คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1835/2546 ฉบับเต็ม

#50771
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1835/2546 นาย อรรถวุฒิ ทวีผล โจทก์ นาย ธานินทร์ พันธประภากิจ จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 156 วรรคท้าย จำเลยยื่นอุทธรณ์และยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยอุทธรณ์อย่างคนอนาถาคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 1 ถึงที่สุดแล้วตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 156 วรรคท้าย การที่จำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลหลายครั้ง จนครั้งสุดท้ายศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำพิพากษาไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลออกไปอีกเป็นเรื่องที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1มีคำสั่งต่อเนื่องจากคำสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยอุทธรณ์อย่างคนอนาถาซึ่งถึงที่สุดแล้วจำเลยจึงไม่มีสิทธิฎีกาโต้แย้งคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 1 ต่อไปอีก ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 5,058,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคม 2537 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์และยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยอุทธรณ์อย่างคนอนาถา จำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งให้ยกอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยให้จำเลยนำเงินค่าธรรมเนียมศาลมาชำระต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนด 15 วัน นับแต่วันทราบคำสั่ง วันที่ 7 ธันวาคม 2543 จำเลยนำเงินจำนวน 20,000 บาท มาวางศาลและยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลส่วนที่เหลือ ศาลชั้นต้นอนุญาต วันที่ 5 มกราคม 2544 จำเลยนำเงินจำนวน 10,000 บาท มาวางศาลและยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลส่วนที่เหลือออกไปอีก ศาลชั้นต้นอนุญาต วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2544 จำเลยนำเงินจำนวน 20,000 บาท มาวางศาลและยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลส่วนที่เหลือเป็นครั้งที่ 3 ศาลชั้นต้นอนุญาตให้จำเลยนำเงินค่าธรรมเนียมมาวางศาลภายในวันที่ 8 มีนาคม 2544 วันที่ 7มีนาคม 2544 จำเลยนำเงินมาวางศาลอีก 30,000 บาท และยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลส่วนที่เหลือออกไปอีก ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตและให้จำเลยนำเงินค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์มาวางศาลให้ครบภายในวันที่ 8 มีนาคม 2544เมื่อถึงวันดังกล่าวจำเลยไม่นำเงินค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์ส่วนที่เหลือมาวางศาลศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ จำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาล ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้จำเลยยื่นอุทธรณ์และยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยอุทธรณ์อย่างคนอนาถา คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 1 ถึงที่สุดแล้วตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 วรรคท้าย การที่จำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลหลายครั้ง จนครั้งสุดท้ายศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง ต่อมาศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ศาลฎีกาเห็นว่า คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 1 ที่ไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลออกไปอีกเป็นเรื่องที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งต่อเนื่องจากคำสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยอุทธรณ์อย่างคนอนาถาซึ่งถึงที่สุดแล้ว จำเลยจึงไม่มีสิทธิฎีกาโต้แย้งคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 1 ต่อไปอีก ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยมาเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย" พิพากษายกฎีกาจำเลย (ประทีป ปิติสันต์-วิชา มหาคุณ-สุภิญโย ชยารักษ์) แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
50771
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082046207"
    }
}
date
2546
deka_no
1835/2546
deka_running_no
1835
deka_year
2546
department
แผนก
judges
[
    "ประทีป ปิติสันต์",
    "วิชา มหาคุณ",
    "สุภิญโย ชยารักษ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 156 วรรคท้าย"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นาย อรรถวุฒิ ทวีผล"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย ธานินทร์ พันธประภากิจ"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 5,058,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคม 2537 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยอุทธรณ์และยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยอุทธรณ์อย่างคนอนาถา จำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งให้ยกอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยให้จำเลยนำเงินค่าธรรมเนียมศาลมาชำระต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนด 15 วัน นับแต่วันทราบคำสั่ง วันที่ 7 ธันวาคม 2543 จำเลยนำเงินจำนวน 20,000 บาท มาวางศาลและยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลส่วนที่เหลือ ศาลชั้นต้นอนุญาต วันที่ 5 มกราคม 2544 จำเลยนำเงินจำนวน 10,000 บาท มาวางศาลและยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลส่วนที่เหลือออกไปอีก ศาลชั้นต้นอนุญาต วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2544 จำเลยนำเงินจำนวน 20,000 บาท มาวางศาลและยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลส่วนที่เหลือเป็นครั้งที่ 3 ศาลชั้นต้นอนุญาตให้จำเลยนำเงินค่าธรรมเนียมมาวางศาลภายในวันที่ 8 มีนาคม 2544 วันที่ 7มีนาคม 2544 จำเลยนำเงินมาวางศาลอีก 30,000 บาท และยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลส่วนที่เหลือออกไปอีก ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตและให้จำเลยนำเงินค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์มาวางศาลให้ครบภายในวันที่ 8 มีนาคม 2544เมื่อถึงวันดังกล่าวจำเลยไม่นำเงินค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์ส่วนที่เหลือมาวางศาลศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์

จำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาล

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้จำเลยยื่นอุทธรณ์และยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยอุทธรณ์อย่างคนอนาถา คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 1 ถึงที่สุดแล้วตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 วรรคท้าย การที่จำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลหลายครั้ง จนครั้งสุดท้ายศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง ต่อมาศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ศาลฎีกาเห็นว่า คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 1 ที่ไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลออกไปอีกเป็นเรื่องที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งต่อเนื่องจากคำสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยอุทธรณ์อย่างคนอนาถาซึ่งถึงที่สุดแล้ว จำเลยจึงไม่มีสิทธิฎีกาโต้แย้งคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 1 ต่อไปอีก ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยมาเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย"

พิพากษายกฎีกาจำเลย
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000951.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2546