คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4549/2554 ฉบับเต็ม

#508337
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4549/2554 นายพงศ์พันธุ์ มณีประพันธ์ โจทก์ บริษัทสยามซินเท็ค คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) จำเลย หรือบริษัทซินเท็ค คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/12 (4), มาตรา 90/12 (5), มาตรา 90/13, มาตรา 90/70, มาตรา 90/75 คดีนี้ ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของจำเลยและตั้งผู้ทำแผน เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2543 ต่อมาเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2544 ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนฟื้นฟูกิจการของจำเลย ส่วนโจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2543 เรียกค่าจ้างที่ค้าง สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าชดเชย และค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมจากจำเลยสืบเนื่องมาจากจำเลยเลิกจ้างโจทก์เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2543 หนี้ตามคำฟ้องของโจทก์อันเกิดจากการถูกจำเลยเลิกจ้างดังกล่าว จึงเกิดขึ้นในวันดังกล่าวหลังจากวันที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งตั้งผู้ทำแผน แต่ก่อนที่ศาลล้มละลายกลางเห็นชอบด้วยแผน เมื่อข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่าหนี้ส่วนนี้ได้กำหนดไว้ในแผนเป็นอย่างอื่น โจทก์ย่อมสามารถฟ้องร้องเป็นคดีแพ่งได้โดยอยู่ภายใต้ข้อบังคับของ พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/12 (4) (5) และมาตรา 90/13 และแม้ศาลล้มละลายกลางจะมีคำสั่งยกเลิกการฟื้นฟูกิจการ แต่มูลหนี้คดีนี้มิได้เกิดขึ้นก่อนวันที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ จึงมิใช่หนี้ซึ่งอาจขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการได้ จำเลยจึงไม่หลุดพ้นจากหนี้ดังกล่าว ตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/75 1/1 ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลย ต่อมาจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ไม่มีความผิดและมิได้บอกกล่าวล่วงหน้า ขอให้บังคับจำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 51,868 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าชำระเสร็จ ค่าจ้างที่ค้างจ่าย 51,868 บาท ค่าชดเชย 414,944 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันเลิกจ้างจนกว่าชำระเสร็จ และค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม 363,076 บาท แก่โจทก์ จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณาศาลแรงงานกลางเห็นว่า ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งฟื้นฟูกิจการของจำเลยและตั้งผู้ทำแผน มูลคดีนี้เกิดขึ้นก่อนศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผน ซึ่งโจทก์จะต้องไปยื่นคำร้องขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ จึงให้จำหน่ายคดี โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ยกคดีขึ้นพิจารณาต่อไป จำเลยยื่นคำคัดค้าน ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้ยกคำร้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า มูลคดีนี้เกิดขึ้นก่อนศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผน ซึ่งโจทก์จะต้องไปยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ จึงให้จำหน่ายคดี แต่โจทก์มิได้ไปยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ต่อมาศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกเลิกการฟื้นฟูกิจการ โดยฟังข้อเท็จจริงว่าภายหลังจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ผู้ร้อง ผู้บริหารแผนได้ดำเนินการเป็นผลสำเร็จตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/70 จึงเป็นผลให้ลูกหนี้หลุดพ้นจากหนี้ทั้งปวง ซึ่งอาจขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการได้ เว้นแต่หนี้ซึ่งเจ้าหนี้ที่อาจขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการจะได้ขอรับชำระหนี้ไว้แล้ว เมื่อโจทก์ไม่ขอรับชำระหนี้ จึงเป็นผลให้จำเลยหลุดพ้นตามฟ้อง กรณีจึงไม่มีเหตุให้ต้องยกคดีขึ้นพิจารณาต่อไป ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/75 คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า มีเหตุสมควรยกคดีโจทก์ขึ้นพิจารณาใหม่หรือไม่ เห็นว่า ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของจำเลยและตั้งผู้ทำแผน เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2543 ต่อมาเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2544 ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนฟื้นฟูกิจการของจำเลย ส่วนโจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2543 เรียกค่าจ้างที่ค้าง สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าชดเชย และค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมจากจำเลยสืบเนื่องมาจากจำเลยเลิกจ้างโจทก์เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2543 หนี้ตามคำฟ้องของโจทก์อันเกิดจากการถูกจำเลยเลิกจ้างดังกล่าว จึงเกิดขึ้นในวันดังกล่าวหลังจากวันที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งตั้งผู้ทำแผน แต่ก่อนที่ศาลล้มละลายกลางเห็นชอบด้วยแผน เมื่อข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่าหนี้ส่วนนี้ได้กำหนดไว้ในแผนเป็นอย่างอื่น โจทก์ย่อมสามารถฟ้องร้องเป็นคดีแพ่งได้โดยอยู่ภายใต้ข้อบังคับของพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 90/12 (4) (5) และมาตรา 90/13 และแม้ศาลล้มละลายกลางจะมีคำสั่งยกเลิกการฟื้นฟูกิจการ แต่มูลหนี้คดีนี้มิได้เกิดขึ้นก่อนวันที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ จึงมิใช่หนี้ซึ่งอาจขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการได้ จำเลยจึงไม่หลุดพ้นจากหนี้ดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 90/75 กรณีจึงมีเหตุสมควรที่จะยกคดีโจทก์ขึ้นพิจารณาใหม่อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษากลับให้ยกคดีโจทก์ขึ้นพิจารณาต่อไป 2/2 (ปัญญา สุทธิบดี-ดิเรก อิงคนินันท์-พิทยา บุญชู) ศาลแรงงานกลาง - นายสุรชัย ลีลาศรีสง่า แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก แรงงาน หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ร.156/2549 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ6509/2543 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ9286/2543 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
508337
courts
[
    {
        "court": "ศาลแรงงานกลาง",
        "judge": "นายสุรชัย ลีลาศรีสง่า"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081990343"
    }
}
date
2554
deka_no
4549/2554
deka_running_no
4549
deka_year
2554
department
แรงงาน
judges
[
    "ปัญญา สุทธิบดี",
    "ดิเรก อิงคนินันท์",
    "พิทยา บุญชู"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483",
        "sections": [
            "ม. 90/12 (4)",
            "ม. 90/12 (5)",
            "ม. 90/13",
            "ม. 90/70",
            "ม. 90/75"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายพงศ์พันธุ์ มณีประพันธ์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทสยามซินเท็ค คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "",
        "name": "หรือบริษัทซินเท็ค คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน)"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลย ต่อมาจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ไม่มีความผิดและมิได้บอกกล่าวล่วงหน้า ขอให้บังคับจำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 51,868 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าชำระเสร็จ ค่าจ้างที่ค้างจ่าย 51,868 บาท ค่าชดเชย 414,944 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันเลิกจ้างจนกว่าชำระเสร็จ และค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม 363,076 บาท แก่โจทก์

จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง

ระหว่างพิจารณาศาลแรงงานกลางเห็นว่า ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งฟื้นฟูกิจการของจำเลยและตั้งผู้ทำแผน มูลคดีนี้เกิดขึ้นก่อนศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผน ซึ่งโจทก์จะต้องไปยื่นคำร้องขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ จึงให้จำหน่ายคดี

โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ยกคดีขึ้นพิจารณาต่อไป

จำเลยยื่นคำคัดค้าน

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้ยกคำร้อง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า มูลคดีนี้เกิดขึ้นก่อนศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผน ซึ่งโจทก์จะต้องไปยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ จึงให้จำหน่ายคดี แต่โจทก์มิได้ไปยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ต่อมาศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกเลิกการฟื้นฟูกิจการ โดยฟังข้อเท็จจริงว่าภายหลังจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ผู้ร้อง ผู้บริหารแผนได้ดำเนินการเป็นผลสำเร็จตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/70 จึงเป็นผลให้ลูกหนี้หลุดพ้นจากหนี้ทั้งปวง ซึ่งอาจขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการได้ เว้นแต่หนี้ซึ่งเจ้าหนี้ที่อาจขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการจะได้ขอรับชำระหนี้ไว้แล้ว เมื่อโจทก์ไม่ขอรับชำระหนี้ จึงเป็นผลให้จำเลยหลุดพ้นตามฟ้อง กรณีจึงไม่มีเหตุให้ต้องยกคดีขึ้นพิจารณาต่อไป ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/75 คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า มีเหตุสมควรยกคดีโจทก์ขึ้นพิจารณาใหม่หรือไม่ เห็นว่า ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของจำเลยและตั้งผู้ทำแผน เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2543 ต่อมาเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2544 ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนฟื้นฟูกิจการของจำเลย ส่วนโจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2543 เรียกค่าจ้างที่ค้าง สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าชดเชย และค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมจากจำเลยสืบเนื่องมาจากจำเลยเลิกจ้างโจทก์เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2543 หนี้ตามคำฟ้องของโจทก์อันเกิดจากการถูกจำเลยเลิกจ้างดังกล่าว จึงเกิดขึ้นในวันดังกล่าวหลังจากวันที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งตั้งผู้ทำแผน แต่ก่อนที่ศาลล้มละลายกลางเห็นชอบด้วยแผน เมื่อข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่าหนี้ส่วนนี้ได้กำหนดไว้ในแผนเป็นอย่างอื่น โจทก์ย่อมสามารถฟ้องร้องเป็นคดีแพ่งได้โดยอยู่ภายใต้ข้อบังคับของพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 90/12 (4) (5) และมาตรา 90/13 และแม้ศาลล้มละลายกลางจะมีคำสั่งยกเลิกการฟื้นฟูกิจการ แต่มูลหนี้คดีนี้มิได้เกิดขึ้นก่อนวันที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ จึงมิใช่หนี้ซึ่งอาจขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการได้ จำเลยจึงไม่หลุดพ้นจากหนี้ดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 90/75 กรณีจึงมีเหตุสมควรที่จะยกคดีโจทก์ขึ้นพิจารณาใหม่อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น

พิพากษากลับให้ยกคดีโจทก์ขึ้นพิจารณาต่อไป

2/2
opensearch_id
primary_black_case_no
พ6509/2543
primary_red_case_no
พ9286/2543
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000449.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ร.156/2549
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2554