คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11723/2553 ฉบับเต็ม

#508316
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11723/2553 ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) โจทก์ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 271 การคิดคำนวณยอดหนี้ตามคำพิพากษาตามที่โจทก์แถลงขอออกคำบังคับและตามที่ศาลชั้นต้นให้เจ้าหน้าที่การเงินของศาลคำนวณแตกต่างกัน ซึ่งศาลชั้นต้นควรจะไต่สวนให้สิ้นกระแสความเสียก่อนว่า ยอดหนี้ตามคำพิพากษาศาลฎีกามีจำนวนเท่าใดแน่ ศาลฎีกาพิพากษาย้อนสำนวนให้ศาลชั้นต้นคำนวณยอดหนี้ใหม่ ___________________________ คดีสืบเนื่องจากศาลฎีกาพิพากษาให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินค่าทดแทน 51,198,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราสูงสุดของดอกเบี้ยเงินฝากประเภทประจำของธนาคารออมสิน แต่ไม่เกินอัตราร้อยละ 10.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 7 มีนาคม 2538 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 50,000 บาท วันที่ 30 พฤษภาคม 2545 จำเลยที่ 1 นำเงินจำนวน 73,786,347.20 บาท มาวางศาลเพื่อชำระหนี้แก่โจทก์ตามคำพิพากษา และโจทก์มาขอรับเงินดังกล่าวไปจากศาลแล้ว ต่อมาโจทก์ยื่นคำแถลงขอให้ศาลชั้นต้นออกคำบังคับให้จำเลยทั้งสองชำระหนี้ตามคำพิพากษาที่ยังขาดอยู่เป็นเงิน 2,083,334.26 บาท เนื่องจากจำเลยทั้งสองคิดดอกเบี้ยไม่ถูกต้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ออกคำบังคับตามขอ จำเลยทั้งสองยื่นคำร้อง ขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนคำบังคับ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งยกคำร้อง จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาคณะคดีปกครองวินิจฉัยว่า การคิดคำนวณยอดหนี้ตามคำพิพากษาตามที่โจทก์แถลงขอออกคำบังคับและตามที่ศาลชั้นต้นให้เจ้าหน้าที่การเงินของศาลคำนวณจึงแตกต่างกัน ซึ่งศาลชั้นต้นควรจะไต่สวนให้สิ้นกระแสความเสียก่อนว่า ยอดหนี้ตามคำพิพากษาศาลฎีกามีจำนวนเท่าใดแน่ และเมื่อหักจากเงินที่จำเลยทั้งสองวางต่อศาลจำนวน 74,037,897.20 บาทแล้ว คงเหลือเงินที่ต้องชำระหนี้ตามคำพิพากษาอีกเท่าใด จึงเห็นสมควรให้ศาลชั้นต้นคิดคำนวณยอดหนี้ตามคำพิพากษาศาลฎีกาใหม่แล้วบังคับคดีต่อไป ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาคณะคดีปกครองไม่เห็นพ้องด้วย เมื่อศาลชั้นต้นยังต้องคิดคำนวณยอดหนี้ตามคำพิพากษาศาลฎีกาใหม่แล้ว จึงไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาอื่นของจำเลยทั้งสองอีกต่อไป พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ศาลชั้นต้นคำนวณยอดหนี้ตามคำพิพากษาศาลฎีกาใหม่โดยในการคำนวณดอกเบี้ยให้ใช้ดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดของดอกเบี้ยเงินฝากประเภทฝากประจำ (ซึ่งไม่ใช่อัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำรายเดือนยกเว้นภาษี) ของธนาคารออมสินที่มีผลใช้บังคับในแต่ละช่วงเวลาซึ่งเปลี่ยนแปลงไปตามประกาศของธนาคารออมสินแต่ต้องไม่เกินร้อยละ 10.5 ต่อปี แล้วดำเนินการบังคับตามคำพิพากษาศาลฎีกาต่อไป ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (วิเชียร มงคล-นพวรรณ อินทรัมพรรย์-รัตน กองแก้ว) ศาลแพ่ง - นายวรนันท์ ประถมปัทมะ ศาลอุทธรณ์ - นายเอกชัย เหลี่ยมไพศาล แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ปค.35/2552 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น ปค411/2538 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น ปค32/2542 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
508316
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นายวรนันท์ ประถมปัทมะ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายเอกชัย เหลี่ยมไพศาล"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081993140"
    }
}
date
2553
deka_no
11723/2553
deka_running_no
11723
deka_year
2553
department
แผนก
judges
[
    "วิเชียร มงคล",
    "นพวรรณ อินทรัมพรรย์",
    "รัตน กองแก้ว"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 271"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "การทางพิเศษแห่งประเทศไทย กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องจากศาลฎีกาพิพากษาให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินค่าทดแทน 51,198,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราสูงสุดของดอกเบี้ยเงินฝากประเภทประจำของธนาคารออมสิน แต่ไม่เกินอัตราร้อยละ 10.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 7 มีนาคม 2538 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 50,000 บาท วันที่ 30 พฤษภาคม 2545 จำเลยที่ 1 นำเงินจำนวน 73,786,347.20 บาท มาวางศาลเพื่อชำระหนี้แก่โจทก์ตามคำพิพากษา และโจทก์มาขอรับเงินดังกล่าวไปจากศาลแล้ว ต่อมาโจทก์ยื่นคำแถลงขอให้ศาลชั้นต้นออกคำบังคับให้จำเลยทั้งสองชำระหนี้ตามคำพิพากษาที่ยังขาดอยู่เป็นเงิน 2,083,334.26 บาท เนื่องจากจำเลยทั้งสองคิดดอกเบี้ยไม่ถูกต้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ออกคำบังคับตามขอ

