คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 455/2546 ฉบับเต็ม

#50680
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 455/2546 บริษัท สยามแว็กซี่แสตนดาร์ด จำกัด โจทก์ นาย ขจรศักดิ์ ทรัพย์ศิริสวัสดิ์ กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 55 พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 9 โจทก์เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้ารูปและคำว่า WAXY ใช้กับสินค้าน้ำยาเคลือบเบาะหนัง จำเลยนำเครื่องหมายการค้าดังกล่าว ไปใช้กับสินค้าจำพวกเดียวกันโดยไม่มีสิทธิใด ๆ ตามกฎหมาย เป็นการละเมิดสิทธิในเครื่องหมายการค้าของโจทก์ โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนในความเสียหายใด ๆ ที่โจทก์ได้รับจากการกระทำของจำเลยได้ แม้โจทก์จะเป็นผู้ผลิตสินค้าดังกล่าวหรือไม่ ไม่ใช่ข้อสำคัญ ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ประกอบกิจการค้าสินค้าต่าง ๆ รวมทั้งน้ำยาเคมีที่ใช้รักษาเบาะรถยนต์และเครื่องหนังภายใต้เครื่องหมายการค้า WAXY (แว็กซี่) ซึ่งจดทะเบียนตามกฎหมายแล้ว สำหรับสินค้าและผลิตภัณฑ์ของโจทก์นั้นก่อนประดิษฐ์หรือผลิตโจทก์ทำการค้นคว้าทดลองจนได้ผลเป็นที่พอใจ และได้รักษาคุณภาพสินค้าตลอดมาทั้งต้องลงทุนโฆษณามาก จึงมีประชาชนใช้กันอย่างแพร่หลายและไว้วางใจในเรื่องคุณภาพว่าดีสม่ำเสมอ นอกจากนี้โจทก์ได้โฆษณาคำว่า WAXY ควบคู่ไปกับการแจ้งบอกว่าเป็นสินค้าที่ประดิษฐ์ขึ้นโดยโรงงานของโจทก์จนประชาชนทราบดี และโจทก์ก็ยังได้ส่งสินค้าของโจทก์ออกจำหน่ายทั้งภายในและต่างประเทศหลายประเทศ เมื่อประมาณเดือนธันวาคม 2541 ปรากฏว่ายอดขายสินค้าของโจทก์ลดลง โจทก์ได้สืบหาสาเหตุจึงทราบว่าจำเลยทั้งสองได้ร่วมกันแอบอ้างเสนอจำหน่ายและมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งน้ำยาเคมีใช้รักษาเบาะรถยนต์และเครื่องหนังที่มีตราเครื่องหมายการค้ารูปและคำว่า WAXYอันเป็นเครื่องหมายการค้าปลอมที่มีผู้ทำปลอมเครื่องหมายการค้าที่แท้จริงของโจทก์โดยจำเลยทั้งสองรู้อยู่แล้วว่าเป็นสินค้าที่มีการปลอมเครื่องหมายการค้าของโจทก์ ต่อมาวันที่ 11 ธันวาคม 2541 เจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยทั้งสองได้พร้อมด้วยน้ำยาเคมีใช้รักษาเบาะรถยนต์และเครื่องหนังที่มีเครื่องหมายการค้าคำว่า WAXY ปลอมติดอยู่จำนวน 1,422 ขวด ซึ่งสินค้าดังกล่าวมิได้ผลิตขึ้นจากโรงงานของโจทก์ จำเลยทั้งสองได้หลอกลวงขายสินค้าให้ประชาชนเข้าใจผิดว่าสินค้าของจำเลยทั้งสองดังกล่าวเป็นสินค้าของโจทก์ที่ผลิตภายใต้เครื่องหมายการค้า WAXY โดยจำเลยทั้งสองอาศัยความแพร่หลายของชื่อเสียงในทางการค้าของโจทก์เป็นทางการค้าของจำเลยทั้งสองการกระทำของจำเลยทั้งสองทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ประชาชนเกิดความสับสนหลงผิดในสินค้าและยังปรากฏอีกว่าสินค้าปลอมนั้นมีคุณภาพไม่ดีเท่ากับสินค้าของโจทก์ เป็นผลทำให้ประชาชนไม่มั่นใจในสินค้าที่ใช้เครื่องหมายการค้าคำว่า WAXYเป็นเหตุให้การค้าของโจทก์ได้รับความเสียหาย ยอดขายลดลง โจทก์ต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายในการโฆษณาเพื่อให้ประชาชนเข้าใจว่าสินค้าของโจทก์มีคุณภาพดีอย่างไร ตลอดจนมีการจัดรายการชิงรางวัลเพื่อเพิ่มยอดขาย โดยโจทก์เสียหายไม่น้อยกว่า 10,000,000บาท แต่โจทก์ติดใจเรียกร้องค่าเสียหายจากจำเลยทั้งสองเป็นเงินเพียง 5,000,000บาท ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายจำนวน 5,000,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวนดังกล่าว