คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3214/2552 ฉบับเต็ม

#506651
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3214/2552 บริษัทเเอกซ่าประกันภัย จำกัด (มหาชน) โจทก์ บริษัทเฟดเดอรัล เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 227, มาตรา 880 บริษัท ว. ใช้บริการขนส่งสินค้าทางอากาศกับจำเลยทั้งสองมานาน มีการว่าจ้างขนส่งสินค้าสม่ำเสมอเป็นประจำทุกเดือน เดือนละหลายครั้ง จนกระทั่งมีบัญชีประจำกับจำเลยที่ 1 และนอกจากจำเลยทั้งสองแล้ว บริษัท ว. ยังเคยใช้บริการของบริษัทอื่นที่รับขนส่งสินค้าที่มีมูลค่าสูงโดยเฉพาะ เชื่อว่าบริษัท ว. ทราบถึงความแตกต่างของเงื่อนไขการขนส่งสินค้าและอัตราค่าบริการของบริษัทผู้ประกอบการรับขนส่งสินค้าทางอากาศแต่ละบริษัทเป็นอย่างดี การที่บริษัท ว. ผู้ส่งระบุข้อความในช่องรายการมูลค่าสินค้าเพื่อการขนส่งไว้ 500 ดอลลาร์สหรัฐ โดยไม่แจ้งราคามูลค่าสินค้าตามจริงก็เพราะทราบถึงข้อจำกัดความรับผิดตามเงื่อนไขการขนส่งของจำเลยทั้งสองเป็นอย่างดี เท่ากับเป็นกรณีที่บริษัท ว. ผู้ส่งเลือกที่จะยอมรับข้อจำกัดความรับผิดด้านหลังใบรับขนทางอากาศและตามเงื่อนไขการขนส่งของจำเลยทั้งสองนั่นเอง โดยทราบดีว่าหากสินค้าสูญหายและจะได้รับชดใช้เท่าใด ทั้งหากบริษัท ว. ผู้ส่งคาดหมายว่า หากเกิดกรณีสินค้าสูญหายจะได้รับชดใช้เต็มตามมูลค่าของสินค้าก็ไม่มีความจำเป็นอันใดที่จะต้องทำประกันภัยสินค้าไว้กับโจทก์อีก นอกจากนี้การที่บริษัท ว. ผู้ส่งระบุมูลค่าสินค้าในช่องมูลค่าสินค้าเพื่อการขนส่งกับช่องมูลค่าสินค้าเพื่อพิธีการศุลกากรแตกต่างกันก็คงเป็นเพราะทราบว่าการสำแดงจำนวนมูลค่าสินค้าในแต่ละช่องรายการจะมีผลต่อเรื่องใด ตลอดจนทราบถึงข้อจำกัดความรับผิดของผู้ขนส่งดังกล่าว เชื่อได้ว่าพนักงานประจำแผนกขนส่งของบริษัท ว. ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบงานด้านนี้โดยตรงทราบเงื่อนไขการขนส่งต่างๆ เป็นอย่างดี เมื่อพนักงานดังกล่าวลงลายมือชื่อในใบรับขนทางอากาศในฐานะตัวแทนบริษัทผู้ส่ง จึงถือได้ว่าบริษัท ว. ผู้ส่งได้แสดงความตกลงด้วยชัดแจ้งในการจำกัดความรับผิดของผู้ขนส่งเช่นว่านั้นแล้ว ข้อจำกัดความรับผิดดังกล่าวย่อมมีผลบังคับได้ไม่เป็นโมฆะ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 166,651.97 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 156,884.37 บาท (ที่ถูก 156,884.31 บาท) นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 500 ดอลลาร์สหรัฐ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 7 มิถุนายน 2547 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากชำระเป็นเงินไทยให้คิดตามอัตราแลกเปลี่ยนของประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ณ สถานที่ และเวลาที่ใช้เงิน กับให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความให้ 3,000 บาท โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งนั่งพิจารณาคดีในศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางได้รับรองว่ามีเหตุอันควรอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงได้ ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า "...พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นตามที่โจทก์และจำเลยทั้งสองไม่โต้เถียงกันรับฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2547 บริษัทวัฒนาเจ็มส์ จำกัด ว่าจ้างจำเลยทั้งสองขนส่งสินค้าประเภทเครื่องประดับ จำนวน 1 หีบห่อ ราคารวม 6,200 ดอลลาร์สหรัฐ ทางอากาศ เพื่อส่งให้กับ อี.แอล.ที.ไดมอนด์ อินค์ โจลี่ ดีไซนส์ ผู้ซื้อที่ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยจำเลยที่ 1 ในฐานะตัวแทนทำสัญญารับขนทางอากาศในราชอาณาจักรของจำเลยที่ 2 ได้ออกใบรับขนทางอากาศให้แก่ผู้ส่ง การขนส่งสินค้าทางอากาศดังกล่าว บริษัทวัฒนาเจ็มส์ จำกัด ผู้ส่งได้ทำประกันภัยสินค้าไว้กับโจทก์ เมื่อสินค้าถึงผู้รับปลายทางปรากฏว่าสินค้าสูญหายไปรวม 7 รายการ คิดเป็นมูลค่ารวม 3,636 ดอลลาร์สหรัฐ บริษัทวัฒนาเจ็มส์ จำกัด จึงเรียกร้องให้จำเลยทั้งสองชดใช้ค่าเสียหาย จำเลยทั้งสองยอมรับผิดชดใช้เป็นเงิน 500 ดอลลาร์สหรัฐ บริษัทวัฒนาเจ็มส์ จำกัด เห็นว่า สินค้าที่สูญหายมีมูลค่าสูงกว่าจึงปฏิเสธและเรียกร้องให้โจทก์จ่ายค่าสินไหมทดแทน โจทก์ได้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่บริษัทวัฒนาเจ็มส์ จำกัด ผู้เอาประกันภัยไปแล้วเป็นเงิน 3,999.60 ดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทย 156,884.31 บาท จึงเข้ารับช่วงสิทธิมาฟ้องเรียกค่าเสียหายจำนวนดังกล่าวจากจำเลยทั้งสอง ซึ่งเป็นผู้ขนส่งตามหนังสือเรียกร้อง ใบรับช่วงสิทธิ และสำเนาภาพถ่ายเช็ค มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า ข้อจำกัดความรับผิดของจำเลยทั้งสองที่ว่า ในกรณีที่ผู้ส่งได้สำแดงมูลค่าสินค้าเพื่อการขนส่งไว้ในใบรับขนทางอากาศ จำเลยทั้งสองจะรับผิดชดใช้ตามมูลค่าสินค้าที่สำแดงไว้ แต่ไม่เกินจำนวน 500 ดอลลาร์สหรัฐ มีผลใช้บังคับได้หรือไม่ กรณีนี้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 625 บัญญัติว่า"ใบรับ ใบตราส่ง หรือเอกสารอื่น ๆ ทำนองนั้นก็ดีซึ่งผู้ขนส่งออกให้แก่ผู้ส่งนั้น ถ้ามีข้อความยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดของผู้ขนส่งประการใด ท่านว่าความนั้นเป็นโมฆะ เว้นแต่ผู้ส่งจะได้แสดงความตกลงด้วยชัดแจ้งในการยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดเช่นว่านั้น" ซึ่งปัญหาว่า บริษัทวัฒนาเจ็มส์ จำกัด ผู้ส่งได้ตกลงด้วยชัดแจ้งในการจำกัดความรับผิดหรือไม่ นั้น เห็นว่า บริษัทวัฒนาเจ็มส์ จำกัด ใช้บริการขนส่งสินค้าทางอากาศกับจำเลยทั้งสองมานาน มีการว่าจ้างขนส่งสินค้าสม่ำเสมอเป็นประจำทุกเดือน เดือนละหลายครั้ง จนกระทั่งมีบัญชีประจำกับจำเลยที่ 1 และนอกจากจำเลยทั้งสองแล้ว บริษัทวัฒนาเจ็มส์ จำกัด ยังเคยใช้บริการของบริษัทอื่นที่รับขนส่งสินค้าที่มีมูลค่าสูงโดยเฉพาะ เชื่อว่าบริษัทวัฒนาเจ็มส์ จำกัด ทราบถึงความแตกต่างของเงื่อนไขการขนส่งสินค้าและอัตราค่าบริการของบริษัทผู้ประกอบการรับขนส่งสินค้าทางอากาศแต่ละบริษัทเป็นอย่างดีเพราะค่าบริการขนส่งสินค้าไปยังต่างประเทศย่อมจัดว่าเป็นค่าใช้จ่ายประจำของบริษัทที่ประกอบกิจการส่งสินค้าออกจำหน่ายในต่างประเทศและจัดว่าเป็นต้นทุนรายจ่ายหลักของบริษัทอย่างหนึ่ง