คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5487/2553 ฉบับเต็ม

#506601
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5487/2553 กองทุนรวมบางกอกแคปปิตอล โจทก์ โดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวมวรรณ จำกัด นายพวง คงเกษม ผู้ร้อง นางสาวศิริพรหรือชรัฐพร กองทอง กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 18 วรรคสอง, มาตรา 156 วรรคท้าย (เดิม) ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ปล่อยทรัพย์และยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 1 ถึงที่สุดแล้วตาม ป.วิ.พ. มาตรา 156 วรรคท้าย การที่ผู้ร้องยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลหลายครั้ง จนครั้งสุดท้ายศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีความเห็นว่าคำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้ผู้ร้องขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลออกไปอีกนั้นชอบแล้ว คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ดังกล่าวเป็นเรื่องที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งต่อเนื่องจากคำสั่งไม่อนุญาตให้ผู้ร้องอุทธรณ์อย่างคนอนาถาซึ่งถึงที่สุดแล้ว ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิฎีกาโต้แย้งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ต่อไปอีก และเมื่อผู้ร้องไม่วางเงินค่าธรรมเนียมศาลให้ถูกต้องครบถ้วนภายในระยะเวลาที่ศาลกำหนด ศาลก็ชอบที่จะไม่รับคำร้องขัดทรัพย์ไว้พิจารณาได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 18 วรรคสอง ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากผู้ร้องยื่นคำร้องขอปล่อยทรัพย์ที่ยึดต่อศาลชั้นต้นและยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องและให้ผู้ร้องนำเงินค่าธรรมเนียมศาลมาชำระภายใน 15 วัน ผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ผู้ร้องวางเงินค่าธรรมเนียมศาลภายใน 15 วัน นับแต่วันฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 วันที่ 25 กันยายน 2550 ผู้ร้องขอขยายระยะเวลาการวางเงินค่าธรรมเนียมศาล ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขยายระยะเวลาถึงวันที่ 15 ตุลาคม 2550 ครบกำหนดแล้วผู้ร้องขอขยายระยะเวลาการวางเงินอีกจนถึงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2550 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตและกำชับว่าหากครบกำหนดไม่วางเงินถือว่าผู้องไม่ติดใจร้องขัดทรัพย์ วันที่ 15 พฤศจิกายน 2550 ผู้ร้องยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาการวางเงินต่อไปอีก ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ และถือว่าผู้ร้องไม่ติดใจร้องขัดทรัพย์อีกต่อไป ให้ยกคำร้องขัดทรัพย์ ผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ผู้ร้องไม่ชำระค่าธรรมเนียมศาลภายในกำหนดจึงไม่รับคำร้องขัดทรัพย์ไว้พิจารณา นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำสั่งศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ปล่อยทรัพย์และยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน คำสั่งอุทธรณ์ภาค 1 ถึงที่สุดแล้วตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 วรรคท้าย การที่ผู้ร้องยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลหลายครั้ง จนครั้งสุดท้ายศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิจารณาแล้วเห็นว่า คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้ผู้ร้องขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลออกไปอีกนั้นชอบแล้ว คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ดังกล่าวเป็นเรื่องที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งต่อเนื่องจากคำสั่งไม่อนุญาตให้ผู้ร้องอุทธรณ์อย่างคนอนาถาซึ่งถึงที่สุดแล้ว ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิฎีกาโต้แย้งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ดังกล่าวต่อไปอีกและเมื่อผู้ร้องไม่ว่างเงินค่าธรรมเนียมศาลให้ถูกต้องครบถ้วนภายในระยะเวลาที่ศาลกำหนดศาลก็ชอบที่จะไม่รับคำร้องขัดทรัพย์ไว้พิจารณาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 18 วรรคสอง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (สมยศ เข็มทอง-สิริรัตน์ จันทรา-ธนกฤษ์ นิติเศรณี) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ คำพิพากษาศาลฎีกานี้พิพากษาตามแนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6099/2550 และโปรดดูหมายเหตุท้ายคำพิพากษาศาลฎีกาดังกล่าวของผู้เขียนด้วย คดีนี้โจทก์ฟ้องก่อนใช้ ป.วิ.พ. (เดิม) จึงยังนำมาใช้กับคดีตามคำพิพากษาศาลฎีกานี้ หากเป็นคดีที่มีการฟ้องร้องหลังจากที่ ป.วิ.พ. (ฉบับที่ 24) ประกาศใช้แล้ว ก็ต้องบังคับตามมาตรา 156, 156/1 ที่ว่าด้วยคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล ซึ่งแนวคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับนี้ยังคงใช้ได้กับบทบัญญัติกฎหมายว่าด้วยคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลด้วย เนื่องจากเนื้อหาของกฎหมายมีลักษณะทำนองเดียวกับ ป.วิ.พ. ที่ว่าด้วยคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถา (เดิม) ทวี ประจวบลาภ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
506601
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081995908"
    }
}
date
2553
deka_no
5487/2553
deka_running_no
5487
deka_year
2553
department
แผนก
judges
[
    "สมยศ เข็มทอง",
    "สิริรัตน์ จันทรา",
    "ธนกฤษ์ นิติเศรณี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 18 วรรคสอง",
            "ม. 156 วรรคท้าย (เดิม)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "กองทุนรวมบางกอกแคปปิตอล"
    },
    {
        "role": "",
        "name": "โดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวมวรรณ จำกัด"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "นายพวง คงเกษม"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสาวศิริพรหรือชรัฐพร กองทอง กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากผู้ร้องยื่นคำร้องขอปล่อยทรัพย์ที่ยึดต่อศาลชั้นต้นและยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องและให้ผู้ร้องนำเงินค่าธรรมเนียมศาลมาชำระภายใน 15 วัน ผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ผู้ร้องวางเงินค่าธรรมเนียมศาลภายใน 15 วัน นับแต่วันฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1