นับแต่ฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การว่า สินค้าตามคำฟ้องซึ่งจำเลยทั้งสองขายอยู่นั้นเป็นสินค้าอันแท้จริง เพียงแต่จำเลยทั้งสองมิได้ซื้อมาจากโจทก์ เนื่องจากโจทก์ตั้งราคาไว้สูงกว่าผู้ขายรายอื่น โจทก์จึงกลั่นแกล้งแจ้งให้พนักงานตำรวจจับจำเลยทั้งสอง ซึ่งขณะนี้(ขณะยื่นคำให้การ) คดีอาญายังอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาล จำเลยทั้งสองจึงไม่ต้องรับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้น ขอให้ยกฟ้อง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 400,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะชำระเสร็จแก่โจทก์ โจทก์และจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า"พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้เถียงกันในชั้นนี้รับฟังได้ว่า โจทก์จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลในประเทศไทยและได้จดทะเบียนเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าคำว่าWAXY อ่านว่าแว็กซี่ ใช้กับสินค้าจำพวกที่ 3 รายการสินค้าน้ำยารักษาเบาะรถยนต์และเครื่องหนังต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เมื่อปี 2537 และโจทก์ได้จำหน่ายน้ำยาเคมีเคลือบและรักษาเบาะหนังรถยนต์ภายใต้เครื่องหมายการค้ารูปและคำว่า WAXY มานานกว่า 20 ปี แล้ว ต่อมาเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2541 เจ้าพนักงานตำรวจได้เข้าตรวจค้นร้านสินอะไหล่และอาคารเก็บสินค้าของจำเลยที่ 2 พบสินค้าที่ใช้เครื่องหมายการค้าคำว่า WAXY ปลอม จำนวน 1,422 ขวด เจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นพี่ชายและต่อมาพนักงานอัยการยื่นฟ้องจำเลยทั้งสองในข้อหาร่วมกันเสนอจำหน่ายและมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้ารูปและคำว่า WAXY ปลอม อันเป็นความผิดต่อพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534ต่อศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ระหว่างพิจารณาโจทก์ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งอนุญาต ต่อมาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิจารณาแล้วมีคำพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 110(1) ประกอบมาตรา 108 ลงโทษจำเลยทั้งสองฐานมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอม ให้จำคุกคนละ 1 ปีและปรับคนละ 100,000 บาท แต่โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี คดีถึงที่สุดโดยศาลฎีกาพิพากษายืน มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ว่า โจทก์ไม่ได้เป็นผู้ผลิตสินค้าน้ำยาเคลือบเบาะหนัง โจทก์จึงมิใช่เจ้าของผลิตภัณฑ์ดังกล่าว โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องนั้นเห็นว่า โจทก์จะเป็นผู้ผลิตสินค้าน้ำยาเคลือบเบาะหนังหรือไม่ ไม่ใช่ข้อสำคัญ เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าโจทก์เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้ารูปและคำว่า WAXY ใช้กับสินค้าน้ำยาเคลือบเบาะหนัง จำเลยทั้งสองนำเครื่องหมายการค้ารูปและคำว่า WAXYไปใช้กับสินค้าจำพวกเดียวกันกับของจำเลยทั้งสองโดยไม่มีสิทธิใด ๆ ตามกฎหมายเป็นการละเมิดสิทธิในเครื่องหมายการค้าของโจทก์ โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนในความเสียหายใด ๆ ที่โจทก์ได้รับจากการกระทำของจำเลยทั้งสองได้ อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (สุวัฒน์ วรรธนะหทัย-เสริมศักดิ์ ผลัดธุระ-ไชยวัฒน์ สัตยาประเสริฐ) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
