คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5037/2552 ฉบับเต็ม

#506958
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5037/2552 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นางสาวอรัชพร สุภากร จำเลย ป.อ. มาตรา 272 (1), มาตรา 275 พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 110 (1), มาตรา 108, มาตรา 109 สินค้าบางส่วนในคดีที่เอาชื่อ รูปรอยประดิษฐ์ และข้อความในการประกอบการค้าของผู้เสียหายมาใช้เป็นสินค้าเสื้อยืดคอกลมแขนสั้นและกางเกงซึ่งอยู่ในสินค้าจำพวก 25 คนละจำพวกกับสินค้า ปากกา ดินสอ ที่อยู่ในสินค้าจำพวก 16 ซึ่งผู้เสียหายจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าแล้วในราชอาณาจักร และผู้เสียหายประกอบอาชีพขายสินค้านี้ การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 275 ประกอบมาตรา 272 (1) คนละฐานกับความผิดฐานจำหน่ายและเสนอจำหน่ายสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมของบุคคลอื่นที่ได้จดทะเบียนแล้วในราชอาณาจักร ตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 110 (1) ประกอบมาตรา 108, 109 ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 4, 108, 109, 110, 115 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 272, 275 และให้ริบของกลางทั้งหมด จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 110 (1) ประกอบมาตรา 108, 109 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 272 (1) อันเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 110 (1) ประกอบมาตรา 108 ซึ่งเป็นกฎหมายเฉพาะที่มีบทลงโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 6 เดือน และปรับ 100,000บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอันเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 เดือน และปรับ 50,000 บาท เมื่อพิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีประกอบกับไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน เห็นสมควรให้โอกาสจำเลยกลับตัวต่อไป โดยให้รอการลงโทษจำคุกไว้มีกำหนด 2 ปี ให้คุมประพฤติจำเลยมีกำหนด 1 ปี โดยให้ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุก 3 เดือนต่อครั้ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ริบของกลาง ให้ยกฟ้องข้อหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 275 เสีย โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า "...โจทก์ได้กล่าวในฟ้องข้อ 2 ตอนท้ายว่า จำเลยจำหน่ายและเสนอจำหน่ายแก่ประชาชนทั่วไปซึ่งสินค้าเสื้อยืดคอกลมแขนสั้น 2,275 ตัว กางเกง 275 ตัว รวมเป็น 2,550ตัว อันเป็นสินค้าที่มีชื่อ รูป รอยประดิษฐ์ และข้อความ จอห์น ซีน่า, สแม็คดาวน์, สโตนโคลด์, เดอะเกม และอันเดอร์เทคเกอร์ ในการประกอบการค้าของผู้เสียหายซึ่งได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในสินค้าจำพวก 16 รายการสินค้า ปากกา ดินสอ ไม่ใช่เสื้อผ้า เพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อว่าเป็นสินค้าหรือการค้าของผู้เสียหาย เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพย่อมเป็นการกระทำความผิดฐานจำหน่ายหรือเสนอจำหน่ายซึ่งสินค้าที่มีชื่อ รูป รอยประดิษฐ์ หรือข้อความใด ๆ ในการประกอบการค้าของผู้อื่นดังบัญญัติไว้ในมาตรา 272 (1) ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 275 ประกอบมาตรา 272 (1) ดังฟ้องโจทก์ ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางวินิจฉัยว่า จำเลยไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 275 อีก เพราะความผิดฐานจำหน่ายหรือเสนอจำหน่ายสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมของผู้อื่นซึ่งได้จดทะเบียนแล้วในราชอาณาจักรได้มีกฎหมายคือ พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2535 ( ที่ถูก พ.ศ. 2534 ) มาตรา 108, 109, 110 บัญญัติไว้โดยเฉพาะแล้วนั้น เห็นว่าสินค้าบางส่วนในคดีนี้ที่เอาชื่อ รูปรอยประดิษฐ์ และข้อความในการประกอบการค้าของผู้เสียหายมาใช้เป็นสินค้าเสื้อยืดคอกลมแขนสั้นและกางเกง ซึ่งอยู่ในสินค้าจำพวก 25 คนละจำพวกกับสินค้า ปากกา ดินสอ ที่อยู่ในสินค้าจำพวก 16 ซึ่งผู้เสียหายจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าแล้วในราชอาณาจักรและผู้เสียหายประกอบอาชีพขายสินค้านี้ การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดคนละฐานกับความผิดฐานจำหน่ายและเสนอจำหน่ายสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมของบุคคลอื่นที่ได้จดทะเบียนแล้วในราชอาณาจักร ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา110 (1) ประกอบมาตรา 108 และการกระทำของจำเลยดังกล่าวยังเป็นความผิดอีกบทหนึ่งต่างหาก อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น" พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 110 (1) ประกอบมาตรา 108, มาตรา 110 (1) ประกอบมาตรา 109 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 275 ประกอบมาตรา 272 (1) การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ส่วนโทษและนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง (อร่าม เสนามนตรี-พลรัตน์ ประทุมทาน-พินิจ บุญชัด) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
506958
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082001826"
    }
}
date
2552
deka_no
5037/2552
deka_running_no
5037
deka_year
2552
department
แผนก
judges
[
    "อร่าม เสนามนตรี",
    "พลรัตน์ ประทุมทาน",
    "พินิจ บุญชัด"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 272 (1)",
            "ม. 275"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534",
        "sections": [
            "ม. 110 (1)",
            "ม. 108",
            "ม. 109"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสาวอรัชพร สุภากร"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 4, 108, 109, 110, 115 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 272, 275 และให้ริบของกลางทั้งหมด

