่ได้จากการเอาทรัพย์สินซึ่งจำนองออกขายทอดตลาดเพื่อใช้หนี้จำนองนั้น ซึ่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 732 บัญญัติให้จัดใช้เงินจำนวนสุทธิดังกล่าวแก่ผู้รับจำนองเรียงตามลำดับ และถ้ายังมีเงินเหลืออยู่อีก ก็ให้ส่งมอบแก่ผู้จำนอง เมื่อผู้คัดค้านโดยเจ้าพนักงานบังคับคดีได้นำที่ดินซึ่งจำนองออกขายทอดตลาดใหม่อีกครั้งหนึ่งได้ราคาเพียง 1,320,000 บาท และรวมกับเงินมัดจำที่ริบดังกล่าว ปรากฏว่าเงินสุทธิที่ได้จากการขายทอดตลาดที่ดินจำนองทั้งหมดไม่เพียงพอชำระหนี้จำนองแก่ผู้ร้องซึ่งมีสิทธิได้รับชำระหนี้จากเงินดังกล่าวก่อนเจ้าหนี้อื่นในฐานะเจ้าหนี้มีประกันตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 96 (3) การที่ผู้คัดค้านมีคำสั่งให้ผู้ร้องคืนเงินมัดจำดังกล่าวเพื่อนำเข้าเป็นกองทรัพย์สินของลูกหนี้ที่ 1 เพื่อประโยชน์แก่บรรดาเจ้าหนี้ทั้งหลาย ย่อมกระทบกระทั่งถึงสิทธิของผู้ร้องในฐานะเจ้าหนี้มีประกันซึ่งมีสิทธิได้รับชำระหนี้จากเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดที่ดินจำนองดังกล่าวก่อนเจ้าหนี้

พิพากษากลับเป็นว่า ให้เพิกถอนคำสั่งของผู้คัดค้านที่ให้ผู้ร้องคืนเงินจำนวน 47,651 บาท พร้อมดอกเบี้ย แก่กองทรัพย์สินของลูกหนี้ที่ 1 เสีย ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นนี้ให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
สล80/2550
primary_red_case_no
สล32/2551
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000522.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ล.480/2551
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2553