คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2812/2554 ฉบับเต็ม

#507443
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2812/2554 บริษัทธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) โจทก์ นายประสงค์ พนมวรชัย ผู้ซื้อทรัพย์ นายประเสริฐหรือพรประเสริฐ เลขะพันธ์รัตน์ จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 223 ผู้ซื้อทรัพย์ยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นเพื่อขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าซื้อทรัพย์ 2 ครั้ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องทั้งสองครั้ง ผู้ซื้อทรัพย์มิได้อุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้น แต่กลับยื่นคำร้องต่อศาลอุทธรณ์ภาค 4 อ้างว่าเป็นการขอคุ้มครองประโยชน์ชั่วคราวในระหว่างการพิจารณา แต่ในคำร้องมีเนื้อหาเป็นการขอให้ศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำสั่งให้ขยายระยะเวลาวางเงินค่าซื้อทรัพย์ต่อเจ้าพนักงานบังคับคดี เช่นเดียวกับที่ผู้ซื้อทรัพย์เคยยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้น ซึ่งหากศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำสั่งตามคำร้องขอของผู้ซื้อทรัพย์ก็เท่ากับเป็นการกลับคำสั่งของศาลชั้นต้น การยื่นคำร้องของผู้ซื้อทรัพย์เป็นการหลีกเลี่ยงไม่ปฏิบัติตาม ป.วิ.พ. 223 ที่บัญญัติว่า คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลชั้นต้นนั้นให้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ จึงไม่ชอบด้วยบทกฎหมายดังกล่าว แม้ศาลอุทธรณ์ภาค 4 รับวินิจฉัยให้ก็เป็นการไม่ชอบ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากจำเลยไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 5633 และ 5634 ตำบลวังสะพุง อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย ซึ่งเป็นทรัพย์ของจำเลยออกขายทอดตลาด ในวันที่ 21 พฤศจิกายน 2550 ผู้ซื้อทรัพย์ได้ซื้อทรัพย์ดังกล่าวจากการขายทอดตลาดในราคา 1,530,000 บาท โดยทำหนังสือสัญญาซื้อขายและวางเงินมัดจำไว้ 50,000 บาท และสัญญาว่าจะนำเงินที่ค้างชำระ 1,480,000 บาท มาชำระต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีให้เสร็จภายใน 15 วัน นับแต่วันซื้อเป็นต้นไป หลังจากนั้นผู้ซื้อทรัพย์ขออนุญาตเจ้าพนักงานบังคับคดีขยายระยะเวลาวางเงินส่วนที่เหลือไปอีก 2 ครั้ง ถึงวันที่ 5 มีนาคม 2551 ต่อมาวันที่ 6 มีนาคม 2551 ผู้ซื้อทรัพย์ยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นอ้างว่า ผู้ซื้อทรัพย์อยู่ระหว่างขอสินเชื่อจากธนาคาร ไม่สามารถนำเงินไปชำระต่อเจ้าพนักงานบังคดีได้ ขอขยายระยะเวลาวางเงินไปอีก 20 วัน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ วันที่ 7 มีนาคม 2551 ผู้ซื้อทรัพย์ยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นอ้างว่าผู้ซื้อทรัพย์หาเงินไม่ทันตามกำหนด ขอขยายระยะเวลาวางเงินไปอีก 20 วัน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ วันที่ 14 มีนาคม 2551 ผู้ซื้อทรัพย์ยื่นคำร้องขอคุ้มครองประโยชน์ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 4 โดยขอให้ศาลอุทธรณ์ภาค 4 ขยายระยะเวลาวางเงินค่าซื้อทรัพย์จนกว่าคดีจะถึงที่สุด ศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำสั่งว่า แม้ตามคำร้องของผู้ร้องจะระบุว่าเป็นการขอคุ้มครองประโยชน์ในระหว่างพิจารณา แต่เนื้อหาในคำร้องเป็นการขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดีซึ่งตามประกาศของเจ้าพนักงานบังคับคดีเรื่องขายทอดตลาดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างระบุข้อสัญญาให้ผู้ซื้อทรัพย์ต้องชำระราคาส่วนที่เหลือภายในกำหนด 15 วัน อันเป็นระยะเวลาที่กำหนดเพื่อการชำระหนี้ เป็นอำนาจของเจ้าพนักงานบังคับคดีที่จะขยายระยะเวลาการวางเงินค่าซื้อทรัพย์ให้แก่ผู้ร้อง ศาลอุทธรณ์ภาค 4 หามีอำนาจในการขยายระยะเวลาดังกล่าวไม่ จึงให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ ผู้ซื้อทรัพย์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เห็นว่า ในเบื้องต้นผู้ซื้อทรัพย์ยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นเพื่อขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าซื้อทรัพย์ถึงสองครั้ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องทั้งสองครั้ง ซึ่งผู้ซื้อทรัพย์มิได้อุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้น แต่กลับยื่นคำร้องต่อศาลอุทธรณ์ภาค 4 โดยตรง อ้างว่า เป็นการขอคุ้มครองประโยชน์ชั่วคราวในระหว่างพิจารณา แต่ในคำร้องมีเนื้อหาเป็นการขอให้ศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำสั่งให้ขยายระยะเวลาวางเงินค่าซื้อทรัพย์ต่อเจ้าพนักงานบังคับคดี เช่นเดียวกับที่ผู้ซื้อทรัพย์เคยยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้น ซึ่งหากศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำสั่งตามคำร้องขอของผู้ซื้อทรัพย์ก็เท่ากับเป็นการกลับคำสั่งของศาลชั้นต้น การยื่นคำร้องของผู้ซื้อทรัพย์ จึงเป็นการหลีกเลี่ยงไม่ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 223 ที่บัญญัติไว้ว่า คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลชั้นต้นนั้น ให้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ จึงเป็นคำคู่ความที่ไม่ชอบด้วยบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวแม้ศาลอุทธรณ์ภาค 4 รับวินิจฉัยให้ก็เป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย พิพากษายกคำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 4 ยกฎีกาของผู้ซื้อทรัพย์ให้คืนค่าธรรมเนียมศาลในชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาทั้งหมดให้แก่ผู้ซื้อทรัพย์ ค่าฤชาธรรมเนียมนอกจากนี้ให้เป็นพับ (สุทธิโชค เทพไตรรัตน์ -ชินวิทย์ จินดา แต้มแก้ว -นพพร โพธิรังสิยากร) ศาลจังหวัดเลย - นายสยมพร วงศ์พยัคฆ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นายสมสันต์ ศุภศาสตรสิน แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.1841/2551 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ105/2548 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ1319/2548 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
507443
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดเลย",
        "judge": "นายสยมพร วงศ์พยัคฆ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 4",
        "judge": "นายสมสันต์ ศุภศาสตรสิน"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081990810"
    }
}
date
2554
deka_no
2812/2554
deka_running_no
2812
deka_year
2554
department
แผนก
judges
[
    "สุทธิโชค เทพไตรรัตน์",
    "ชินวิทย์ จินดา แต้มแก้ว",
    "นพพร โพธิรังสิยากร"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 223"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "ผู้ซื้อทรัพย์",
        "name": "นายประสงค์ พนมวรชัย"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายประเสริฐหรือพรประเสริฐ เลขะพันธ์รัตน์"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากจำเลยไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 5633 และ 5634 ตำบลวังสะพุง อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย ซึ่งเป็นทรัพย์ของจำเลยออกขายทอดตลาด ในวันที่ 21 พฤศจิกายน 2550 ผู้ซื้อทรัพย์ได้ซื้อทรัพย์ดังกล่าวจากการขายทอดตลาดในราคา 1,530,000 บาท โดยทำหนังสือสัญญาซื้อขายและวางเงินมัดจำไว้ 50,000 บาท และสัญญาว่าจะนำเงินที่ค้างชำระ 1,480,000 บาท มาชำระต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีให้เสร็จภายใน 15 วัน นับแต่วันซื้อเป็นต้นไป หลังจากนั้นผู้ซื้อทรัพย์ขออนุญาตเจ้าพนักงานบังคับคดีขยายระยะเวลาวางเงินส่วนที่เหลือไปอีก 2 ครั้ง ถึงวันที่ 5 มีนาคม 2551

