คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3578/2553 ฉบับเต็ม

#506586
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3578/2553 พนักงานอัยการจังหวัดนครปฐม โจทก์ นายธีระพงษ์หรือธีรพงษ์ เอี่ยมสะอาด จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง, มาตรา 225 พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4 คำว่า "จำหน่าย" ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษฯ หมายถึง การจำหน่ายให้แก่บุคคลภายนอกที่ไม่ใช่ผู้ร่วมกระทำความผิดด้วยกัน ดังนั้น การที่จำเลยส่งมอบเมทแอมเฟตามีนของกลางให้แก่ ส. ผู้ร่วมกระทำความผิดด้วยกันจึงไม่อาจลงโทษจำเลยในความผิดฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนของกลางได้ ปัญหานี้แม้จำเลยจะมิได้ยกขึ้นฎีกา แต่เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา 225 ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 67, 97, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 83 ริบเมทแอมเฟตามีนที่เหลือจากการตรวจวิเคราะห์และโทรศัพท์เคลื่อนที่ของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง กับให้ยกคำขออื่นของโจทก์ด้วย โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคสาม (2), 66 วรรคสอง, 100 /1 วรรคสอง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ให้จำคุก 12 ปี และปรับ 60,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 8 ปี และปรับ 40,000 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30ให้ยกคำขอริบทรัพย์ของกลาง เพราะได้ริบไว้แล้วในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 280 /2546 ของศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...หากข้อเท็จจริงเป็นดังที่โจทก์นำสืบ ข้อเท็จจริงก็รับฟังไม่ได้ว่า จำเลยร่วมกับนายสุรพงษ์จำหน่ายเมทแอมเฟตามีนของกลางให้แก่สายลับผู้ล่อซื้อ แต่เป็นกรณีที่จำเลยส่งมอบเมทแอมเฟตามีนของกลางแก่นายสุรพงษ์ผู้กระทำความผิดด้วยกันซึ่งไม่อยู่ในความหมายของการจำหน่ายยาเสพติดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4 เนื่องจากตามบทบัญญัติดังกล่าว คำว่า "จำหน่าย" หมายถึง การจำหน่ายให้แก่บุคคลภายนอกที่ไม่ใช่ผู้ร่วมกระทำความผิดด้วยกัน ดังนี้ จึงไม่มีทางที่จะลงโทษจำเลยในความผิดฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนของกลางได้ ปัญหานี้แม้จำเลยจะมิได้ยกขึ้นฎีกา แต่เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา 225" พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง (ชินวิทย์ จินดา แต้มแก้ว-พีรพล พิชยวัฒน์-พิสิฐ ฐิติภัค) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
506586
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081996834"
    }
}
date
2553
deka_no
3578/2553
deka_running_no
3578
deka_year
2553
department
แผนก
judges
[
    "ชินวิทย์ จินดา แต้มแก้ว",
    "พีรพล พิชยวัฒน์",
    "พิสิฐ ฐิติภัค"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 195 วรรคสอง",
            "ม. 225"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522",
        "sections": [
            "ม. 4"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดนครปฐม"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายธีระพงษ์หรือธีรพงษ์ เอี่ยมสะอาด"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 67, 97, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 83 ริบเมทแอมเฟตามีนที่เหลือจากการตรวจวิเคราะห์และโทรศัพท์เคลื่อนที่ของกลาง

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง กับให้ยกคำขออื่นของโจทก์ด้วย

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคสาม (2), 66 วรรคสอง, 100 /1 วรรคสอง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ให้จำคุก 12 ปี และปรับ 60,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 8 ปี และปรับ 40,000 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30ให้ยกคำขอริบทรัพย์ของกลาง เพราะได้ริบไว้แล้วในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 280 /2546 ของศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...หากข้อเท็จจริงเป็นดังที่โจทก์นำสืบ ข้อเท็จจริงก็รับฟังไม่ได้ว่า จำเลยร่วมกับนายสุรพงษ์จำหน่ายเมทแอมเฟตามีนของกลางให้แก่สายลับผู้ล่อซื้อ แต่เป็นกรณีที่จำเลยส่งมอบเมทแอมเฟตามีนของกลางแก่นายสุรพงษ์ผู้กระทำความผิดด้วยกันซึ่งไม่อยู่ในความหมายของการจำหน่ายยาเสพติดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4 เนื่องจากตามบทบัญญัติดังกล่าว คำว่า "จำหน่าย" หมายถึง การจำหน่ายให้แก่บุคคลภายนอกที่ไม่ใช่ผู้ร่วมกระทำความผิดด้วยกัน ดังนี้ จึงไม่มีทางที่จะลงโทษจำเลยในความผิดฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนของกลางได้ ปัญหานี้แม้จำเลยจะมิได้ยกขึ้นฎีกา แต่เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา 225"

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000507.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2553