คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10907/2553 ฉบับเต็ม

#508338
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10907/2553 นางสาวสุธิลา ลืนคำ โจทก์ บริษัทเอ็มเอ็มไอ พรีซิชั่น (ไทยแลนด์) จำกัด จำเลย พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 52 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 49 พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 52 เป็นบทบัญญัติคุ้มครองสิทธิ์ของกรรมการลูกจ้าง เพื่อมิให้นายจ้างกระทำการใดๆ ที่บัญญัติไว้เป็นผลเสียหายแก่กรรมการลูกจ้าง แต่หากนายจ้างเห็นว่ามีกรณีจำเป็นก็สามารถยื่นคำร้องขอให้ศาลแรงงานอนุญาตให้นายจ้างเลิกจ้างกรรมการลูกจ้างได้ ซึ่งศาลแรงงานจะพิจารณาถึงเหตุผลความจำเป็นและความเหมาะสมเพียงพอที่จะอนุญาต เมื่อปรากฏว่าศาลแรงงานกลางมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยเลิกจ้างโจทก์ซึ่งเป็นกรรมการลูกจ้างจึงเป็นกรณีที่ศาลแรงงานกลางพิจารณาเหตุผลความจำเป็นของฝ่ายจำเลยซึ่งเป็นนายจ้างและความเหมาะสมเพียงพอสำหรับกรณีที่จำเลยขออนุญาตเลิกจ้างโจทก์แล้ว การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์ต่อมาจึงเป็นกรณีที่จำเลยดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายบัญญัติไว้ภายใต้ดุลยพินิจของศาลแรงงานกลางที่อนุญาต จึงมิใช่การเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 49 ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยนับแต่วันที่ 20 เมษายน 2547 เป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การและแก้ไขคำให้การ ขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณา จำเลยได้ชำระค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีและสิทธิประโยชน์อื่นให้แก่โจทก์แล้วรวมเป็นเงิน 98,216.50 บาท ศาลแรงงานกลาง พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า แม้ศาลฎีกาเห็นว่าคำร้องขออนุญาตเลิกจ้างโจทก์มีเหตุผลอนุญาตให้เลิกจ้างโจทก์ได้ แต่โจทก์ก็ยังมีสิทธิฟ้องว่าการที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม เพราะจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ไม่ได้กระทำความผิด จำเลยยุบแผนกที่โจทก์ทำงานอยู่แล้วกลับรับพนักงานของบริษัทผู้รับเหมาช่วงที่มีประสบการณ์น้อยกว่าโจทก์เข้าทำงาน จึงเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมนั้น เห็นว่า พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 52 เป็นบทบัญญัติคุ้มครองสิทธิของกรรมการลูกจ้าง เพื่อมิให้นายจ้างกระทำการใดๆ ที่บัญญัติไว้เป็นผลเสียหายแก่กรรมการลูกจ้าง แต่หากนายจ้างเห็นว่ามีกรณีจำเป็นก็สามารถยื่นคำร้องขอให้ศาลแรงงานอนุญาตให้นายจ้างเลิกจ้างกรรมการลูกจ้างได้ ซึ่งศาลแรงงานจะพิจารณาถึงเหตุผลความจำเป็นและความเหมาะสมเพียงพอที่จะอนุญาต เมื่อศาลแรงงานอนุญาตแล้วนายจ้างสามารถเลิกจ้างกรรมการลูกจ้างดังกล่าว ดังนั้น เมื่อปรากฏว่าศาลแรงงานกลางมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยเลิกจ้างโจทก์ซึ่งเป็นกรรมการลูกจ้าง จึงเป็นกรณีที่ศาลแรงงานกลางพิจารณาเหตุผลความจำเป็นของฝ่ายจำเลยซึ่งเป็นนายจ้างและความเหมาะสมเพียงพอสำหรับกรณีที่จำเลยขออนุญาตเลิกจ้างโจทก์แล้ว การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์ต่อมาจึงเป็นกรณีที่จำเลยดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายบัญญัติไว้ภายใต้ดุลพินิจของศาลแรงงานกลางที่อนุญาต จึงมิใช่การเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 49 ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้องจึงชอบแล้ว อุทธรณ์โจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (อนันต์ ชุมวิสูตร-ดิเรก อิงคนินันท์-นิพนธ์ ใจสำราญ) ศาลแรงงานกลาง - นายอนันต์ โรจน์เนืองนิตย์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก แรงงาน หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ร.740/2549 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ8893/2548 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ1391/2549 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
508338
courts
[
    {
        "court": "ศาลแรงงานกลาง",
        "judge": "นายอนันต์ โรจน์เนืองนิตย์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081993477"
    }
}
date
2553
deka_no
10907/2553
deka_running_no
10907
deka_year
2553
department
แรงงาน
judges
[
    "อนันต์ ชุมวิสูตร",
    "ดิเรก อิงคนินันท์",
    "นิพนธ์ ใจสำราญ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518",
        "sections": [
            "ม. 52"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522",
        "sections": [
            "ม. 49"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางสาวสุธิลา ลืนคำ"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทเอ็มเอ็มไอ พรีซิชั่น (ไทยแลนด์) จำกัด"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยนับแต่วันที่ 20 เมษายน 2547 เป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การและแก้ไขคำให้การ ขอให้ยกฟ้อง