50680
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082047892"
    }
}
date
2546
deka_no
455/2546
deka_running_no
455
deka_year
2546
department
แผนก
judges
[
    "สุวัฒน์ วรรธนะหทัย",
    "เสริมศักดิ์ ผลัดธุระ",
    "ไชยวัฒน์ สัตยาประเสริฐ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 55"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534",
        "sections": [
            "ม. 9"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัท สยามแว็กซี่แสตนดาร์ด จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย ขจรศักดิ์ ทรัพย์ศิริสวัสดิ์ กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ประกอบกิจการค้าสินค้าต่าง ๆ รวมทั้งน้ำยาเคมีที่ใช้รักษาเบาะรถยนต์และเครื่องหนังภายใต้เครื่องหมายการค้า WAXY (แว็กซี่) ซึ่งจดทะเบียนตามกฎหมายแล้ว สำหรับสินค้าและผลิตภัณฑ์ของโจทก์นั้นก่อนประดิษฐ์หรือผลิตโจทก์ทำการค้นคว้าทดลองจนได้ผลเป็นที่พอใจ และได้รักษาคุณภาพสินค้าตลอดมาทั้งต้องลงทุนโฆษณามาก จึงมีประชาชนใช้กันอย่างแพร่หลายและไว้วางใจในเรื่องคุณภาพว่าดีสม่ำเสมอ นอกจากนี้โจทก์ได้โฆษณาคำว่า WAXY ควบคู่ไปกับการแจ้งบอกว่าเป็นสินค้าที่ประดิษฐ์ขึ้นโดยโรงงานของโจทก์จนประชาชนทราบดี และโจทก์ก็ยังได้ส่งสินค้าของโจทก์ออกจำหน่ายทั้งภายในและต่างประเทศหลายประเทศ เมื่อประมาณเดือนธันวาคม 2541 ปรากฏว่ายอดขายสินค้าของโจทก์ลดลง โจทก์ได้สืบหาสาเหตุจึงทราบว่าจำเลยทั้งสองได้ร่วมกันแอบอ้างเสนอจำหน่ายและมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งน้ำยาเคมีใช้รักษาเบาะรถยนต์และเครื่องหนังที่มีตราเครื่องหมายการค้ารูปและคำว่า WAXYอันเป็นเครื่องหมายการค้าปลอมที่มีผู้ทำปลอมเครื่องหมายการค้าที่แท้จริงของโจทก์โดยจำเลยทั้งสองรู้อยู่แล้วว่าเป็นสินค้าที่มีการปลอมเครื่องหมายการค้าของโจทก์ ต่อมาวันที่ 11 ธันวาคม 2541 เจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยทั้งสองได้พร้อมด้วยน้ำยาเคมีใช้รักษาเบาะรถยนต์และเครื่องหนังที่มีเครื่องหมายการค้าคำว่า WAXY ปลอมติดอยู่จำนวน 1,422 ขวด ซึ่งสินค้าดังกล่าวมิได้ผลิตขึ้นจากโรงงานของโจทก์ จำเลยทั้งสองได้หลอกลวงขายสินค้าให้ประชาชนเข้าใจผิดว่าสินค้าของจำเลยทั้งสองดังกล่าวเป็นสินค้าของโจทก์ที่ผลิตภายใต้เครื่องหมายการค้า WAXY โดยจำเลยทั้งสองอาศัยความแพร่หลายของชื่อเสียงในทางการค้าของโจทก์เป็นทางการค้าของจำเลยทั้งสองการกระทำของจำเลยทั้งสองทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ประชาชนเกิดความสับสนหลงผิดในสินค้าและยังปรากฏอีกว่าสินค้าปลอมนั้นมีคุณภาพไม่ดีเท่ากับสินค้าของโจทก์ เป็นผลทำให้ประชาชนไม่มั่นใจในสินค้าที่ใช้เครื่องหมายการค้าคำว่า WAXYเป็นเหตุให้การค้าของโจทก์ได้รับความเสียหาย ยอดขายลดลง โจทก์ต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายในการโฆษณาเพื่อให้ประชาชนเข้าใจว่าสินค้าของโจทก์มีคุณภาพดีอย่างไร ตลอดจนมีการจัดรายการชิงรางวัลเพื่อเพิ่มยอดขาย โดยโจทก์เสียหายไม่น้อยกว่า 10,000,000บาท แต่โจทก์ติดใจเรียกร้องค่าเสียหายจากจำเลยทั้งสองเป็นเงินเพียง 5,000,000บาท ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายจำนวน 5,000,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวนดังกล่าว นับแต่ฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองให้การว่า สินค้าตามคำฟ้องซึ่งจำเลยทั้งสองขายอยู่นั้นเป็นสินค้าอันแท้จริง เพียงแต่จำเลยทั้งสองมิได้ซื้อมาจากโจทก์ เนื่องจากโจทก์ตั้งราคาไว้สูงกว่าผู้ขายรายอื่น โจทก์จึงกลั่นแกล้งแจ้งให้พนักงานตำรวจจับจำเลยทั้งสอง ซึ่งขณะนี้(ขณะยื่นคำให้การ) คดีอาญายังอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาล จำเลยทั้งสองจึงไม่ต้องรับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้น ขอให้ยกฟ้อง

