คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9794/2552 ฉบับเต็ม

#507578
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9794/2552 พนักงานอัยการจังหวัดตรัง โจทก์ นางภาณีย์ วงศ์น้อย โจทก์ร่วม นายธานีหรือคลาย ชูทอง จำเลย ป.อ. มาตรา 290 จำเลยเป็นเจ้าของสวนผลไม้ที่เกิดเหตุซึ่งมีรั้วลวดหนามล้อมทั้งสี่ด้าน ก่อนเกิดเหตุจำเลยขึงเส้นลวด 1 เส้น จากทิศเหนือไปยังทิศใต้สูงจากพื้นดินประมาณ 50 เซนติเมตร ขวางกึ่งกลางสวนแล้วปล่อยกระแสไฟฟ้าขนาด 220 โวลต์ ผ่านเส้นลวดเพื่อป้องกันคนร้าย โดยมีเจตนาให้กระแสไฟฟ้าทำร้ายร่างกายเนื่องจากเคยมีคนร้ายเข้าไปลักผลไม้และทรัพย์สินอื่น ต่อมาในวันเวลาเกิดเหตุผู้ตายอายุ 14 ปีเศษกับ ต. อายุ 15 ปี เข้าไปในสวนของจำเลยโดยพังรั้วเข้าไปเพื่อจะลักกระท้อนในสวนแล้วผู้ตายเดินไปถูกเส้นลวดที่จำเลยปล่อยกระแสไฟฟ้าไว้ เป็นเหตุให้ถึงแก่ความตายนั้นเมื่อไม่ปราฏว่าขณะเกิดเหตุผู้ตายกับ ต. มีอาวุธใด ๆ ติดตัว ประกอบกับผลไม้ที่เข้าไปเพื่อจะลักน่าจะราคาไม่มากนัก ดังนี้ หากจำเลยพบเห็นผู้ตายกับพวกในขณะเกิดเหตุจำเลยย่อมสามารถใช้วิธีอื่นที่รุนแรงน้อยกว่าการทำร้ายร่างกายกระทำต่อผู้ตายเพื่อป้องกันสิทธิของตนให้บรรลุได้ไม่ยาก การกระทำของจำเลยจึงเป็นการป้องกันเกินสมควรแก่เหตุ ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2545 เวลากลางคืนหลังเที่ยง จำเลยโดยมีเจตนาฆ่าใช้ลวดเหล็กสายเปลือยยาว 60 เมตร ขึงขวางไว้ระหว่างทิศเหนือกับทิศใต้สูงจากพื้นดินประมาณครึ่งเมตร ในสวนผลไม้ของจำเลยแล้วปล่อยกระแสไฟฟ้าให้แล่นไปตามลวดเหล็กดังกล่าว เป็นเหตุให้เด็กชายวิโรจน์ ซึ่งเดินเข้าไปในสวนผลไม้ของจำเลยถูกกระแสไฟฟ้าที่จำเลยปล่อยไว้ที่เส้นลวดดูดจนถึงแก่ความตาย เหตุเกิดที่ตำบลนาท่ามใต้ อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 290 จำเลยให้การต่อสู้อ้างเหตุป้องกัน ระหว่างพิจารณา นางภาณีย์ มารดาของเด็กชายวิโรจน์ ผู้ตาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์ร่วมอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 290 (ที่ถูก มาตรา 290 วรรคแรก) ประกอบมาตรา 69 จำคุก 3 ปี ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสาม คงจำคุก 2 ปี โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติได้ชั้นนี้โดยคู่ความมิได้ฎีกาโต้แย้งว่า จำเลยเป็นเจ้าของสวนผลไม้เนื้อที่ประมาณ 6 ไร่ ณ ที่เกิดเหตุซึ่งมีรั้วลวดหนามล้อมทั้งสี่ด้าน ก่อนเกิดเหตุจำเลยขึงเส้นลวด 1 เส้น จากทิศเหนือไปยังทิศใต้สูงจากพื้นดินประมาณ 50 เซนติเมตร ขวางกึ่งกลางสวนแล้วปล่อยกระแสไฟฟ้าขนาด 220 โวลต์ ผ่านเส้นลวดเพื่อป้องกันคนร้าย โดยมีเจตนาให้กระแสไฟฟ้าทำร้ายร่างกายเนื่องจากเคยมีคนร้ายเข้าไปลักผลไม้และทรัพย์สินอื่น ต่อมาในวันเวลาเกิดเหตุผู้ตายอายุ 14 ปีเศษ กับนายไตรรงค์ อายุ 15 ปี เข้าไปในสวนของจำเลยโดยพังรั้วเข้าไปเพื่อจะลักกระท้อนในสวนแล้วผู้ตายเดินไปถูกเส้นลวดที่จำเลยปล่อยกระแสไฟฟ้าไว้ เป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย ปัญหาตามฎีกาของจำเลยข้อเดียวว่า การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุหรือไม่ เห็นว่า ขณะเกิดเหตุผู้ตายกับนายไตรรงค์อายุเพียง 14 ปีเศษ และ 15 ปี ไม่ปรากฏว่ามีอาวุธใด ๆ ติดตัว ประกอบกับผลไม้ที่เข้าไปเพื่อจะลักน่าจะราคาไม่มากนัก ดังนี้ หากจำเลยพบเห็นผู้ตายกับพวกในขณะเกิดเหตุจำเลยย่อมสามารถใช้วิธีอื่นที่รุนแรงน้อยกว่าการทำร้ายร่างกายกระทำต่อผู้ตายเพื่อป้องกันสิทธิของตนให้บรรลุผลได้ไม่ยาก การกระทำของจำเลยจึงเป็นการป้องกันเกินสมควรแก่เหตุ ตามที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษา ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (ไชยยงค์ คงจันทร์-นพวรรณ อินทรัมพรรย์-ทัศนีย์ ธรรมเกณฑ์) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
507578
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081999180"
    }
}
date
2552
deka_no
9794/2552
deka_running_no
9794
deka_year
2552
department
แผนก
judges
[
    "ไชยยงค์ คงจันทร์",
    "นพวรรณ อินทรัมพรรย์",
    "ทัศนีย์ ธรรมเกณฑ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 290"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดตรัง"
    },
    {
        "role": "โจทก์ร่วม",
        "name": "นางภาณีย์ วงศ์น้อย"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายธานีหรือคลาย ชูทอง"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2545 เวลากลางคืนหลังเที่ยง จำเลยโดยมีเจตนาฆ่าใช้ลวดเหล็กสายเปลือยยาว 60 เมตร ขึงขวางไว้ระหว่างทิศเหนือกับทิศใต้สูงจากพื้นดินประมาณครึ่งเมตร ในสวนผลไม้ของจำเลยแล้วปล่อยกระแสไฟฟ้าให้แล่นไปตามลวดเหล็กดังกล่าว เป็นเหตุให้เด็กชายวิโรจน์ ซึ่งเดินเข้าไปในสวนผลไม้ของจำเลยถูกกระแสไฟฟ้าที่จำเลยปล่อยไว้ที่เส้นลวดดูดจนถึงแก่ความตาย เหตุเกิดที่ตำบลนาท่ามใต้ อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 290

จำเลยให้การต่อสู้อ้างเหตุป้องกัน

ระหว่างพิจารณา นางภาณีย์ มารดาของเด็กชายวิโรจน์ ผู้ตาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์ร่วมอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 290 (ที่ถูก มาตรา 290 วรรคแรก) ประกอบมาตรา 69 จำคุก 3 ปี ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสาม คงจำคุก 2 ปี โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติได้ชั้นนี้โดยคู่ความมิได้ฎีกาโต้แย้งว่า จำเลยเป็นเจ้าของสวนผลไม้เนื้อที่ประมาณ 6 ไร่ ณ ที่เกิดเหตุซึ่งมีรั้วลวดหนามล้อมทั้งสี่ด้าน ก่อนเกิดเหตุจำเลยขึงเส้นลวด 1 เส้น จากทิศเหนือไปยังทิศใต้สูงจากพื้นดินประมาณ 50 เซนติเมตร ขวางกึ่งกลางสวนแล้วปล่อยกระแสไฟฟ้าขนาด 220 โวลต์ ผ่านเส้นลวดเพื่อป้องกันคนร้าย โดยมีเจตนาให้กระแสไฟฟ้าทำร้ายร่างกายเนื่องจากเคยมีคนร้ายเข้าไปลักผลไม้และทรัพย์สินอื่น ต่อมาในวันเวลาเกิดเหตุผู้ตายอายุ 14 ปีเศษ กับนายไตรรงค์ อายุ 15 ปี เข้าไปในสวนของจำเลยโดยพังรั้วเข้าไปเพื่อจะลักกระท้อนในสวนแล้วผู้ตายเดินไปถูกเส้นลวดที่จำเลยปล่อยกระแสไฟฟ้าไว้ เป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย

ปัญหาตามฎีกาของจำเลยข้อเดียวว่า การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุหรือไม่ เห็นว่า ขณะเกิดเหตุผู้ตายกับนายไตรรงค์อายุเพียง 14 ปีเศษ และ 15 ปี ไม่ปรากฏว่ามีอาวุธใด ๆ ติดตัว ประกอบกับผลไม้ที่เข้าไปเพื่อจะลักน่าจะราคาไม่มากนัก ดังนี้ หากจำเลยพบเห็นผู้ตายกับพวกในขณะเกิดเหตุจำเลยย่อมสามารถใช้วิธีอื่นที่รุนแรงน้อยกว่าการทำร้ายร่างกายกระทำต่อผู้ตายเพื่อป้องกันสิทธิของตนให้บรรลุผลได้ไม่ยาก การกระทำของจำเลยจึงเป็นการป้องกันเกินสมควรแก่เหตุ ตามที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษา ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000528.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2552