คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6582/2553 ฉบับเต็ม

#507432
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6582/2553 ธนาคารดีบีเอสไทยทนุ จำกัด (มหาชน) โดยธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) ผู้เข้าสวมสิทธิเป็นคู่ความแทน โจทก์ บริษัทฟิวเจอร์ไฮเทค จำกัด กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 229, มาตรา 236 วรรคหนึ่ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องของจำเลยที่ 2 ที่ขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ จำเลยที่ 2 จะต้องยื่นอุทธรณ์คัดค้านคำสั่งดังกล่าวภายในกำหนด 1 เดือน นับแต่วันทราบคำสั่งตาม ป.วิ.พ. มาตรา 229 แต่จำเลยที่ 2 ยื่นอุทธรณ์คำสั่งเมื่อพ้นกำหนด 1 เดือนไปแล้ว ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยที่ 2 ต่อมาจำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่าจำเลยที่ 2 ยื่นอุทธรณ์คำสั่วงไม่รับอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยเกิน 1 เดือน ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 229 ให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยที่ 2 ย่อมมีผลเท่ากับไม่รับอุทธรณ์คำสั่งของจำเลย ยืนตามคำปฏิเสธของศาลชั้นต้น คำสั่งศาลอุทธรณ์นี้เป็นที่สุดตาม ป.วิ.พ. มาตรา 236 วรรคหนึ่ง จำเลยที่ 2 จึงไม่มีสิทธิฎีกา ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาและแก้ไขคำพิพากษาให้จำเลยที่ 1 และที่ 3 ร่วมกันชำระเงิน 30,155,791.23 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 8 ต่อปี ของต้นเงิน 26,200,566.15 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 12 มิถุนายน 2545) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ชำระหนี้ดังกล่าวแก่โจทก์เป็นเงิน 2,024,888.77 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 8 ต่อปี ของต้นเงิน 2,000,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ หากจำเลยทั้งสามไม่ชำระให้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 130488, 157971, 41143, 157970, 144921 ตำบลคลองตัน อำเภอพระโขนง กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้าง ออกขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้โจทก์จนครบ หากไม่พอให้บังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสามชำระหนี้ตามส่วนความรับผิดของจำเลยแต่ละคนแก่โจทก์จนครบ ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความให้ 30,000 บาท ในส่วนค่าขึ้นศาลให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดเท่าทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดีจำเลยที่ 2 และในส่วนของค่าทนายความให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิด 10,000 บาท จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์รวม 4 ครั้ง ครั้งสุดท้ายขอขยายถึงภายในวันที่ 24 พฤษภาคม 2547 แต่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้จำเลยที่ 2 ยื่นอุทธรณ์ได้ภายในวันที่ 6 พฤษภาคม 2547 ต่อมาวันที่ 12 พฤษภาคม 2547 จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์เป็นครั้งที่ 5 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2547 ว่า จำเลยที่ 2 ขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์เมื่อล่วงพ้นระยะเวลาที่ตนมีสิทธิยื่นอุทธรณ์ได้ตามที่ศาลกำหนด และตามคำร้องไม่ปรากฏว่ามีเหตุสุดวิสัยที่ไม่อาจขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ได้ จึงไม่อาจขยายระยะเวลาอุทธรณ์ให้จำเลยที่ 2 ได้ ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ วันที่ 24 มิถุนายน 2547 จำเลยที่ 2 อุทธรณ์คำสั่ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยที่ 2 อุทธรณ์คำสั่งเกิน 1 เดือน ที่จำเลยที่ 2 จะอุทธรณ์คำสั่งได้ จึงไม่รับอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยที่ 2 คืนค่าขึ้นศาลทั้งหมดแก่จำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่สั่งไม่รับอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า จำเลยที่ 2 ยื่นอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยที่ 2 เกินกว่า 1 เดือน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229 ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยที่ 2 ชอบแล้ว ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า "คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องของจำเลยที่ 2 ที่ขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ จำเลยที่ 2 ไม่เห็นด้วย ชอบที่จำเลยที่ 2 จะต้องยื่นอุทธรณ์คัดค้านคำสั่งดังกล่าวภายในกำหนด 1 เดือน นับแต่วันทราบคำสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229 แต่จำเลยที่ 2 ยื่นอุทธรณ์คำสั่งเมื่อพ้นกำหนด 1 เดือน ไปแล้ว ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยที่ 2 ต่อมาเมื่อจำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่าจำเลยที่ 2 ยื่นอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยที่ 2 เกินกว่า 1 เดือน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229 ให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยที่ 2 ย่อมมีผลเท่ากับไม่รับอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยที่ 2 ยืนตามคำปฏิเสธของศาลชั้นต้น คำสั่งศาลอุทธรณ์นี้เป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 236 วรรคหนึ่ง แล้ว จำเลยที่ 2 จึงไม่มีสิทธิฎีกาต่อมา ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยที่ 2 เป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้" พิพากษายกฎีกาของจำเลยที่ 2 คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาทั้งหมดแก่จำเลยที่ 2 ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกานอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ. (ประทีป ดุลพินิจธรรมา-มานัส เหลืองประเสริฐ-ทวี ประจวบลาภ) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
507432
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081995587"
    }
}
date
2553
deka_no
6582/2553
deka_running_no
6582
deka_year
2553
department
แผนก
judges
[
    "ประทีป ดุลพินิจธรรมา",
    "มานัส เหลืองประเสริฐ",
    "ทวี ประจวบลาภ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 229",
            "ม. 236 วรรคหนึ่ง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "",
        "name": "ธนาคารดีบีเอสไทยทนุ จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "",
        "name": "โดยธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ผู้เข้าสวมสิทธิเป็นคู่ความแทน"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทฟิวเจอร์ไฮเทค จำกัด กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาและแก้ไขคำพิพากษาให้จำเลยที่ 1 และที่ 3 ร่วมกันชำระเงิน 30,155,791.23 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 8 ต่อปี ของต้นเงิน 26,200,566.15 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 12 มิถุนายน 2545) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ชำระหนี้ดังกล่าวแก่โจทก์เป็นเงิน 2,024,888.77 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 8 ต่อปี ของต้นเงิน 2,000,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ หากจำเลยทั้งสามไม่ชำระให้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 130488, 157971, 41143, 157970, 144921 ตำบลคลองตัน อำเภอพระโขนง กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้าง ออกขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้โจทก์จนครบ หากไม่พอให้บังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสามชำระหนี้ตามส่วนความรับผิดของจำเลยแต่ละคนแก่โจทก์จนครบ ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความให้ 30,000 บาท ในส่วนค่าขึ้นศาลให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดเท่าทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดีจำเลยที่ 2 และในส่วนของค่าทนายความให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิด 10,000 บาท

จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์รวม 4 ครั้ง ครั้งสุดท้ายขอขยายถึงภายในวันที่ 24 พฤษภาคม 2547 แต่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้จำเลยที่ 2 ยื่นอุทธรณ์ได้ภายในวันที่ 6 พฤษภาคม 2547 ต่อมาวันที่ 12 พฤษภาคม 2547 จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์เป็นครั้งที่ 5 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2547 ว่า จำเลยที่ 2 ขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์เมื่อล่วงพ้นระยะเวลาที่ตนมีสิทธิยื่นอุทธรณ์ได้ตามที่ศาลกำหนด และตามคำร้องไม่ปรากฏว่ามีเหตุสุดวิสัยที่ไม่อาจขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ได้ จึงไม่อาจขยายระยะเวลาอุทธรณ์ให้จำเลยที่ 2 ได้ ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ

วันที่ 24 มิถุนายน 2547 จำเลยที่ 2 อุทธรณ์คำสั่ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยที่ 2 อุทธรณ์คำสั่งเกิน 1 เดือน ที่จำเลยที่ 2 จะอุทธรณ์คำสั่งได้ จึงไม่รับอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยที่ 2 คืนค่าขึ้นศาลทั้งหมดแก่จำเลยที่ 2

จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่สั่งไม่รับอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว

ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า จำเลยที่ 2 ยื่นอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยที่ 2 เกินกว่า 1 เดือน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229 ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยที่ 2 ชอบแล้ว ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ

จำเลยที่ 2 ฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า "คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องของจำเลยที่ 2 ที่ขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ จำเลยที่ 2 ไม่เห็นด้วย ชอบที่จำเลยที่ 2 จะต้องยื่นอุทธรณ์คัดค้านคำสั่งดังกล่าวภายในกำหนด 1 เดือน นับแต่วันทราบคำสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229 แต่จำเลยที่ 2 ยื่นอุทธรณ์คำสั่งเมื่อพ้นกำหนด 1 เดือน ไปแล้ว ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยที่ 2 ต่อมาเมื่อจำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่าจำเลยที่ 2 ยื่นอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยที่ 2 เกินกว่า 1 เดือน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229 ให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยที่ 2 ย่อมมีผลเท่ากับไม่รับอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยที่ 2 ยืนตามคำปฏิเสธของศาลชั้นต้น คำสั่งศาลอุทธรณ์นี้เป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 236 วรรคหนึ่ง แล้ว จำเลยที่ 2 จึงไม่มีสิทธิฎีกาต่อมา ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยที่ 2 เป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้"

พิพากษายกฎีกาของจำเลยที่ 2 คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาทั้งหมดแก่จำเลยที่ 2 ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกานอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000496.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2553