จำเลยให้การรับสารภาพ

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 110 (1) ประกอบมาตรา 108, 109 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 272 (1) อันเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 110 (1) ประกอบมาตรา 108 ซึ่งเป็นกฎหมายเฉพาะที่มีบทลงโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 6 เดือน และปรับ 100,000บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอันเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 เดือน และปรับ 50,000 บาท เมื่อพิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีประกอบกับไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน เห็นสมควรให้โอกาสจำเลยกลับตัวต่อไป โดยให้รอการลงโทษจำคุกไว้มีกำหนด 2 ปี ให้คุมประพฤติจำเลยมีกำหนด 1 ปี โดยให้ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุก 3 เดือนต่อครั้ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ริบของกลาง ให้ยกฟ้องข้อหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 275 เสีย

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า "...โจทก์ได้กล่าวในฟ้องข้อ 2 ตอนท้ายว่า จำเลยจำหน่ายและเสนอจำหน่ายแก่ประชาชนทั่วไปซึ่งสินค้าเสื้อยืดคอกลมแขนสั้น 2,275 ตัว กางเกง 275 ตัว รวมเป็น 2,550ตัว อันเป็นสินค้าที่มีชื่อ รูป รอยประดิษฐ์ และข้อความ จอห์น ซีน่า, สแม็คดาวน์, สโตนโคลด์, เดอะเกม และอันเดอร์เทคเกอร์ ในการประกอบการค้าของผู้เสียหายซึ่งได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในสินค้าจำพวก 16 รายการสินค้า ปากกา ดินสอ ไม่ใช่เสื้อผ้า เพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อว่าเป็นสินค้าหรือการค้าของผู้เสียหาย เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพย่อมเป็นการกระทำความผิดฐานจำหน่ายหรือเสนอจำหน่ายซึ่งสินค้าที่มีชื่อ รูป รอยประดิษฐ์ หรือข้อความใด ๆ ในการประกอบการค้าของผู้อื่นดังบัญญัติไว้ในมาตรา 272 (1) ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 275 ประกอบมาตรา 272 (1) ดังฟ้องโจทก์ ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางวินิจฉัยว่า จำเลยไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 275 อีก เพราะความผิดฐานจำหน่ายหรือเสนอจำหน่ายสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมของผู้อื่นซึ่งได้จดทะเบียนแล้วในราชอาณาจักรได้มีกฎหมายคือ พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2535 ( ที่ถูก พ.ศ. 2534 ) มาตรา 108, 109, 110 บัญญัติไว้โดยเฉพาะแล้วนั้น เห็นว่าสินค้าบางส่วนในคดีนี้ที่เอาชื่อ รูปรอยประดิษฐ์ และข้อความในการประกอบการค้าของผู้เสียหายมาใช้เป็นสินค้าเสื้อยืดคอกลมแขนสั้นและกางเกง ซึ่งอยู่ในสินค้าจำพวก 25 คนละจำพวกกับสินค้า ปากกา ดินสอ ที่อยู่ในสินค้าจำพวก 16 ซึ่งผู้เสียหายจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าแล้วในราชอาณาจักรและผู้เสียหายประกอบอาชีพขายสินค้านี้ การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดคนละฐานกับความผิดฐานจำหน่ายและเสนอจำหน่ายสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมของบุคคลอื่นที่ได้จดทะเบียนแล้วในราชอาณาจักร ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา110 (1) ประกอบมาตรา 108 และการกระทำของจำเลยดังกล่าวยังเป็นความผิดอีกบทหนึ่งต่างหาก อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น"

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 110 (1) ประกอบมาตรา 108, มาตรา 110 (1) ประกอบมาตรา 109 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 275 ประกอบมาตรา 272 (1) การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ส่วนโทษและนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000551.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2552