คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14919 -ที่ 14978/2553 ฉบับเต็ม

#508340
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14919 - 14978/2553 นายชัชพิมุข เปรมบุญ กับพวก โจทก์ บริษัท โตโยต้า ทรานสปอร์ต(ประเทศไทย) จำกัด จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 173 วรรคสอง (1) พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 103 (2) โจทก์ทั้งหกสิบเป็นสมาชิกสหภาพแรงงานขนส่งโตโยต้าประเทศไทย สมาชิกมีมติเอกฉันท์ให้สหภาพแรงงานขนส่งโตโยต้าประเทศไทยฟ้องจำเลยคดีนี้ให้ปฏิบัติตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างและเรียกค่าเสียหายแทนสมาชิกสหภาพแรงงานด้วย จึงเป็นการดำเนินการโดยถูกต้องตาม พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 103 (2) และมีอำนาจฟ้องคดีแทนโจทก์ทั้งหกสิบรวมทั้งลูกจ้างอื่นที่เป็นสมาชิกสหภาพแรงงานขนส่งโตโยต้าประเทศไทยซึ่งผลของคำพิพากษาในคดีดังกล่าวย่อมผูกพันโจทก์ทั้งหกสิบในคดีนี้ด้วย ดังนั้นสหภาพแรงงานขนส่งโตโยต้าประเทศไทยจึงเป็นผู้อยู่ในฐานะเดียวกับโจทก์ทั้งหกสิบและเป็นผู้ใช้สิทธิแทนโจทก์ทั้งหกสิบฟ้องคดี เมื่อโจทก์ทั้งหกสิบมาฟ้องคดีนี้โดยอ้างว่าจำเลยไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง ทำให้โจทก์ทั้งหกสิบเสียหาย ขอเรียกค่าเสียหายนับแต่ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างดังกล่าวมีผลบังคับจนถึงวันฟ้อง อันเป็นการฟ้องในเรื่องเดียวกันกับที่สหภาพแรงงานขนส่งโตโยต้าประเทศไทยเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยต่อศาลแรงงานกลางและคดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของศาลฎีกา คำฟ้องคดีนี้จึงเป็นฟ้องซ้อน ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 173 วรรคสอง (1) ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน มาตรา 31 ___________________________ คดีทั้งหกสิบสำนวนนี้ศาลแรงงานกลางสั่งให้รวมพิจารณาเป็นคดีเดียวกันโดยให้เรียกโจทก์เรียงตามลำดับสำนวนว่าโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 60 และเรียกจำเลยทั้งหกสิบสำนวนว่า จำเลย โจทก์ทั้งหกสิบฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยตามฟ้องแก่โจทก์ทั้งหกสิบ และจ่ายงานให้โจทก์ทั้งหกสิบตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามขอให้จำเลยจ่ายค่าเสียหายรายเดือนพร้อมดอกเบี้ยตามฟ้องแก่โจทก์ทั้งหกสิบไปจนกว่าจำเลยจะปฏิบัติตาม จำเลยทุกสำนวนให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง โจทก์ทั้งหกสิบอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ทั้งหกสิบอุทธรณ์ว่า สหภาพแรงงานขนส่งโตโยต้าประเทศไทยมีสิทธิฟ้องเพื่อให้จำเลยปฏิบัติตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างฉบับลงวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2551 เท่านั้น แต่ไม่มีสิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหายจากการผิดข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างแทนโจทก์ทั้งหกสิบ การที่สหภาพแรงงานขนส่งโตโยต้าประเทศไทยฟ้องเรียกค่าเสียหายจากการผิดข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างให้สมาชิกที่เป็นลูกจ้างจำเลยเป็นคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ สป.798/2552 ของ ศาลแรงงานกลาง จึงเป็นการฟ้องโดยไม่มีอำนาจและไม่ถือเป็นคู่ความรายเดียวกันกับโจทก์ทั้งหกสิบในคดีนี้ โจทก์ทั้งหกสิบฟ้องคดีนี้จึงไม่เป็นฟ้องซ้อนกับคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ สป.798/2552 ของศาลแรงงานกลางนั้น ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 36 บัญญัติให้นายจ้างหรือลูกจ้างจะมอบอำนาจให้สมาคมนายจ้างหรือสหภาพแรงงานซึ่งตนเป็นสมาชิกหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจดำเนินคดีตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานหรือกฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์ดำเนินคดีแทนก็ได้ ตามบทบัญญัติดังกล่าวจึงให้สิทธิแก่ลูกจ้างที่จะมอบอำนาจให้สหภาพแรงงานซึ่งตนเป็นสมาชิกดำเนินคดีเกี่ยวด้วยกฎหมายแรงงานแทนลูกจ้างดังกล่าวได้ หาได้หมายถึงการฟ้องร้องคดีในส่วนที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของสหภาพแรงงานโดยเฉพาะไม่ สหภาพแรงงานต้องมีวัตถุประสงค์เพื่อการแสวงหาและคุ้มครองผลประโยชน์เกี่ยวกับสภาพการจ้าง ตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 86 วรรคสอง และตามมาตรา 98 (2) บัญญัติให้สหภาพแรงงานมีอำนาจหน้าที่จัดการและดำเนินการเพื่อให้สมาชิกได้รับประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ของสหภาพแรงงาน ดังนั้น เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงที่ยุติในชั้นพิจารณาของศาลแรงงานกลางว่า โจทก์ทั้งหกสิบเป็นสมาชิกสหภาพแรงงานขนส่งโตโยต้าประเทศไทย สมาชิกมีมติเป็นเอกฉันท์ให้สหภาพแรงงานขนส่งโตโยต้าประเทศไทย ฟ้องจำเลยคดีนี้ให้ปฏิบัติตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างและเรียกค่าเสียหายแทนสมาชิกสหภาพแรงงานดังกล่าวด้วย จึงเป็นการดำเนินการโดยถูกต้องตามมาตรา 103 (2) และมีอำนาจฟ้องคดีแทนโจทก์ทั้งหกสิบรวมทั้งลูกจ้างอื่นที่เป็นสมาชิกสหภาพแรงงานขนส่งโตโยต้าประเทศไทย ซึ่งผลของคำพิพากษาในคดีดังกล่าวย่อมผูกพันโจทก์ทั้งหกสิบในคดีนี้ด้วย ดังนั้น สหภาพแรงงานขนส่งโตโยต้าประเทศไทยจึงเป็นผู้อยู่ในฐานะเดียวกับโจทก์ทั้งหกสิบที่และเป็นผู้ใช้สิทธิแทนโจทก์ทั้งหกสิบฟ้องคดี เมื่อโจทก์ทั้งหกสิบมาฟ้องคดีนี้อีกโดยอ้างว่าจำเลยไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง ฉบับลงวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2551 ทำให้โจทก์ทั้งหกสิบเสียหาย ขอเรียกค่าเสียหายนับแต่ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างดังกล่าวมีผลบังคับจนถึงวันฟ้อง อันเป็นการฟ้องในเรื่องเดียวกันกับที่สหภาพแรงงานขนส่งโตโยต้าประเทศไทยเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยต่อศาลแรงงานกลาง ซึ่งต่อมาศาลแรงงานกลางได้พิพากษายกฟ้อง เป็นคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ สป.798/2552 และคดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของศาลฎีกา คำฟ้องคดีนี้จึงเป็นฟ้องซ้อนกับคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ สป.798/2552 ของศาลแรงงานกลาง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 173 วรรคสอง (1) ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 ที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยมานั้น ชอบแล้ว อุทธรณ์โจทก์ทั้งหกสิบฟังไม่ขึ้น และเมื่อคำฟ้องคดีนี้เป็นฟ้องซ้อนต้องห้ามตามบทบัญญัติกฎหมายดังกล่าวแล้ว โจทก์ทั้งหกสิบย่อมไม่อาจเรียกร้องอันใดต่อจำเลยในคดนี้ได้อีก จึงไม่จำต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ประการอื่นของโจทก์ทั้งหกสิบอีกต่อไป พิพากษายืน (นิยุต สุภัทรพาหิรผล-ดิเรก อิงคนินันท์-ประเสริฐ โอนพรัตน์วิบูล) ศาลแรงงานกลาง - นายศุภกฤษฎิ์ สามิบัติ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ร762-820/2553 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น สป1583/2552 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น สป81/2553 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
508340
courts
[
    {
        "court": "ศาลแรงงานกลาง",
        "judge": "นายศุภกฤษฎิ์ สามิบัติ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081992367"
    }
}
date
2553
deka_no
14978/2553
deka_running_no
14978
deka_year
2553
department
แผนก
judges
[
    "นิยุต สุภัทรพาหิรผล",
    "ดิเรก อิงคนินันท์",
    "ประเสริฐ โอนพรัตน์วิบูล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 173 วรรคสอง (1)"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522",
        "sections": [
            "ม. 31"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518",
        "sections": [
            "ม. 103 (2)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายชัชพิมุข เปรมบุญ กับพวก"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัท โตโยต้า ทรานสปอร์ต(ประเทศไทย) จำกัด"
    }
]
long_text
คดีทั้งหกสิบสำนวนนี้ศาลแรงงานกลางสั่งให้รวมพิจารณาเป็นคดีเดียวกันโดยให้เรียกโจทก์เรียงตามลำดับสำนวนว่าโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 60 และเรียกจำเลยทั้งหกสิบสำนวนว่า จำเลย