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 400,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะชำระเสร็จแก่โจทก์

โจทก์และจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า"พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้เถียงกันในชั้นนี้รับฟังได้ว่า โจทก์จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลในประเทศไทยและได้จดทะเบียนเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าคำว่าWAXY อ่านว่าแว็กซี่ ใช้กับสินค้าจำพวกที่ 3 รายการสินค้าน้ำยารักษาเบาะรถยนต์และเครื่องหนังต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เมื่อปี 2537 และโจทก์ได้จำหน่ายน้ำยาเคมีเคลือบและรักษาเบาะหนังรถยนต์ภายใต้เครื่องหมายการค้ารูปและคำว่า WAXY มานานกว่า 20 ปี แล้ว ต่อมาเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2541 เจ้าพนักงานตำรวจได้เข้าตรวจค้นร้านสินอะไหล่และอาคารเก็บสินค้าของจำเลยที่ 2 พบสินค้าที่ใช้เครื่องหมายการค้าคำว่า WAXY ปลอม จำนวน 1,422 ขวด เจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นพี่ชายและต่อมาพนักงานอัยการยื่นฟ้องจำเลยทั้งสองในข้อหาร่วมกันเสนอจำหน่ายและมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้ารูปและคำว่า WAXY ปลอม อันเป็นความผิดต่อพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534ต่อศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ระหว่างพิจารณาโจทก์ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งอนุญาต ต่อมาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิจารณาแล้วมีคำพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 110(1) ประกอบมาตรา 108 ลงโทษจำเลยทั้งสองฐานมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอม ให้จำคุกคนละ 1 ปีและปรับคนละ 100,000 บาท แต่โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี คดีถึงที่สุดโดยศาลฎีกาพิพากษายืน มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ว่า โจทก์ไม่ได้เป็นผู้ผลิตสินค้าน้ำยาเคลือบเบาะหนัง โจทก์จึงมิใช่เจ้าของผลิตภัณฑ์ดังกล่าว โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องนั้นเห็นว่า โจทก์จะเป็นผู้ผลิตสินค้าน้ำยาเคลือบเบาะหนังหรือไม่ ไม่ใช่ข้อสำคัญ เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าโจทก์เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้ารูปและคำว่า WAXY ใช้กับสินค้าน้ำยาเคลือบเบาะหนัง จำเลยทั้งสองนำเครื่องหมายการค้ารูปและคำว่า WAXYไปใช้กับสินค้าจำพวกเดียวกันกับของจำเลยทั้งสองโดยไม่มีสิทธิใด ๆ ตามกฎหมายเป็นการละเมิดสิทธิในเครื่องหมายการค้าของโจทก์ โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนในความเสียหายใด ๆ ที่โจทก์ได้รับจากการกระทำของจำเลยทั้งสองได้ อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000966.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2546