คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 66/2553 ฉบับเต็ม

#507900
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 66/2553 นางสาวนันทวรรณ ศุภรสิงห์ ผู้ร้อง ป.พ.พ. มาตรา 34 ป.วิ.พ. มาตรา 55 คำร้องขอที่ให้ศาลมีคำสั่งว่า จ. เป็นคนเสมือนไร้ความสามารถและให้อยู่ในความพิทักษ์ของผู้ร้องจะมีคำขอมาด้วยกันเป็นการล่วงหน้าเพื่อให้ศาลมีคำสั่งให้ผู้พิทักษ์เป็นผู้มีอำนาจทำการอย่างหนึ่งอย่างใดที่กล่าวไว้ใน ป.พ.พ. มาตรา 34 วรรคหนึ่ง และวรรคสอง ได้ด้วยตนเองไม่ได้ เนื่องจากคำร้องขอของผู้ร้องเป็นแต่เพียงการขอล่วงหน้าโดยยังไม่ปรากฏว่ามีเหตุการณ์ตามที่ขอเกิดขึ้นจริง จึงไม่มีข้อเท็จจริงที่จะให้ศาลนำมาพิจารณาวินิจฉัยเพื่อใช้ดุลพินิจได้ ศาลจึงมีคำสั่งยกคำขอส่วนนี้ของผู้ร้อง ___________________________ ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของนางจินตนา ซึ่งป่วยด้วยโรคเส้นเลือดในสมองแตก ไม่สามารถจัดการงานด้วยตนเองได้ ขอให้สั่งว่านางจินตนาเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ อยู่ในความพิทักษ์ของผู้ร้อง และขอให้ศาลมีคำสั่งให้ผู้พิทักษ์เป็นผู้มีอำนาจกระทำการ หรือให้เช่าสังหาริมทรัพย์มีกำหนดระยะเวลาเกินกว่าหกเดือน หรืออสังหาริมทรัพย์มีกำหนดระยะเวลาเกินกว่าสามปี หรือทำการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อจะได้มาหรือปล่อยไปซึ่งสิทธิในอสังหาริมทรัพย์ หรือในสังหาริมทรัพย์อันมีค่า เสนอคดีต่อศาลหรือดำเนินกระบวนพิจารณาใดๆ และประนีประนอมยอมความแทนคนเสมือนไร้ความสามารถได้ ศาลประกาศวันนัดไต่สวนแล้ว ไม่มีผู้ใดคัดค้าน ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งว่า นางจินตนา เป็นคนเสมือนไร้ความสามารถและให้อยู่ในความพิทักษ์ของนางสาวนันทวรรณผู้ร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 แผนกคดีเยาวชนและครอบครัวพิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า "ที่ผู้ร้องฎีกาว่า ศาลชั้นต้นยังไม่ได้มีคำวินิจฉัยและมีคำสั่งเกี่ยวกับคำขอของผู้ร้องที่ขอให้สั่งอนุญาตให้ผู้ร้องในฐานะผู้พิทักษ์เป็นผู้มีอำนาจกระทำการแทนนางจินตนา คนเสมือนไร้ความสามารถจึงเป็นการไม่ชอบนั้น เห็นว่า เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งเฉพาะคำขอของผู้ร้องที่ให้นางจินตนาเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ และให้อยู่ในความพิทักษ์ของผู้ร้อง โดยไม่ได้สั่งอนุญาตให้ผู้ร้องมีอำนาจกระทำการแทนอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่ผู้ร้องขอ เช่นนี้พอที่จะอนุโลมถือได้ว่า ศาลชั้นต้นสั่งยกคำขอให้ข้อนี้ของผู้ร้อง ทั้งผู้ร้องก็ได้ใช้สิทธิอุทธรณ์ และศาลอุทธรณ์ภาค 1 ก็ได้วินิจฉัยอุทธรณ์ของผู้ร้องแล้ว ปัญหาที่ศาลฎีกาจะต้องวินิจฉัยจึงมีตามที่ผู้ร้องฎีกาว่า ที่ศาลล่างทั้งสองยกคำขอโดยไม่อนุญาตให้ผู้ร้องในฐานะผู้พิทักษ์เป็นผู้มีอำนาจกระทำการแทนนางจินตนาคนเสมือนไร้ความสามารถนั้นชอบแล้วหรือไม่ เห็นว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 34 วรรคสาม ที่บัญญัติว่า ในกรณีที่คนเสมือนไร้ความสามารถไม่สามารถจะทำการอย่างหนึ่งอย่างใดที่กล่าวมาในวรรคหนึ่งหรือวรรคสองได้ด้วยตนเอง เพราะเหตุมีกายพิการหรือมีจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ ศาลจะสั่ง่ให้ผู้พิทักษ์เป็นผู้มีอำนาจกระทำการนั้นแทนคนเสมือนไร้ความสามารถก็ได้ มีความหมายว่า จะต้องมีกรณีใดกรณีหนึ่งเกิดขึ้นแล้ว