คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8640/2552 ฉบับเต็ม

#507417
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8640/2552 นายสุริยา บุษยวณิช โจทก์ นางจารุพรรณ วัฒน์พันธ์ หรือวัฒนพันธ์ จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 39 (2) เมื่อโจทกและจำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันว่า ถ้าจำเลยชำระเงินครบถ้วนแล้ว โจทก์จะดำเนินการถอนฟ้องคดียักยอกที่ศาลชั้นต้นที่โจทก์ได้ฟ้องจำเลยไว้ ทั้งโจทก์ไม่ติดใจที่จะดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและทางอาญากับจำเลยอันเป็นคดีที่เกี่ยวพันกับบริษัท ป. อีกต่อไป จึงเป็นการยอมความโดยมีเงื่อนไขที่ให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์เสียก่อน โจทก์จึงจะไม่ติดใจดำเนินคดีแก่จำเลย การยอมความในลักษณะเช่นนี้จะมีผลให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับไปต่อเมื่อจำเลยชดใช้เงินให้แก่โจทก์ครบตามจำนวนแล้ว เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าจำเลยนำเงินมาวางที่ศาลเพื่อชำระหนี้ให้แก่โจทก์ครบถ้วนตามสัญญาประนีประนอมยอมความแล้ว โจทก์มีความผูกพันที่จะต้องถอนฟ้องคดียักยอกที่ศาลชั้นต้นให้แก่จำเลยตามข้อตกลง กรณีจึงเป็นผลเป็นการยอมความในคดีอาญา สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ย่อมระงับไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (2) ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 วรรคแรก จำคุก 2 เดือน ให้กักขังจำเลย 2 เดือน แทนโทษจำคุกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 23 จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2549 ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 9 โจทก์และจำเลยตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันที่ศาลจังหวัดสงขลาในคดีที่โจทก์ฟ้องจำเลยคดีนี้เป็นจำเลยที่ 4 กับพวก ให้ชำระเงินค่าหุ้นที่จำเลยยักยอกไปว่า "...ข้อ 1.3 จำเลยที่ 4 ตกลงชำระเงินให้แก่โจทก์จำนวน 100,000 บาท (หนึ่งแสนบาทถ้วน) โดยตกลงผ่อนชำระให้เป็นรายเดือน เดือนละไม่ต่ำกว่า 2,000 บาท เริ่มชำระงวดแรกในวันที่ 15 มิถุนายน 2549 และจะชำระงวดต่อไปภายในวันที่ 15 ของทุกๆเดือน โดยจะชำระให้เสร็จภายในระยะเวลา 2 ปี... ข้อ 2 เมื่อจำเลยที่ 4 ชำระเงินตามข้อ 1.3 ครบถ้วนแล้ว โจทก์จะดำเนินการถอนฟ้องคดียักยอกที่ศาลชั้นต้นที่โจทก์ได้ฟ้องจำเลยที่ 4 ไว้ ทั้งโจทก์ไม่ติดใจที่จะดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและทางอาญากับจำเลยที่ 4 อันเป็นคดีที่เกี่ยวพันกับบริษัทปิวทิพย์อุตสาหกรรม จำกัดอีกต่อไป..." ซึ่งศาลจังหวัดสงขลาได้มีคำพิพากษาไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความนั้นแล้ว ต่อมาจำเลยนำเงินมาวางที่ศาลจังหวัดสงขลาเพื่อชำระหนี้ให้แก่โจทก์ครบจำนวน 100,000 บาท ตามคำพิพากษาตามยอมแล้วเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2551 สิทธินำคดีมาฟ้องของโจทก์ย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (2) ศาลฎีกาตรวจสำนวนคดีแพ่งหมายเลขดำที่1441/2547 หมายเลขแดงที่ 79312549 ของศาลจังหวัดสงขลาแล้ว ปรากฏข้อเท็จจริงตามฎีกาของจำเลยทั้งปรากฏว่าโจทก์ได้มาขอรับเงินที่จำเลยนำมาวางศาลตามสัญญาประนีประนอมยอมความไปเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2542 เห็นว่า เมื่อโจทก์และจำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันว่า ถ้าจำเลยชำระเงินครบถ้วนแล้ว โจทก์จะดำเนินการถอนฟ้องคดียักยอกที่ศาลชั้นต้นที่โจทก์ได้ฟ้องจำเลยไว้ ทั้งโจทก์ไม่ติดใจที่จะดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและทางอาญากับจำเลยอันเป็นคดีที่เกี่ยวพันกับบริษัทปิวทิพย์อุตสาหกรรม จำกัด อีกต่อไป จึงเป็นการยอมความโดยมีเงื่อนไขที่ให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์เสียก่อน โจทก์จึงจะไม่ติดใจดำเนินคดีแก่จำเลย การยอมความในลักษณะเช่นนี้จะมีผลให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับไปต่อเมื่อจำเลยชดใช้เงินให้แก่โจทก์ครบตามจำนวนแล้ว เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าจำเลยนำเงินมาวางที่ศาลจังหวัดสงขลาเพื่อชำระหนี้ให้แก่โจทก์ครบถ้วนตามสัญญาประนีประนอมยอมความแล้ว โจทก์มีความผูกพันที่จะต้องถอนฟ้องคดียักยอก ที่ศาลชั้นต้นให้แก่จำเลยตามข้อตกลง กรณีจึงมีผลเป็นการยอมความในคดีอาญา สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (2)" จึงมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ (ไชยยงค์ คงจันทร์-นพวรรณ อินทรัมพรรย์-ทัศนีย์ ธรรมเกณฑ์) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
507417
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081999646"
    }
}
date
2552
deka_no
8640/2552
deka_running_no
8640
deka_year
2552
department
แผนก
judges
[
    "ไชยยงค์ คงจันทร์",
    "นพวรรณ อินทรัมพรรย์",
    "ทัศนีย์ ธรรมเกณฑ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 39 (2)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายสุริยา บุษยวณิช"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางจารุพรรณ วัฒน์พันธ์ หรือวัฒนพันธ์"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 วรรคแรก จำคุก 2 เดือน ให้กักขังจำเลย 2 เดือน แทนโทษจำคุกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 23