ระหว่างพิจารณา จำเลยได้ชำระค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีและสิทธิประโยชน์อื่นให้แก่โจทก์แล้วรวมเป็นเงิน 98,216.50 บาท

ศาลแรงงานกลาง พิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า แม้ศาลฎีกาเห็นว่าคำร้องขออนุญาตเลิกจ้างโจทก์มีเหตุผลอนุญาตให้เลิกจ้างโจทก์ได้ แต่โจทก์ก็ยังมีสิทธิฟ้องว่าการที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม เพราะจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ไม่ได้กระทำความผิด จำเลยยุบแผนกที่โจทก์ทำงานอยู่แล้วกลับรับพนักงานของบริษัทผู้รับเหมาช่วงที่มีประสบการณ์น้อยกว่าโจทก์เข้าทำงาน จึงเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมนั้น เห็นว่า พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 52 เป็นบทบัญญัติคุ้มครองสิทธิของกรรมการลูกจ้าง เพื่อมิให้นายจ้างกระทำการใดๆ ที่บัญญัติไว้เป็นผลเสียหายแก่กรรมการลูกจ้าง แต่หากนายจ้างเห็นว่ามีกรณีจำเป็นก็สามารถยื่นคำร้องขอให้ศาลแรงงานอนุญาตให้นายจ้างเลิกจ้างกรรมการลูกจ้างได้ ซึ่งศาลแรงงานจะพิจารณาถึงเหตุผลความจำเป็นและความเหมาะสมเพียงพอที่จะอนุญาต เมื่อศาลแรงงานอนุญาตแล้วนายจ้างสามารถเลิกจ้างกรรมการลูกจ้างดังกล่าว ดังนั้น เมื่อปรากฏว่าศาลแรงงานกลางมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยเลิกจ้างโจทก์ซึ่งเป็นกรรมการลูกจ้าง จึงเป็นกรณีที่ศาลแรงงานกลางพิจารณาเหตุผลความจำเป็นของฝ่ายจำเลยซึ่งเป็นนายจ้างและความเหมาะสมเพียงพอสำหรับกรณีที่จำเลยขออนุญาตเลิกจ้างโจทก์แล้ว การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์ต่อมาจึงเป็นกรณีที่จำเลยดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายบัญญัติไว้ภายใต้ดุลพินิจของศาลแรงงานกลางที่อนุญาต จึงมิใช่การเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 49 ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้องจึงชอบแล้ว อุทธรณ์โจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
พ8893/2548
primary_red_case_no
พ1391/2549
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000477.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ร.740/2549
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2553