คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11735/2553 ฉบับเต็ม

#508325
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11735/2553 บริษัทเค.เอส.พี. อินเตอร์เคม จำกัด โจทก์ กรมอาชีวศึกษา จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 193/12, มาตรา 193/34 ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง สัญญาซื้อขายระหว่างโจทก์กับจำเลยระบุว่า เงินค่าซื้อขายส่วนที่เหลือจะจ่ายให้เมื่อจำเลยได้รับมอบสิ่งของที่สั่งซื้อไว้ครบถ้วนแล้ว แสดงว่ามูลหนี้ตามสัญญาซื้อขายนี้ถึงกำหนดชำระต่อเมื่อโจทก์ได้ส่งมอบสิ่งของที่สั่งซื้อให้แก่จำเลยครบถ้วนแล้ว เมื่อโจทก์ส่งมอบสิ่งของที่สั่งซื้อให้จำเลย 2 ครั้ง อายุความจึงเริ่มนับตั้งแต่วันที่จำเลยได้รับมอบสิ่งของที่สั่งซื้อครบถ้วนในครั้งที่ 2 จะนับอายุความแยกเป็นแต่ละครั้งที่มีการส่งมอบสิ่งของที่สั่งซื้อไม่ได้ จำเลยได้รับมอบสิ่งของที่สั่งซื้อครบถ้วนในครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2541 นับถึงวันฟ้องวันที่ 1 ธันวาคม 2542 ยังไม่เกิน 2 ปี สิทธิเรียกร้องของโจทก์ในมูลหนี้ค่าสินค้าที่โจทก์ส่งมอบให้จำเลยในครั้งแรกจึงไม่ขาดอายุความ ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 281,328.12 บาท แก่โจทก์ จำเลยให้การและแก้ไขคำให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 265,568.64 บาทให้แก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 9,000 บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้จำเลยใช้แทนเท่าทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี คำขออื่น นอกจากนี้ให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความในชั้นอุทธรณ์ 6,000 บาท แทนโจทก์ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าคดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยประการแรกว่า สิทธิเรียกร้องของโจทก์ในมูลหนี้ค่าสินค้าจำนวน 11 รายการ ที่โจทก์ส่งมอบให้จำเลยครั้งแรกในวันที่ 24 ตุลาคม 2540 ขาดอายุความหรือไม่ เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/12 อายุความให้เริ่มนับแต่ขณะที่อาจบังคับสิทธิเรียกร้องได้ เป็นต้นไป ซึ่งก็คือเวลาที่หนี้ถึงกำหนดชำระ เมื่อพิจารณาแบบสัญญาซื้อขายซึ่งระบุรายละเอียดการตรวจรับสิ่งของที่สั่งซื้อ และข้อ 6.2 ระบุว่า "เงินที่เหลือจำนวน 1,385,000 บาท จะจ่ายให้เมื่อผู้ซื้อได้รับมอบสิ่งของตามข้อ 5 ไว้โดยครบถ้วนแล้ว" แสดงว่ามูลหนี้ตามสัญญาซื้อขายนี้ถึงกำหนดชำระต่อเมื่อโจทก์ได้ส่งมอบสิ่งของที่สั่งซื้อให้แก่จำเลยครบถ้วนแล้ว เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า โจทก์ส่งมอบสิ่งของที่สั่งซื้อให้จำเลย 2 ครั้ง อายุความจึงเริ่มนับตั้งแต่วันที่จำเลยได้รับมอบสิ่งของที่สั่งซื้อครบถ้วนในครั้งที่ 2 จะนับอายุความแยกเป็นแต่ละครั้งที่มีการส่งมอบสิ่งของที่สั่งซื้อไม่ได้ ดังนั้น เมื่อโจทก์ส่งมอบสินค้าที่สั่งซื้อให้จำเลยครั้งแรกในวันที่ 24 ตุลาคม 2540 ซึ่งยังไม่ครบจำนวน จึงไม่อาจเริ่มนับอายุความได้ ต้องเริ่มนับตั้งแต่วันที่จำเลยได้รับมอบสิ่งของที่สั่งซื้อครบถ้วนในครั้งที่ 2 คือวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2541 เมื่อนับถึงวันฟ้องวันที่ 1 ธันวาคม 2542 ยังไม่เกิน 2 ปี สิทธิเรียกร้องของโจทก์ในมูลหนี้ค่าสินค้าที่โจทก์ส่งมอบให้จำเลยในครั้งแรกจึงไม่ขาดอายุความ ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น... พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความในชั้นฎีกา 5,000 บาท แทนโจทก์ (ณรงค์ ธนะปกรณ์-พันวะสา บัวทอง-พิศล พิรุณ) ศาลแพ่ง - นางสาวปาริชาติ พันธุ์พานิช ศาลอุทธรณ์ - นายสมภพพิสิษฐ สุขพิสิฐ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.1759/2549 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ18475/2542 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ3442/2545 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
508325
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นางสาวปาริชาติ พันธุ์พานิช"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายสมภพพิสิษฐ สุขพิสิฐ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081993137"
    }
}
date
2553
deka_no
11735/2553
deka_running_no
11735
deka_year
2553
department
แผนก
judges
[
    "ณรงค์ ธนะปกรณ์",
    "พันวะสา บัวทอง",
    "พิศล พิรุณ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 193/12",
            "ม. 193/34"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 249 วรรคหนึ่ง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทเค.เอส.พี. อินเตอร์เคม จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "กรมอาชีวศึกษา"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 281,328.12 บาท แก่โจทก์