จึงจำเป็นอยู่เองที่บริษัทผู้ส่งจะต้องเลือกใช้บริการขนส่งสินค้าที่เหมาะสมเพื่อลดต้นทุนค่าใช้จ่าย และการที่บริษัทวัฒนาเจ็มส์ จำกัด ผู้ส่งระบุข้อความในช่องรายการมูลค่าสินค้าเพื่อการขนส่งไว้ 500 ดอลลาร์สหรัฐ โดยไม่แจ้งราคามูลค่าสินค้าตามจริงก็เพราะทราบถึงข้อจำกัดความรับผิดตามเงื่อนไขการขนส่งของจำเลยทั้งสองเป็นอย่างดี เท่ากับเป็นกรณีที่บริษัทวัฒนาเจ็มส์ จำกัด ผู้ส่งเลือกที่จะยอมรับข้อจำกัดความรับผิดด้านหลังใบรับขนทางอากาศแผ่นที่ 1 และตามเงื่อนไขการขนส่งของจำเลยทั้งสองนั่นเอง โดยทราบดีว่าหากสินค้าสูญหายจะได้รับชดใช้เท่าใด ทั้งหากบริษัทวัฒนาเจ็มส์ จำกัด ผู้ส่งคาดหมายว่า หากเกิดกรณีสินค้าสูญหายจะได้รับชดใช้เต็มตามมูลค่าของสินค้า ก็ไม่มีความจำเป็นอันใดที่จะต้องทำประกันภัยสินค้าไว้กับโจทก์อีก นอกจากนี้การที่บริษัทวัฒนาเจ็มส์ จำกัด ผู้ส่งระบุมูลค่าสินค้าในช่องมูลค่าสินค้าเพื่อการขนส่งกับช่องมูลค่าสินค้าเพื่อพิธีการศุลกากรแตกต่างกันก็คงเป็นเพราะทราบว่าการสำแดงจำนวนมูลค่าสินค้าในแต่ละช่องรายการจะมีผลต่อเรื่องใด ตลอดจนทราบถึงข้อจำกัดความรับผิดของผู้ขนส่งดังกล่าว เชื่อได้ว่านางสาวพรเพ็ญพนักงานประจำแผนกขนส่งของบริษัทวัฒนาเจ็มส์ จำกัด ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบงานด้านนี้โดยตรงทราบเงื่อนไขการขนส่งต่าง ๆ เป็นอย่างดี เมื่อนางสาวพรเพ็ญลงลายมือชื่อในใบรับขนทางอากาศในฐานะตัวแทนบริษัทผู้ส่ง จึงถือได้ว่าบริษัทวัฒนาเจ็มส์ จำกัด ผู้ส่งได้แสดงความตกลงด้วยชัดแจ้งในการจำกัดความรับผิดของผู้ขนส่งเช่นว่านั้นแล้ว ข้อจำกัดความรับผิดดังกล่าวย่อมมีผลบังคับได้ไม่เป็นโมฆะ ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้จำเลยทั้งสองรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ตามเงื่อนไขข้อจำกัดความรับผิดที่ระบุในใบรับขนทางอากาศ ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ให้โจทก์ใช้ค่าทนายความชั้นนี้ 2,000 บาท แทนจำเลยทั้งสอง (พินิจ บุญชัด-พลรัตน์ ประทุมทาน-เอกชัย ชินณพงศ์) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
506651
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082003225"
    }
}
date
2552
deka_no
3214/2552
deka_running_no
3214
deka_year
2552
department
แผนก
judges
[
    "พินิจ บุญชัด",
    "พลรัตน์ ประทุมทาน",
    "เอกชัย ชินณพงศ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 227",
            "ม. 880"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทเเอกซ่าประกันภัย จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "",
        "name": "บริษัทเฟดเดอรัล เอ็กซ์เพรส"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "(ประเทศไทย) จำกัด กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 166,651.97 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 156,884.37 บาท (ที่ถูก 156,884.31 บาท) นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองให้การ ขอให้ยกฟ้อง