วันที่ 25 กันยายน 2550 ผู้ร้องขอขยายระยะเวลาการวางเงินค่าธรรมเนียมศาล ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขยายระยะเวลาถึงวันที่ 15 ตุลาคม 2550 ครบกำหนดแล้วผู้ร้องขอขยายระยะเวลาการวางเงินอีกจนถึงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2550 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตและกำชับว่าหากครบกำหนดไม่วางเงินถือว่าผู้องไม่ติดใจร้องขัดทรัพย์ วันที่ 15 พฤศจิกายน 2550 ผู้ร้องยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาการวางเงินต่อไปอีก ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ และถือว่าผู้ร้องไม่ติดใจร้องขัดทรัพย์อีกต่อไป ให้ยกคำร้องขัดทรัพย์

ผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่ง

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ผู้ร้องไม่ชำระค่าธรรมเนียมศาลภายในกำหนดจึงไม่รับคำร้องขัดทรัพย์ไว้พิจารณา นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำสั่งศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ปล่อยทรัพย์และยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน คำสั่งอุทธรณ์ภาค 1 ถึงที่สุดแล้วตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 วรรคท้าย การที่ผู้ร้องยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลหลายครั้ง จนครั้งสุดท้ายศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิจารณาแล้วเห็นว่า คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้ผู้ร้องขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลออกไปอีกนั้นชอบแล้ว คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ดังกล่าวเป็นเรื่องที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งต่อเนื่องจากคำสั่งไม่อนุญาตให้ผู้ร้องอุทธรณ์อย่างคนอนาถาซึ่งถึงที่สุดแล้ว ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิฎีกาโต้แย้งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ดังกล่าวต่อไปอีกและเมื่อผู้ร้องไม่ว่างเงินค่าธรรมเนียมศาลให้ถูกต้องครบถ้วนภายในระยะเวลาที่ศาลกำหนดศาลก็ชอบที่จะไม่รับคำร้องขัดทรัพย์ไว้พิจารณาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 18 วรรคสอง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
คำพิพากษาศาลฎีกานี้พิพากษาตามแนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6099/2550 และโปรดดูหมายเหตุท้ายคำพิพากษาศาลฎีกาดังกล่าวของผู้เขียนด้วย คดีนี้โจทก์ฟ้องก่อนใช้ ป.วิ.พ. (เดิม) จึงยังนำมาใช้กับคดีตามคำพิพากษาศาลฎีกานี้ หากเป็นคดีที่มีการฟ้องร้องหลังจากที่ ป.วิ.พ. (ฉบับที่ 24) ประกาศใช้แล้ว ก็ต้องบังคับตามมาตรา 156, 156/1 ที่ว่าด้วยคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล ซึ่งแนวคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับนี้ยังคงใช้ได้กับบทบัญญัติกฎหมายว่าด้วยคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลด้วย เนื่องจากเนื้อหาของกฎหมายมีลักษณะทำนองเดียวกับ ป.วิ.พ. ที่ว่าด้วยคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถา (เดิม) ทวี ประจวบลาภ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000499.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2553