โจทก์ทั้งหกสิบฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยตามฟ้องแก่โจทก์ทั้งหกสิบ และจ่ายงานให้โจทก์ทั้งหกสิบตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามขอให้จำเลยจ่ายค่าเสียหายรายเดือนพร้อมดอกเบี้ยตามฟ้องแก่โจทก์ทั้งหกสิบไปจนกว่าจำเลยจะปฏิบัติตาม

จำเลยทุกสำนวนให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง

โจทก์ทั้งหกสิบอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ทั้งหกสิบอุทธรณ์ว่า สหภาพแรงงานขนส่งโตโยต้าประเทศไทยมีสิทธิฟ้องเพื่อให้จำเลยปฏิบัติตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างฉบับลงวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2551 เท่านั้น แต่ไม่มีสิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหายจากการผิดข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างแทนโจทก์ทั้งหกสิบ การที่สหภาพแรงงานขนส่งโตโยต้าประเทศไทยฟ้องเรียกค่าเสียหายจากการผิดข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างให้สมาชิกที่เป็นลูกจ้างจำเลยเป็นคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ สป.798/2552 ของ ศาลแรงงานกลาง จึงเป็นการฟ้องโดยไม่มีอำนาจและไม่ถือเป็นคู่ความรายเดียวกันกับโจทก์ทั้งหกสิบในคดีนี้ โจทก์ทั้งหกสิบฟ้องคดีนี้จึงไม่เป็นฟ้องซ้อนกับคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ สป.798/2552 ของศาลแรงงานกลางนั้น ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 36 บัญญัติให้นายจ้างหรือลูกจ้างจะมอบอำนาจให้สมาคมนายจ้างหรือสหภาพแรงงานซึ่งตนเป็นสมาชิกหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจดำเนินคดีตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานหรือกฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์ดำเนินคดีแทนก็ได้ ตามบทบัญญัติดังกล่าวจึงให้สิทธิแก่ลูกจ้างที่จะมอบอำนาจให้สหภาพแรงงานซึ่งตนเป็นสมาชิกดำเนินคดีเกี่ยวด้วยกฎหมายแรงงานแทนลูกจ้างดังกล่าวได้ หาได้หมายถึงการฟ้องร้องคดีในส่วนที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของสหภาพแรงงานโดยเฉพาะไม่ สหภาพแรงงานต้องมีวัตถุประสงค์เพื่อการแสวงหาและคุ้มครองผลประโยชน์เกี่ยวกับสภาพการจ้าง ตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 86 วรรคสอง และตามมาตรา 98 (2) บัญญัติให้สหภาพแรงงานมีอำนาจหน้าที่จัดการและดำเนินการเพื่อให้สมาชิกได้รับประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ของสหภาพแรงงาน ดังนั้น เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงที่ยุติในชั้นพิจารณาของศาลแรงงานกลางว่า โจทก์ทั้งหกสิบเป็นสมาชิกสหภาพแรงงานขนส่งโตโยต้าประเทศไทย สมาชิกมีมติเป็นเอกฉันท์ให้สหภาพแรงงานขนส่งโตโยต้าประเทศไทย ฟ้องจำเลยคดีนี้ให้ปฏิบัติตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างและเรียกค่าเสียหายแทนสมาชิกสหภาพแรงงานดังกล่าวด้วย จึงเป็นการดำเนินการโดยถูกต้องตามมาตรา 103 (2) และมีอำนาจฟ้องคดีแทนโจทก์ทั้งหกสิบรวมทั้งลูกจ้างอื่นที่เป็นสมาชิกสหภาพแรงงานขนส่งโตโยต้าประเทศไทย ซึ่งผลของคำพิพากษาในคดีดังกล่าวย่อมผูกพันโจทก์ทั้งหกสิบในคดีนี้ด้วย ดังนั้น สหภาพแรงงานขนส่งโตโยต้าประเทศไทยจึงเป็นผู้อยู่ในฐานะเดียวกับโจทก์ทั้งหกสิบที่และเป็นผู้ใช้สิทธิแทนโจทก์ทั้งหกสิบฟ้องคดี เมื่อโจทก์ทั้งหกสิบมาฟ้องคดีนี้อีกโดยอ้างว่าจำเลยไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง ฉบับลงวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2551 ทำให้โจทก์ทั้งหกสิบเสียหาย ขอเรียกค่าเสียหายนับแต่ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างดังกล่าวมีผลบังคับจนถึงวันฟ้อง อันเป็นการฟ้องในเรื่องเดียวกันกับที่สหภาพแรงงานขนส่งโตโยต้าประเทศไทยเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยต่อศาลแรงงานกลาง ซึ่งต่อมาศาลแรงงานกลางได้พิพากษายกฟ้อง เป็นคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ สป.798/2552 และคดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของศาลฎีกา คำฟ้องคดีนี้จึงเป็นฟ้องซ้อนกับคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ สป.798/2552 ของศาลแรงงานกลาง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 173 วรรคสอง (1) ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 ที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยมานั้น ชอบแล้ว อุทธรณ์โจทก์ทั้งหกสิบฟังไม่ขึ้น และเมื่อคำฟ้องคดีนี้เป็นฟ้องซ้อนต้องห้ามตามบทบัญญัติกฎหมายดังกล่าวแล้ว โจทก์ทั้งหกสิบย่อมไม่อาจเรียกร้องอันใดต่อจำเลยในคดนี้ได้อีก จึงไม่จำต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ประการอื่นของโจทก์ทั้งหกสิบอีกต่อไป

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
สป1583/2552
primary_red_case_no
สป81/2553
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000467.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ร762-820/2553
type
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14919 -
year
2553