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 500 ดอลลาร์สหรัฐ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 7 มิถุนายน 2547 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากชำระเป็นเงินไทยให้คิดตามอัตราแลกเปลี่ยนของประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ณ สถานที่ และเวลาที่ใช้เงิน กับให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความให้ 3,000 บาท

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งนั่งพิจารณาคดีในศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางได้รับรองว่ามีเหตุอันควรอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงได้

ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า "...พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นตามที่โจทก์และจำเลยทั้งสองไม่โต้เถียงกันรับฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2547 บริษัทวัฒนาเจ็มส์ จำกัด ว่าจ้างจำเลยทั้งสองขนส่งสินค้าประเภทเครื่องประดับ จำนวน 1 หีบห่อ ราคารวม 6,200 ดอลลาร์สหรัฐ ทางอากาศ เพื่อส่งให้กับ อี.แอล.ที.ไดมอนด์ อินค์ โจลี่ ดีไซนส์ ผู้ซื้อที่ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยจำเลยที่ 1 ในฐานะตัวแทนทำสัญญารับขนทางอากาศในราชอาณาจักรของจำเลยที่ 2 ได้ออกใบรับขนทางอากาศให้แก่ผู้ส่ง การขนส่งสินค้าทางอากาศดังกล่าว บริษัทวัฒนาเจ็มส์ จำกัด ผู้ส่งได้ทำประกันภัยสินค้าไว้กับโจทก์ เมื่อสินค้าถึงผู้รับปลายทางปรากฏว่าสินค้าสูญหายไปรวม 7 รายการ คิดเป็นมูลค่ารวม 3,636 ดอลลาร์สหรัฐ บริษัทวัฒนาเจ็มส์ จำกัด จึงเรียกร้องให้จำเลยทั้งสองชดใช้ค่าเสียหาย จำเลยทั้งสองยอมรับผิดชดใช้เป็นเงิน 500 ดอลลาร์สหรัฐ บริษัทวัฒนาเจ็มส์ จำกัด เห็นว่า สินค้าที่สูญหายมีมูลค่าสูงกว่าจึงปฏิเสธและเรียกร้องให้โจทก์จ่ายค่าสินไหมทดแทน โจทก์ได้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่บริษัทวัฒนาเจ็มส์ จำกัด ผู้เอาประกันภัยไปแล้วเป็นเงิน 3,999.60 ดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทย 156,884.31 บาท จึงเข้ารับช่วงสิทธิมาฟ้องเรียกค่าเสียหายจำนวนดังกล่าวจากจำเลยทั้งสอง ซึ่งเป็นผู้ขนส่งตามหนังสือเรียกร้อง ใบรับช่วงสิทธิ และสำเนาภาพถ่ายเช็ค มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า ข้อจำกัดความรับผิดของจำเลยทั้งสองที่ว่า ในกรณีที่ผู้ส่งได้สำแดงมูลค่าสินค้าเพื่อการขนส่งไว้ในใบรับขนทางอากาศ จำเลยทั้งสองจะรับผิดชดใช้ตามมูลค่าสินค้าที่สำแดงไว้ แต่ไม่เกินจำนวน 500 ดอลลาร์สหรัฐ มีผลใช้บังคับได้หรือไม่ กรณีนี้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 625 บัญญัติว่า"ใบรับ ใบตราส่ง หรือเอกสารอื่น ๆ ทำนองนั้นก็ดีซึ่งผู้ขนส่งออกให้แก่ผู้ส่งนั้น ถ้ามีข้อความยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดของผู้ขนส่งประการใด ท่านว่าความนั้นเป็นโมฆะ เว้นแต่ผู้ส่งจะได้แสดงความตกลงด้วยชัดแจ้งในการยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดเช่นว่านั้น" ซึ่งปัญหาว่า บริษัทวัฒนาเจ็มส์ จำกัด ผู้ส่งได้ตกลงด้วยชัดแจ้งในการจำกัดความรับผิดหรือไม่ นั้น เห็นว่า บริษัทวัฒนาเจ็มส์ จำกัด ใช้บริการขนส่งสินค้าทางอากาศกับจำเลยทั้งสองมานาน มีการว่าจ้างขนส่งสินค้าสม่ำเสมอเป็นประจำทุกเดือน เดือนละหลายครั้ง จนกระทั่งมีบัญชีประจำกับจำเลยที่ 1 และนอกจากจำเลยทั้งสองแล้ว บริษัทวัฒนาเจ็มส์ จำกัด ยังเคยใช้บริการของบริษัทอื่นที่รับขนส่งสินค้าที่มีมูลค่าสูงโดยเฉพาะ เชื่อว่าบริษัทวัฒนาเจ็มส์ จำกัด ทราบถึงความแตกต่างของเงื่อนไขการขนส่งสินค้าและอัตราค่าบริการของบริษัทผู้ประกอบการรับขนส่งสินค้าทางอากาศแต่ละบริษัทเป็นอย่างดีเพราะค่าบริการขนส่งสินค้าไปยังต่างประเทศย่อมจัดว่าเป็นค่าใช้จ่ายประจำของบริษัทที่ประกอบกิจการส่งสินค้าออกจำหน่ายในต่างประเทศและจัดว่าเป็นต้นทุนรายจ่ายหลักของบริษัทอย่างหนึ่ง จึงจำเป็นอยู่เองที่บริษัทผู้ส่งจะต้องเลือกใช้บริการขนส่งสินค้าที่เหมาะสมเพื่อลดต้นทุนค่าใช้จ่าย และการที่บริษัทวัฒนาเจ็มส์ จำกัด ผู้ส่งระบุข้อความในช่องรายการมูลค่าสินค้าเพื่อการขนส่งไว้ 500 ดอลลาร์สหรัฐ โดยไม่แจ้งราคามูลค่าสินค้าตามจริงก็เพราะทราบถึงข้อจำกัดความรับผิดตามเงื่อนไขการขนส่งของจำเลยทั้งสองเป็นอย่างดี เท่ากับเป็นกรณีที่บริษัทวัฒนาเจ็มส์ จำกัด ผู้ส่งเลือกที่จะยอมรับข้อจำกัดความรับผิดด้านหลังใบรับขนทางอากาศแผ่นที่ 1 และตามเงื่อนไขการขนส่งของจำเลยทั้งสองนั่นเอง โดยทราบดีว่าหากสินค้าสูญหายจะได้รับชดใช้เท่าใด ทั้งหากบริษัทวัฒนาเจ็มส์ จำกัด ผู้ส่งคาดหมายว่า หากเกิดกรณีสินค้าสูญหายจะได้รับชดใช้เต็มตามมูลค่าของสินค้า ก็ไม่มีความจำเป็นอันใดที่จะต้องทำประกันภัยสินค้าไว้กับโจทก์อีก นอกจากนี้การที่บริษัทวัฒนาเจ็มส์ จำกัด ผู้ส่งระบุมูลค่าสินค้าในช่องมูลค่าสินค้าเพื่อการขนส่งกับช่องมูลค่าสินค้าเพื่อพิธีการศุลกากรแตกต่างกันก็คงเป็นเพราะทราบว่าการสำแดงจำนวนมูลค่าสินค้าในแต่ละช่องรายการจะมีผลต่อเรื่องใด ตลอดจนทราบถึงข้อจำกัดความรับผิดของผู้ขนส่งดังกล่าว เชื่อได้ว่านางสาวพรเพ็ญพนักงานประจำแผนกขนส่งของบริษัทวัฒนาเจ็มส์ จำกัด ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบงานด้านนี้โดยตรงทราบเงื่อนไขการขนส่งต่าง ๆ เป็นอย่างดี เมื่อนางสาวพรเพ็ญลงลายมือชื่อในใบรับขนทางอากาศในฐานะตัวแทนบริษัทผู้ส่ง จึงถือได้ว่าบริษัทวัฒนาเจ็มส์ จำกัด ผู้ส่งได้แสดงความตกลงด้วยชัดแจ้งในการจำกัดความรับผิดของผู้ขนส่งเช่นว่านั้นแล้ว ข้อจำกัดความรับผิดดังกล่าวย่อมมีผลบังคับได้ไม่เป็นโมฆะ ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้จำเลยทั้งสองรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ตามเงื่อนไขข้อจำกัดความรับผิดที่ระบุในใบรับขนทางอากาศ ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ให้โจทก์ใช้ค่าทนายความชั้นนี้ 2,000 บาท แทนจำเลยทั้งสอง
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000563.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2552