คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5706/2553 ฉบับเต็ม

#506568
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5706/2553 บริษัทบริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด โจทก์ บริษัทเซ็นเตอร์ฟู้ดโปรดักส์ จำกัด กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 229, มาตรา 234, มาตรา 249 วรรคหนึ่ง จำเลยอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นที่ให้งดสืบพยานจำเลย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ เนื่องจากจำเลยไม่นำเงินค่าธรรมเนียมที่จะต้องใช้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งตามคำพิพากษามาวางศาลพร้อมกับอุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 229 การที่จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว จึงเป็นการอุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 234 แม้เป็นการอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์คำสั่ง จำเลยก็ต้องนำค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาลและนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลตามที่ ป.วิ.พ. มาตรา 234 บัญญัติไว้ เมื่อจำเลยไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติดังกล่าว จึงเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย การที่ศาลอุทธรณ์รับวินิจฉัยคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยย่อมเป็นการไม่ชอบและถือไม่ได้ว่าเป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์จำเลยจึงไม่มีสิทธิฎีกาต่อมาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน 9,221,918.76 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 14.25 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 4,614,992.23 บาท แต่สำหรับจำเลยที่ 2 ที่ 3 ร่วมรับผิดเฉพาะในต้นเงิน 3,700,000 บาท นับถัดจากวันที่ 25 พฤศจิกายน 2548 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์หากไม่ชำระหนี้หรือชำระไม่ครบให้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 5151, 5152 และ 5153 ตำบลขุนศรี อำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี พร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาดนำเงินชำระหนี้แก่โจทก์ หากได้เงินไม่พอให้ยึดทรัพย์อื่นของจำเลยทั้งสามชำระหนี้จนครบถ้วนแล้วแต่กรณี ส่วนจำเลยที่ 3 ให้รับผิดไม่เกินทรัพย์มรดกของผู้มรณะ กับให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความจำนวน 15,000 บาท จำเลยที่ 2 และที่ 3 อุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นที่ให้งดสืบพยานจำเลยทั้งสาม ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ คืนค่าขึ้นศาลแก่จำเลยที่ 2 และที่ 3 จำเลยที่ 2 และที่ 3 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับโดยให้คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ส่วนที่เกิน 40 บาท ให้แก่จำเลยที่ 2 และที่ 3 จำเลยที่ 2 และที่ 3 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้จำเลยที่ 2 และที่ 3 อุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นที่ให้งดสืบพยานจำเลยทั้งสาม ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ เนื่องจากจำเลยที่ 2 และที่ 3 ไม่นำเงินค่าธรรมเนียมที่จะต้องใช้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งตามคำพิพากษามาวางศาลพร้อมกับอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229 การที่จำเลยที่ 2 และที่ 3 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว จึงเป็นการอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 แม้เป็นการอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์คำสั่ง จำเลยที่ 2 และที่ 3 ก็ต้องนำค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาลและนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลตามที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 ได้บัญญัติไว้ด้วย เมื่อจำเลยที่ 2 และที่ 3 ไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติดังกล่าว จึงเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายการที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 รับวินิจฉัยคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ย่อมเป็นการไม่ชอบ และถือไม่ได้ว่าเป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ภาค 1 จำเลยที่ 2 และที่ 3 จึงไม่มีสิทธิฎีกาต่อมาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย" พิพากษายกอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ ยกคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 1 และยกฎีกาจำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้คืนค่าธรรมเนียมศาลทั้งหมดในชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาแก่จำเลยที่ 2 และที่ 3 ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาให้เป็นพับ (สมยศ เข็มทอง-สิริรัตน์ จันทรา-ธนฤกษ์ นิติเศรณี) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
506568
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081995900"
    }
}
date
2553
deka_no
5706/2553
deka_running_no
5706
deka_year
2553
department
แผนก
judges
[
    "สมยศ เข็มทอง",
    "สิริรัตน์ จันทรา",
    "ธนฤกษ์ นิติเศรณี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 229",
            "ม. 234",
            "ม. 249 วรรคหนึ่ง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทบริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทเซ็นเตอร์ฟู้ดโปรดักส์ จำกัด กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน 9,221,918.76 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 14.25 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 4,614,992.23 บาท แต่สำหรับจำเลยที่ 2 ที่ 3 ร่วมรับผิดเฉพาะในต้นเงิน 3,700,000 บาท นับถัดจากวันที่ 25 พฤศจิกายน 2548 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์หากไม่ชำระหนี้หรือชำระไม่ครบให้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 5151, 5152 และ 5153 ตำบลขุนศรี อำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี พร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาดนำเงินชำระหนี้แก่โจทก์ หากได้เงินไม่พอให้ยึดทรัพย์อื่นของจำเลยทั้งสามชำระหนี้จนครบถ้วนแล้วแต่กรณี ส่วนจำเลยที่ 3 ให้รับผิดไม่เกินทรัพย์มรดกของผู้มรณะ กับให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความจำนวน 15,000 บาท

จำเลยที่ 2 และที่ 3 อุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นที่ให้งดสืบพยานจำเลยทั้งสาม

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ คืนค่าขึ้นศาลแก่จำเลยที่ 2 และที่ 3

จำเลยที่ 2 และที่ 3 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับโดยให้คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ส่วนที่เกิน 40 บาท ให้แก่จำเลยที่ 2 และที่ 3

จำเลยที่ 2 และที่ 3 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้จำเลยที่ 2 และที่ 3 อุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นที่ให้งดสืบพยานจำเลยทั้งสาม ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ เนื่องจากจำเลยที่ 2 และที่ 3 ไม่นำเงินค่าธรรมเนียมที่จะต้องใช้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งตามคำพิพากษามาวางศาลพร้อมกับอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229 การที่จำเลยที่ 2 และที่ 3 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว จึงเป็นการอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 แม้เป็นการอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์คำสั่ง จำเลยที่ 2 และที่ 3 ก็ต้องนำค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาลและนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลตามที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 ได้บัญญัติไว้ด้วย เมื่อจำเลยที่ 2 และที่ 3 ไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติดังกล่าว จึงเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายการที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 รับวินิจฉัยคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ย่อมเป็นการไม่ชอบ และถือไม่ได้ว่าเป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ภาค 1 จำเลยที่ 2 และที่ 3 จึงไม่มีสิทธิฎีกาต่อมาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย"

พิพากษายกอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ ยกคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 1 และยกฎีกาจำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้คืนค่าธรรมเนียมศาลทั้งหมดในชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาแก่จำเลยที่ 2 และที่ 3 ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000499.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2553