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืน

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2549 ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 9 โจทก์และจำเลยตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันที่ศาลจังหวัดสงขลาในคดีที่โจทก์ฟ้องจำเลยคดีนี้เป็นจำเลยที่ 4 กับพวก ให้ชำระเงินค่าหุ้นที่จำเลยยักยอกไปว่า "...ข้อ 1.3 จำเลยที่ 4 ตกลงชำระเงินให้แก่โจทก์จำนวน 100,000 บาท (หนึ่งแสนบาทถ้วน) โดยตกลงผ่อนชำระให้เป็นรายเดือน เดือนละไม่ต่ำกว่า 2,000 บาท เริ่มชำระงวดแรกในวันที่ 15 มิถุนายน 2549 และจะชำระงวดต่อไปภายในวันที่ 15 ของทุกๆเดือน โดยจะชำระให้เสร็จภายในระยะเวลา 2 ปี... ข้อ 2 เมื่อจำเลยที่ 4 ชำระเงินตามข้อ 1.3 ครบถ้วนแล้ว โจทก์จะดำเนินการถอนฟ้องคดียักยอกที่ศาลชั้นต้นที่โจทก์ได้ฟ้องจำเลยที่ 4 ไว้ ทั้งโจทก์ไม่ติดใจที่จะดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและทางอาญากับจำเลยที่ 4 อันเป็นคดีที่เกี่ยวพันกับบริษัทปิวทิพย์อุตสาหกรรม จำกัดอีกต่อไป..." ซึ่งศาลจังหวัดสงขลาได้มีคำพิพากษาไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความนั้นแล้ว ต่อมาจำเลยนำเงินมาวางที่ศาลจังหวัดสงขลาเพื่อชำระหนี้ให้แก่โจทก์ครบจำนวน 100,000 บาท ตามคำพิพากษาตามยอมแล้วเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2551 สิทธินำคดีมาฟ้องของโจทก์ย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (2) ศาลฎีกาตรวจสำนวนคดีแพ่งหมายเลขดำที่1441/2547 หมายเลขแดงที่ 79312549 ของศาลจังหวัดสงขลาแล้ว ปรากฏข้อเท็จจริงตามฎีกาของจำเลยทั้งปรากฏว่าโจทก์ได้มาขอรับเงินที่จำเลยนำมาวางศาลตามสัญญาประนีประนอมยอมความไปเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2542 เห็นว่า เมื่อโจทก์และจำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันว่า ถ้าจำเลยชำระเงินครบถ้วนแล้ว โจทก์จะดำเนินการถอนฟ้องคดียักยอกที่ศาลชั้นต้นที่โจทก์ได้ฟ้องจำเลยไว้ ทั้งโจทก์ไม่ติดใจที่จะดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและทางอาญากับจำเลยอันเป็นคดีที่เกี่ยวพันกับบริษัทปิวทิพย์อุตสาหกรรม จำกัด อีกต่อไป จึงเป็นการยอมความโดยมีเงื่อนไขที่ให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์เสียก่อน โจทก์จึงจะไม่ติดใจดำเนินคดีแก่จำเลย การยอมความในลักษณะเช่นนี้จะมีผลให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับไปต่อเมื่อจำเลยชดใช้เงินให้แก่โจทก์ครบตามจำนวนแล้ว เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าจำเลยนำเงินมาวางที่ศาลจังหวัดสงขลาเพื่อชำระหนี้ให้แก่โจทก์ครบถ้วนตามสัญญาประนีประนอมยอมความแล้ว โจทก์มีความผูกพันที่จะต้องถอนฟ้องคดียักยอก ที่ศาลชั้นต้นให้แก่จำเลยตามข้อตกลง กรณีจึงมีผลเป็นการยอมความในคดีอาญา สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (2)"

จึงมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000532.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2552