และปรากฏข้อเท็จจริงว่าคนเสมือนไร้ความสามารถไม่สามารถกระทำการนั้นๆ ในสถานการณ์หรือเวลาในขณะนั้นได้ด้วยตนเองเพราะเหตุมีกายพิการหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ กรณีใดกรณีหนึ่งนั้นจะต้องมีรายละเอียดข้อเท็จจริงพอที่จะทำให้ศาลสามารถใช้ดุลพินิจฉัยพิจารณาวินิจฉัยว่า สมควรจะอนุญาตให้ผู้พิทักษ์มีอำนาจกระทำการนั้นแทนคนเสมือนไร้ความสามารถหรือไม่เมื่อตามคำร้องและคำขอของผู้ร้องเป็นแต่เพียงการขอล่วงหน้าโดยยังไม่ปรากฏว่ามีเหตุการณ์ตามที่ขอเกิดขึ้นจริง จึงไม่มีข้อเท็จจริงที่จะให้ศาลนำมาพิจารณาวินิจฉัยเพื่อใช้ดุลพินิจได้ ที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งยกคำขอของผู้ร้องในส่วนนี้ชอบแล้ว ฎีกาผู้ร้องฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นและชั้นฎีกาให้เป็นพับ (พิศาล อัยยะวรากูล-นพวรรณ อินทรัมพรรย์-พิษณุ ดำรงเกียรติวัฒนา) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ คดีนี้เป็นคดีไม่มีข้อพิพาท ต้องเสนอคดีต่อศาลโดยทำเป็นคำร้องขอ เนื่องจากบุคคลนั้นจะต้องใช้สิทธิทางศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 และมาตรา 188 กรณีสั่งให้บุคคลใดเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ เมื่อมีเหตุตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 32 บุคคลตามที่ระบุไว้ในมาตรา 28 ร้องขอต่อศาลให้มีคำสั่งให้บุคคลนั้นเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถได้ ถือได้ว่าบุคคลตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 28 จะต้องใช้สิทธิทางศาล จึงยื่นคำร้องขอต่อศาลได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 ซึ่งเป็นคำสั่งแต่งตั้งผู้พิทักษ์ เมื่อศาลมีคำสั่งให้บุคคลนั้นเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ ศาลจะมีคำสั่งตั้งผู้พิทักษ์ด้วย มีผลให้คนเสมือนไร้ความสามารถจะทำการอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 34 (1) ถึง (11) ต้องได้รับความยินยอมจากผู้พิทักษ์ก่อน แต่ถ้าเป็นกรณีที่คนเสมือนไร้ความไม่สามารถจะทำการอย่างหนึ่งอย่างใดตามมาตรา 34 (1) ถึง (11) ได้ด้วยตนเอง เพราะเหตุมีกายพิการหรือมีจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ ซึ่งจะต้องให้ผู้พิทักษ์ทำแทนนั้น ผู้พิทักษ์จะต้องได้รับคำสั่งของศาลให้เป็นผู้มีอำนาจกระทำการดังกล่าวแทนคนเสมือนไร้ความสามารถตามมาตรา 34 วรรคสามและถือได้ว่าผู้พิทักษ์จะต้องใช้สิทธิทางศาล จึงยื่นคำร้องขอต่อศาลได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 ซึ่งเป็นคำสั่งอนุญาต อันเป็นอำนาจของบุคคลที่มีฐานะเป็นผู้พิทักษ์ที่จะยื่นคำร้องขอเป็นอีกส่วนหนึ่งต่างหาก ถ้าศาลยังไม่มีคำสั่งตั้งผู้พิทักษื ก็ไม่มีผู้พิทักษ์ที่จะยื่นคำร้องขอในเรื่องนี้ได้ คดีนี้ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถและตั้งผู้พิทักษ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 32 กับขอให้ศาลมีคำสั่งให้ผู้พิทักษ์มีอำนาจกระทำการตามที่ระบุในคำร้องขอแทนคนเสมือนไร้ความสามารถตามมาตรา 34 วรรคสามมาด้วย เมื่อศาลยังไม่ได้มีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้พิทักษ์ ผู้ร้องจึงไม่น่าจะมีอำนาจยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งตามมาตรา 34 วรรคสาม มาในคำร้องของตามมาตรา 32 ได้ มิใช่ว่ายังไม่ปรากฏว่ามีเหตุการณ์ตามที่ขอเกิดขึ้นจริงจึงไม่มีข้อเท็จจริงที่จะให้ศาลนำมาพิจารณาวินิจฉัยเพื่อใช้ดุลพินิจได้ดังที่ศาลฎีกาวินิจฉัย ไพโรจน์ วายุภาพ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