ต่อมาวันที่ 6 มีนาคม 2551 ผู้ซื้อทรัพย์ยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นอ้างว่า ผู้ซื้อทรัพย์อยู่ระหว่างขอสินเชื่อจากธนาคาร ไม่สามารถนำเงินไปชำระต่อเจ้าพนักงานบังคดีได้ ขอขยายระยะเวลาวางเงินไปอีก 20 วัน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ

วันที่ 7 มีนาคม 2551 ผู้ซื้อทรัพย์ยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นอ้างว่าผู้ซื้อทรัพย์หาเงินไม่ทันตามกำหนด ขอขยายระยะเวลาวางเงินไปอีก 20 วัน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ

วันที่ 14 มีนาคม 2551 ผู้ซื้อทรัพย์ยื่นคำร้องขอคุ้มครองประโยชน์ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 4 โดยขอให้ศาลอุทธรณ์ภาค 4 ขยายระยะเวลาวางเงินค่าซื้อทรัพย์จนกว่าคดีจะถึงที่สุด

ศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำสั่งว่า แม้ตามคำร้องของผู้ร้องจะระบุว่าเป็นการขอคุ้มครองประโยชน์ในระหว่างพิจารณา แต่เนื้อหาในคำร้องเป็นการขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดีซึ่งตามประกาศของเจ้าพนักงานบังคับคดีเรื่องขายทอดตลาดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างระบุข้อสัญญาให้ผู้ซื้อทรัพย์ต้องชำระราคาส่วนที่เหลือภายในกำหนด 15 วัน อันเป็นระยะเวลาที่กำหนดเพื่อการชำระหนี้ เป็นอำนาจของเจ้าพนักงานบังคับคดีที่จะขยายระยะเวลาการวางเงินค่าซื้อทรัพย์ให้แก่ผู้ร้อง ศาลอุทธรณ์ภาค 4 หามีอำนาจในการขยายระยะเวลาดังกล่าวไม่ จึงให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ

ผู้ซื้อทรัพย์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เห็นว่า ในเบื้องต้นผู้ซื้อทรัพย์ยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นเพื่อขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าซื้อทรัพย์ถึงสองครั้ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องทั้งสองครั้ง ซึ่งผู้ซื้อทรัพย์มิได้อุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้น แต่กลับยื่นคำร้องต่อศาลอุทธรณ์ภาค 4 โดยตรง อ้างว่า เป็นการขอคุ้มครองประโยชน์ชั่วคราวในระหว่างพิจารณา แต่ในคำร้องมีเนื้อหาเป็นการขอให้ศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำสั่งให้ขยายระยะเวลาวางเงินค่าซื้อทรัพย์ต่อเจ้าพนักงานบังคับคดี เช่นเดียวกับที่ผู้ซื้อทรัพย์เคยยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้น ซึ่งหากศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำสั่งตามคำร้องขอของผู้ซื้อทรัพย์ก็เท่ากับเป็นการกลับคำสั่งของศาลชั้นต้น การยื่นคำร้องของผู้ซื้อทรัพย์ จึงเป็นการหลีกเลี่ยงไม่ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 223 ที่บัญญัติไว้ว่า คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลชั้นต้นนั้น ให้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ จึงเป็นคำคู่ความที่ไม่ชอบด้วยบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวแม้ศาลอุทธรณ์ภาค 4 รับวินิจฉัยให้ก็เป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

พิพากษายกคำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 4 ยกฎีกาของผู้ซื้อทรัพย์ให้คืนค่าธรรมเนียมศาลในชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาทั้งหมดให้แก่ผู้ซื้อทรัพย์ ค่าฤชาธรรมเนียมนอกจากนี้ให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ105/2548
primary_red_case_no
พ1319/2548
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000453.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.1841/2551
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2554