จำเลยทั้งสองยื่นคำร้อง ขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนคำบังคับ

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งยกคำร้อง

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาคณะคดีปกครองวินิจฉัยว่า การคิดคำนวณยอดหนี้ตามคำพิพากษาตามที่โจทก์แถลงขอออกคำบังคับและตามที่ศาลชั้นต้นให้เจ้าหน้าที่การเงินของศาลคำนวณจึงแตกต่างกัน ซึ่งศาลชั้นต้นควรจะไต่สวนให้สิ้นกระแสความเสียก่อนว่า ยอดหนี้ตามคำพิพากษาศาลฎีกามีจำนวนเท่าใดแน่ และเมื่อหักจากเงินที่จำเลยทั้งสองวางต่อศาลจำนวน 74,037,897.20 บาทแล้ว คงเหลือเงินที่ต้องชำระหนี้ตามคำพิพากษาอีกเท่าใด จึงเห็นสมควรให้ศาลชั้นต้นคิดคำนวณยอดหนี้ตามคำพิพากษาศาลฎีกาใหม่แล้วบังคับคดีต่อไป ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาคณะคดีปกครองไม่เห็นพ้องด้วย เมื่อศาลชั้นต้นยังต้องคิดคำนวณยอดหนี้ตามคำพิพากษาศาลฎีกาใหม่แล้ว จึงไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาอื่นของจำเลยทั้งสองอีกต่อไป

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ศาลชั้นต้นคำนวณยอดหนี้ตามคำพิพากษาศาลฎีกาใหม่โดยในการคำนวณดอกเบี้ยให้ใช้ดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดของดอกเบี้ยเงินฝากประเภทฝากประจำ (ซึ่งไม่ใช่อัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำรายเดือนยกเว้นภาษี) ของธนาคารออมสินที่มีผลใช้บังคับในแต่ละช่วงเวลาซึ่งเปลี่ยนแปลงไปตามประกาศของธนาคารออมสินแต่ต้องไม่เกินร้อยละ 10.5 ต่อปี แล้วดำเนินการบังคับตามคำพิพากษาศาลฎีกาต่อไป ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
ปค411/2538
primary_red_case_no
ปค32/2542
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000474.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ปค.35/2552
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2553