507900
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081999073"
    }
}
date
2553
deka_no
66/2553
deka_running_no
66
deka_year
2553
department
แผนก
judges
[
    "พิศาล อัยยะวรากูล",
    "นพวรรณ อินทรัมพรรย์",
    "พิษณุ ดำรงเกียรติวัฒนา"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 34"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 55"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "นางสาวนันทวรรณ ศุภรสิงห์"
    }
]
long_text
ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของนางจินตนา ซึ่งป่วยด้วยโรคเส้นเลือดในสมองแตก ไม่สามารถจัดการงานด้วยตนเองได้ ขอให้สั่งว่านางจินตนาเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ อยู่ในความพิทักษ์ของผู้ร้อง และขอให้ศาลมีคำสั่งให้ผู้พิทักษ์เป็นผู้มีอำนาจกระทำการ หรือให้เช่าสังหาริมทรัพย์มีกำหนดระยะเวลาเกินกว่าหกเดือน หรืออสังหาริมทรัพย์มีกำหนดระยะเวลาเกินกว่าสามปี หรือทำการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อจะได้มาหรือปล่อยไปซึ่งสิทธิในอสังหาริมทรัพย์ หรือในสังหาริมทรัพย์อันมีค่า เสนอคดีต่อศาลหรือดำเนินกระบวนพิจารณาใดๆ และประนีประนอมยอมความแทนคนเสมือนไร้ความสามารถได้

ศาลประกาศวันนัดไต่สวนแล้ว ไม่มีผู้ใดคัดค้าน

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งว่า นางจินตนา เป็นคนเสมือนไร้ความสามารถและให้อยู่ในความพิทักษ์ของนางสาวนันทวรรณผู้ร้อง

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 แผนกคดีเยาวชนและครอบครัวพิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า "ที่ผู้ร้องฎีกาว่า ศาลชั้นต้นยังไม่ได้มีคำวินิจฉัยและมีคำสั่งเกี่ยวกับคำขอของผู้ร้องที่ขอให้สั่งอนุญาตให้ผู้ร้องในฐานะผู้พิทักษ์เป็นผู้มีอำนาจกระทำการแทนนางจินตนา คนเสมือนไร้ความสามารถจึงเป็นการไม่ชอบนั้น เห็นว่า เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งเฉพาะคำขอของผู้ร้องที่ให้นางจินตนาเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ และให้อยู่ในความพิทักษ์ของผู้ร้อง โดยไม่ได้สั่งอนุญาตให้ผู้ร้องมีอำนาจกระทำการแทนอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่ผู้ร้องขอ เช่นนี้พอที่จะอนุโลมถือได้ว่า ศาลชั้นต้นสั่งยกคำขอให้ข้อนี้ของผู้ร้อง ทั้งผู้ร้องก็ได้ใช้สิทธิอุทธรณ์ และศาลอุทธรณ์ภาค 1 ก็ได้วินิจฉัยอุทธรณ์ของผู้ร้องแล้ว ปัญหาที่ศาลฎีกาจะต้องวินิจฉัยจึงมีตามที่ผู้ร้องฎีกาว่า ที่ศาลล่างทั้งสองยกคำขอโดยไม่อนุญาตให้ผู้ร้องในฐานะผู้พิทักษ์เป็นผู้มีอำนาจกระทำการแทนนางจินตนาคนเสมือนไร้ความสามารถนั้นชอบแล้วหรือไม่ เห็นว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 34 วรรคสาม ที่บัญญัติว่า ในกรณีที่คนเสมือนไร้ความสามารถไม่สามารถจะทำการอย่างหนึ่งอย่างใดที่กล่าวมาในวรรคหนึ่งหรือวรรคสองได้ด้วยตนเอง เพราะเหตุมีกายพิการหรือมีจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ ศาลจะสั่ง่ให้ผู้พิทักษ์เป็นผู้มีอำนาจกระทำการนั้นแทนคนเสมือนไร้ความสามารถก็ได้ มีความหมายว่า จะต้องมีกรณีใดกรณีหนึ่งเกิดขึ้นแล้ว และปรากฏข้อเท็จจริงว่าคนเสมือนไร้ความสามารถไม่สามารถกระทำการนั้นๆ ในสถานการณ์หรือเวลาในขณะนั้นได้ด้วยตนเองเพราะเหตุมีกายพิการหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ กรณีใดกรณีหนึ่งนั้นจะต้องมีรายละเอียดข้อเท็จจริงพอที่จะทำให้ศาลสามารถใช้ดุลพินิจฉัยพิจารณาวินิจฉัยว่า สมควรจะอนุญาตให้ผู้พิทักษ์มีอำนาจกระทำการนั้นแทนคนเสมือนไร้ความสามารถหรือไม่เมื่อตามคำร้องและคำขอของผู้ร้องเป็นแต่เพียงการขอล่วงหน้าโดยยังไม่ปรากฏว่ามีเหตุการณ์ตามที่ขอเกิดขึ้นจริง จึงไม่มีข้อเท็จจริงที่จะให้ศาลนำมาพิจารณาวินิจฉัยเพื่อใช้ดุลพินิจได้ ที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งยกคำขอของผู้ร้องในส่วนนี้ชอบแล้ว ฎีกาผู้ร้องฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นและชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
คดีนี้เป็นคดีไม่มีข้อพิพาท ต้องเสนอคดีต่อศาลโดยทำเป็นคำร้องขอ เนื่องจากบุคคลนั้นจะต้องใช้สิทธิทางศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 และมาตรา 188 กรณีสั่งให้บุคคลใดเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ เมื่อมีเหตุตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 32 บุคคลตามที่ระบุไว้ในมาตรา 28 ร้องขอต่อศาลให้มีคำสั่งให้บุคคลนั้นเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถได้ ถือได้ว่าบุคคลตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 28 จะต้องใช้สิทธิทางศาล จึงยื่นคำร้องขอต่อศาลได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 ซึ่งเป็นคำสั่งแต่งตั้งผู้พิทักษ์ เมื่อศาลมีคำสั่งให้บุคคลนั้นเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ ศาลจะมีคำสั่งตั้งผู้พิทักษ์ด้วย มีผลให้คนเสมือนไร้ความสามารถจะทำการอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 34 (1) ถึง (11) ต้องได้รับความยินยอมจากผู้พิทักษ์ก่อน แต่ถ้าเป็นกรณีที่คนเสมือนไร้ความไม่สามารถจะทำการอย่างหนึ่งอย่างใดตามมาตรา 34 (1) ถึง (11) ได้ด้วยตนเอง เพราะเหตุมีกายพิการหรือมีจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ ซึ่งจะต้องให้ผู้พิทักษ์ทำแทนนั้น ผู้พิทักษ์จะต้องได้รับคำสั่งของศาลให้เป็นผู้มีอำนาจกระทำการดังกล่าวแทนคนเสมือนไร้ความสามารถตามมาตรา 34 วรรคสามและถือได้ว่าผู้พิทักษ์จะต้องใช้สิทธิทางศาล จึงยื่นคำร้องขอต่อศาลได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 ซึ่งเป็นคำสั่งอนุญาต อันเป็นอำนาจของบุคคลที่มีฐานะเป็นผู้พิทักษ์ที่จะยื่นคำร้องขอเป็นอีกส่วนหนึ่งต่างหาก ถ้าศาลยังไม่มีคำสั่งตั้งผู้พิทักษื ก็ไม่มีผู้พิทักษ์ที่จะยื่นคำร้องขอในเรื่องนี้ได้ คดีนี้ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถและตั้งผู้พิทักษ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 32 กับขอให้ศาลมีคำสั่งให้ผู้พิทักษ์มีอำนาจกระทำการตามที่ระบุในคำร้องขอแทนคนเสมือนไร้ความสามารถตามมาตรา 34 วรรคสามมาด้วย เมื่อศาลยังไม่ได้มีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้พิทักษ์ ผู้ร้องจึงไม่น่าจะมีอำนาจยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งตามมาตรา 34 วรรคสาม มาในคำร้องของตามมาตรา 32 ได้ มิใช่ว่ายังไม่ปรากฏว่ามีเหตุการณ์ตามที่ขอเกิดขึ้นจริงจึงไม่มีข้อเท็จจริงที่จะให้ศาลนำมาพิจารณาวินิจฉัยเพื่อใช้ดุลพินิจได้ดังที่ศาลฎีกาวินิจฉัย ไพโรจน์ วายุภาพ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000527.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2553