คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8268/2553 ฉบับเต็ม

#507930
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8268/2553 นายเสียง โหสกุล โจทก์ บริษัทเงินทุนนิธิภัทร จำกัด (มหาชน) โดยกองทุนรวมธนชาติ พร็อพเพอร์ตี้ฟันต์ 6 ผู้เข้าสวมสิทธิเป็นคู่ความแทน ผู้ร้อง นายพีรพล คุณปสุต จำเลย พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 22, มาตรา 24 ในวันที่จำเลยยื่นอุทธรณ์ จำเลยถูกศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดจำเลยย่อมไม่มีอำนาจกระทำการใดๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินหรือฟ้องร้องหรือต่อสู้คดีใดๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินของจำเลย โดยอำนาจดังกล่าวตกแก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในทันทีที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยตาม พ.ร.บ.ล้มละลายฯ มาตรา 22 และมาตรา 24 จำเลยจึงไม่มีสิทธิยื่นอุทธรณ์ การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 รับอุทธรณ์ของจำเลยไว้วินิจฉัยเป็นการไม่ชอบ ทั้งจำเลยก็ไม่มีสิทธิยื่นฎีกาต่อมาด้วย ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมให้จำเลยชำระเงินจำนวน 24,106,917.21 บาท แก่โจทก์ แต่จำเลยไม่ชำระ โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 8172 ตำบลมหาชัย อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร บริษัทเงินทุนนิธิภัทร จำกัด (มหาชน) ยื่นคำร้องขอรับชำระหนี้ก่อนเจ้าหนี้อื่นในฐานะผู้รับจำนองที่ดินซึ่งโจทก์นำยึด จำเลยยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้บริษัทเงินทุนนิธิภัทร จำกัด (มหาชน) ได้รับชำระหนี้จำนองก่อนเจ้าหนี้อื่น ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า บริษัทเงินทุนนิธิภัทร จำกัด (มหาชน) ถูกรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมีคำสั่งให้ระงับการดำเนินกิจการและดำเนินการชำระบัญชี ซึ่งต่อมาผู้ชำระบัญชีได้ร้องขอต่อศาลล้มละลายกลางให้มีคำสั่งให้บริษัทเงินทุนนิธิภัทร จำกัด (มหาชน) ล้มละลาย ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของบริษัทเงินทุนนิธิภัทร จำกัด (มหาชน) ได้รวบรวมทรัพย์สินและสิทธิอื่น ๆ ของบริษัทดังกล่าวออกขายทอดตลาด ผู้ร้องเป็นผู้ประมูลซื้อทรัพย์สินและสิทธิอื่น ๆ ของบริษัทเงินทุนนิธิภัทร จำกัด (มหาชน) รวมถึงสิทธิเรียกร้องตามคำสั่งศาลชั้นต้นที่มีคำสั่งให้บริษัทเงินทุนนิธิภัทร จำกัด (มหาชน) ได้รับชำระหนี้จำนองของจำเลยก่อนเจ้าหนี้อื่นในคดีนี้ ผู้ร้องแจ้งการโอนสิทธิเรียกร้องดังกล่าวให้จำเลยทราบแล้ว ขอให้ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องสวมสิทธิเข้าเป็นคู่ความแทนบริษัทเงินทุนนิธิภัทร จำกัด (มหาชน) จำเลยยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า จำเลยถูกศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2548 ขอให้ศาลชั้นต้นเรียกเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เข้ามาดำเนินคดีแทนจำเลย เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ขอเข้าดำเนินคดีแทนจำเลยและไม่ติดใจคัดค้านคำร้องขอเข้าสวมสิทธิของผู้ร้อง ศาลชั้นต้นอนุญาตให้เจ้าพนักงานพิทักษ์เข้าดำเนินคดีแทนจำเลย และมีคำสั่งว่าเมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ผู้ร้องเข้าสวมสิทธิเป็นคู่ความแทนบริษัทเงินทุนนิธิภัทร จำกัด (มหาชน) ได้ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ในวันที่จำเลยยื่นอุทธรณ์ จำเลยถูกศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด จำเลยย่อมไม่มีอำนาจกระทำการใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินหรือฟ้องร้องหรือต่อสู้คดีใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินของจำเลย โดยอำนาจดังกล่าวตกแก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในทันทีที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ในคดีล้มละลาย ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 22 และมาตรา 24 จำเลยจึงไม่มีสิทธิยื่นอุทธรณ์ การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 รับอุทธรณ์ของจำเลยไว้วินิจฉัยเป็นการไม่ชอบ ทั้งจำเลยก็ไม่มีสิทธิยื่นฎีกาต่อมาด้วย" พิพากษายกฎีกาจำเลย ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 และยกอุทธรณ์จำเลย คืนค่าธรรมเนียมศาลทั้งหมดในชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาแก่จำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลนอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ. (ทัศนีย์ ธรรมเกณฑ์-นพวรรณ อินทรัมพรรย์-ไชยยงค์ คงจันทร์) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
507930
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081994681"
    }
}
date
2553
deka_no
8268/2553
deka_running_no
8268
deka_year
2553
department
แผนก
judges
[
    "ทัศนีย์ ธรรมเกณฑ์",
    "นพวรรณ อินทรัมพรรย์",
    "ไชยยงค์ คงจันทร์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483",
        "sections": [
            "ม. 22",
            "ม. 24"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายเสียง โหสกุล"
    },
    {
        "role": "",
        "name": "บริษัทเงินทุนนิธิภัทร จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "",
        "name": "โดยกองทุนรวมธนชาติ"
    },
    {
        "role": "",
        "name": "พร็อพเพอร์ตี้ฟันต์ 6"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "ผู้เข้าสวมสิทธิเป็นคู่ความแทน"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายพีรพล คุณปสุต"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมให้จำเลยชำระเงินจำนวน 24,106,917.21 บาท แก่โจทก์ แต่จำเลยไม่ชำระ โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 8172 ตำบลมหาชัย อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร

บริษัทเงินทุนนิธิภัทร จำกัด (มหาชน) ยื่นคำร้องขอรับชำระหนี้ก่อนเจ้าหนี้อื่นในฐานะผู้รับจำนองที่ดินซึ่งโจทก์นำยึด

จำเลยยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้บริษัทเงินทุนนิธิภัทร จำกัด (มหาชน) ได้รับชำระหนี้จำนองก่อนเจ้าหนี้อื่น

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า บริษัทเงินทุนนิธิภัทร จำกัด (มหาชน) ถูกรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมีคำสั่งให้ระงับการดำเนินกิจการและดำเนินการชำระบัญชี ซึ่งต่อมาผู้ชำระบัญชีได้ร้องขอต่อศาลล้มละลายกลางให้มีคำสั่งให้บริษัทเงินทุนนิธิภัทร จำกัด (มหาชน) ล้มละลาย ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของบริษัทเงินทุนนิธิภัทร จำกัด (มหาชน) ได้รวบรวมทรัพย์สินและสิทธิอื่น ๆ ของบริษัทดังกล่าวออกขายทอดตลาด ผู้ร้องเป็นผู้ประมูลซื้อทรัพย์สินและสิทธิอื่น ๆ ของบริษัทเงินทุนนิธิภัทร จำกัด (มหาชน) รวมถึงสิทธิเรียกร้องตามคำสั่งศาลชั้นต้นที่มีคำสั่งให้บริษัทเงินทุนนิธิภัทร จำกัด (มหาชน) ได้รับชำระหนี้จำนองของจำเลยก่อนเจ้าหนี้อื่นในคดีนี้ ผู้ร้องแจ้งการโอนสิทธิเรียกร้องดังกล่าวให้จำเลยทราบแล้ว ขอให้ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องสวมสิทธิเข้าเป็นคู่ความแทนบริษัทเงินทุนนิธิภัทร จำกัด (มหาชน)

จำเลยยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า จำเลยถูกศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2548 ขอให้ศาลชั้นต้นเรียกเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เข้ามาดำเนินคดีแทนจำเลย เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ขอเข้าดำเนินคดีแทนจำเลยและไม่ติดใจคัดค้านคำร้องขอเข้าสวมสิทธิของผู้ร้อง

ศาลชั้นต้นอนุญาตให้เจ้าพนักงานพิทักษ์เข้าดำเนินคดีแทนจำเลย และมีคำสั่งว่าเมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ผู้ร้องเข้าสวมสิทธิเป็นคู่ความแทนบริษัทเงินทุนนิธิภัทร จำกัด (มหาชน) ได้

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ในวันที่จำเลยยื่นอุทธรณ์ จำเลยถูกศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด จำเลยย่อมไม่มีอำนาจกระทำการใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินหรือฟ้องร้องหรือต่อสู้คดีใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินของจำเลย โดยอำนาจดังกล่าวตกแก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในทันทีที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ในคดีล้มละลาย ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 22 และมาตรา 24 จำเลยจึงไม่มีสิทธิยื่นอุทธรณ์ การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 รับอุทธรณ์ของจำเลยไว้วินิจฉัยเป็นการไม่ชอบ ทั้งจำเลยก็ไม่มีสิทธิยื่นฎีกาต่อมาด้วย"

พิพากษายกฎีกาจำเลย ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 และยกอุทธรณ์จำเลย คืนค่าธรรมเนียมศาลทั้งหมดในชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาแก่จำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลนอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000488.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2553