คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14226/2553 ฉบับเต็ม

#506199
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14226/2553 พนักงานอัยการจังหวัดเพชรบุรี โจทก์ นายรัฐการ สมประเสริฐ กับพวก จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 158 พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, มาตรา 15 วรรคสาม (2) การที่โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยทั้งสามร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีน จำนวน 24 เม็ด (หน่วยการใช้) แม้จะเป็นการบรรยายคำว่าหน่วยการใช้ไว้ในวงเล็บหลังคำว่าเม็ด ก็ถือว่าเป็นการบรรยายคำฟ้องว่าจำนวนเม็ดของเมทแอมเฟตามีนดังกล่าวเป็นหน่วยการใช้ด้วยแล้ว กรณีจึงเข้าข้อสันนิษฐานของกฎหมายตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสาม (2) ว่า จำเลยมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองมีปริมาณสิบห้าหน่วยการใช้ขึ้นไป ถือว่าเป็นการมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ___________________________ โจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ แต่จำเลยที่ 3 รับว่ามีไว้ในครอบครองเพื่อเสพ ศาลชั้นต้นพิพากษาตัดสินจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 3 ปี และปรับ 60,000 บาท กับจำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 9 เดือน และปรับ 15,000 บาท โทษจำคุกจำเลยที่ 3 ให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี กับให้คุมประพฤติมีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 กับให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 แต่ริบของกลาง จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 1 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 มีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายหรือไม่เห็นว่า โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยทั้งสามร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนจำนวน 24 เม็ด (หน่วยการใช้) คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 0.576 กรัม ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย แม้จะเป็นการบรรยายคำว่าหน่วยการใช้ไว้ในวงเล็บหลังคำว่าเม็ด ก็ถือได้ว่าเป็นการบรรยายฟ้องว่าจำนวนเม็ดของเมทแอมเฟตามีนดังกล่าวเป็นหน่วยการใช้ด้วยแล้ว ซึ่งเมทแอมเฟตามีนจำนวน 18 เม็ดที่จำเลยที่ 1 มีไว้ในครอบครองเป็นส่วนหนึ่งของเมทแอมเฟตามีนจำนวน 24 เม็ด ที่โจทก์ฟ้องดังกล่าว จึงรับฟังได้ว่าเมทแอมเฟตามีนจำนวน 18 เม็ด ที่จำเลยที่ 1 มีไว้ในครอบครองมีจำนวนสิบห้าหน่วยการใช้ขึ้นไป ข้อสันนิษฐานของกฎหมายตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสาม (2) ว่า เป็นการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 วินิจฉัยว่า โจทก์มิได้บรรยายฟ้องว่าจำนวนเม็ดของเมทแอมเฟตามีนตามฟ้องเป็นหน่วยการใช้ด้วย จึงไม่อาจรับฟังได้ว่าเมทแอมเฟตามีนจำนวน 18 เม็ดที่จำเลยที่ 1 มีไว้ในครอบครอง มีจำนวน 18 หน่วยการใช้หรือมีปริมาณจำนวน 15 หน่วยการใช้ขึ้นไป ไม่เข้าข้อสันนิษฐานว่าเป็นการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายตามกฎหมายนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีจำเลยที่ 1 ไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นหากจำเลยที่ 1 และที่ 3 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 (สิริรัตน์ จันทรา-ธนฤกษ์ นิติเศรณี-สมยศ เข็มทอง) ศาลจังหวัดเพชรบุรี - นางสาวศิริพร ปาริยะวุทธิ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายพินิจ บุญชัด แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.2512/2553 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ1232/2548 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ3039/2549 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
506199
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดเพชรบุรี",
        "judge": "นางสาวศิริพร ปาริยะวุทธิ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 7",
        "judge": "นายพินิจ บุญชัด"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081992379"
    }
}
date
2553
deka_no
14226/2553
deka_running_no
14226
deka_year
2553
department
แผนก
judges
[
    "สิริรัตน์ จันทรา",
    "ธนฤกษ์ นิติเศรณี",
    "สมยศ เข็มทอง"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 158"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522",
        "sections": [
            "ม. 4",
            "ม. 15 วรรคสาม (2)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดเพชรบุรี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายรัฐการ สมประเสริฐ กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง

จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ แต่จำเลยที่ 3 รับว่ามีไว้ในครอบครองเพื่อเสพ

ศาลชั้นต้นพิพากษาตัดสินจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 3 ปี และปรับ 60,000 บาท กับจำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 9 เดือน และปรับ 15,000 บาท โทษจำคุกจำเลยที่ 3 ให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี กับให้คุมประพฤติมีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 กับให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 แต่ริบของกลาง

จำเลยที่ 1 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 1 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 มีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายหรือไม่เห็นว่า โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยทั้งสามร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนจำนวน 24 เม็ด (หน่วยการใช้) คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 0.576 กรัม ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย แม้จะเป็นการบรรยายคำว่าหน่วยการใช้ไว้ในวงเล็บหลังคำว่าเม็ด ก็ถือได้ว่าเป็นการบรรยายฟ้องว่าจำนวนเม็ดของเมทแอมเฟตามีนดังกล่าวเป็นหน่วยการใช้ด้วยแล้ว ซึ่งเมทแอมเฟตามีนจำนวน 18 เม็ดที่จำเลยที่ 1 มีไว้ในครอบครองเป็นส่วนหนึ่งของเมทแอมเฟตามีนจำนวน 24 เม็ด ที่โจทก์ฟ้องดังกล่าว จึงรับฟังได้ว่าเมทแอมเฟตามีนจำนวน 18 เม็ด ที่จำเลยที่ 1 มีไว้ในครอบครองมีจำนวนสิบห้าหน่วยการใช้ขึ้นไป ข้อสันนิษฐานของกฎหมายตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสาม (2) ว่า เป็นการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 วินิจฉัยว่า โจทก์มิได้บรรยายฟ้องว่าจำนวนเม็ดของเมทแอมเฟตามีนตามฟ้องเป็นหน่วยการใช้ด้วย จึงไม่อาจรับฟังได้ว่าเมทแอมเฟตามีนจำนวน 18 เม็ดที่จำเลยที่ 1 มีไว้ในครอบครอง มีจำนวน 18 หน่วยการใช้หรือมีปริมาณจำนวน 15 หน่วยการใช้ขึ้นไป ไม่เข้าข้อสันนิษฐานว่าเป็นการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายตามกฎหมายนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีจำเลยที่ 1 ไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นหากจำเลยที่ 1 และที่ 3 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7
opensearch_id
primary_black_case_no
อ1232/2548
primary_red_case_no
อ3039/2549
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000467.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.2512/2553
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2553