จำเลยให้การและแก้ไขคำให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 265,568.64 บาทให้แก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 9,000 บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้จำเลยใช้แทนเท่าทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี คำขออื่น นอกจากนี้ให้ยก

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความในชั้นอุทธรณ์ 6,000 บาท แทนโจทก์

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าคดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยประการแรกว่า สิทธิเรียกร้องของโจทก์ในมูลหนี้ค่าสินค้าจำนวน 11 รายการ ที่โจทก์ส่งมอบให้จำเลยครั้งแรกในวันที่ 24 ตุลาคม 2540 ขาดอายุความหรือไม่ เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/12 อายุความให้เริ่มนับแต่ขณะที่อาจบังคับสิทธิเรียกร้องได้ เป็นต้นไป ซึ่งก็คือเวลาที่หนี้ถึงกำหนดชำระ เมื่อพิจารณาแบบสัญญาซื้อขายซึ่งระบุรายละเอียดการตรวจรับสิ่งของที่สั่งซื้อ และข้อ 6.2 ระบุว่า "เงินที่เหลือจำนวน 1,385,000 บาท จะจ่ายให้เมื่อผู้ซื้อได้รับมอบสิ่งของตามข้อ 5 ไว้โดยครบถ้วนแล้ว" แสดงว่ามูลหนี้ตามสัญญาซื้อขายนี้ถึงกำหนดชำระต่อเมื่อโจทก์ได้ส่งมอบสิ่งของที่สั่งซื้อให้แก่จำเลยครบถ้วนแล้ว เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า โจทก์ส่งมอบสิ่งของที่สั่งซื้อให้จำเลย 2 ครั้ง อายุความจึงเริ่มนับตั้งแต่วันที่จำเลยได้รับมอบสิ่งของที่สั่งซื้อครบถ้วนในครั้งที่ 2 จะนับอายุความแยกเป็นแต่ละครั้งที่มีการส่งมอบสิ่งของที่สั่งซื้อไม่ได้ ดังนั้น เมื่อโจทก์ส่งมอบสินค้าที่สั่งซื้อให้จำเลยครั้งแรกในวันที่ 24 ตุลาคม 2540 ซึ่งยังไม่ครบจำนวน จึงไม่อาจเริ่มนับอายุความได้ ต้องเริ่มนับตั้งแต่วันที่จำเลยได้รับมอบสิ่งของที่สั่งซื้อครบถ้วนในครั้งที่ 2 คือวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2541 เมื่อนับถึงวันฟ้องวันที่ 1 ธันวาคม 2542 ยังไม่เกิน 2 ปี สิทธิเรียกร้องของโจทก์ในมูลหนี้ค่าสินค้าที่โจทก์ส่งมอบให้จำเลยในครั้งแรกจึงไม่ขาดอายุความ ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น...

พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความในชั้นฎีกา 5,000 บาท แทนโจทก์
opensearch_id
primary_black_case_no
พ18475/2542
primary_red_case_no
พ3442/2545
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000474.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.1759/2549
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2553