คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10848/2553 ฉบับเต็ม

#508352
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10848/2553 พนักงานอัยการจังหวัดศรีสะเกษ โจทก์ นายสุนทร อุรา จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง, มาตรา 225 พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2522 มาตรา 64 คดีนี้เกิดขึ้นภายในบริเวณโรงเรียนบ้านคลองสุดซึ่งมิใช่บนทางหลวงหรือทางสาธารณะที่กำหนดให้รถสัญจรไปมา แม้จำเลยจะเป็นผู้ขับรถกระบะโดยไม่มีใบอนุญาตขับรถ การกระทำของจำเลยก็ไม่เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2522 มาตรา 64 ศาลล่างทั้งสองจึงไม่อาจพิพากษาลงโทษจำเลยในความผิดฐานนี้ ปัญหาข้อนี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดยกขึ้นอุทธรณ์ฎีกา ศาลฎีกามีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334, 335, 357, 91 พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 64 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (8) พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 64 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานลักทรัพย์ในสถานที่ราชการ จำคุก 2 ปี ฐานขับรถโดยไม่ได้รับใบอนุญาตขับรถ จำคุก 1 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุกฐานลักทรัพย์ในสถานที่ราชการ 16 เดือน และฐานขับรถโดยไม่ได้รับใบอนุญาตขับรถ 20 วัน รวมจำคุก 16 เดือน 20 วัน ยกฟ้องข้อหาอื่น จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 ลงโทษจำคุก 1 ปี ลดโทษให้หนึ่งในสาม ตามมาตรา 78 แล้ว คงจำคุก 8 เดือน เมื่อรวมกับโทษฐานขับรถโดยไม่ได้รับใบอนุญาตขับรถอีกกระทงหนึ่ง เป็นจำคุก 8 เดือน 20 วัน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า บทบัญญัติตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 64 นี้มุ่งหมายที่จะควบคุมผู้ขับรถบนทางหลวงหรือทางสาธารณะโดยคำนึงถึงความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้ใช้รถใช้ถนนร่วมกันเป็นสำคัญ จึงต้องมีการทดสอบสมรรถนะและความสามารถในการขับรถของบุคคลต่าง ๆ เสียก่อนที่จะออกใบอนุญาตขับรถ และกำหนดบทลงโทษผู้ขับรถบนทางหลวงหรือทางสาธารณะที่ไม่ได้รับใบอนุญาตขับรถ เมื่อเหตุคดีนี้เกิดขึ้นภายในบริเวณโรงเรียนบ้านคลองสุดซึ่งมิใช่บนทางหลวงหรือทางสาธารณะที่กำหนดให้รถสัญจรไปมา แม้จำเลยจะปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ขับรถกระบะคันนั้นโดยไม่ได้รับใบอนุญาตขับรถ การกระทำของจำเลยก็ไม่ต้องด้วยองค์ประกอบความผิดดังกล่าว ศาลล่างทั้งสองจึงไม่อาจพิพากษาลงโทษจำเลยในความผิดฐานนี้ ปัญหาข้อนี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดยกขึ้นอุทธรณ์ฎีกา ศาลฎีกามีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องในข้อหาความผิดตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ.2522 มาตรา 64 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 (ธนพจน์ อารยลักษณ์-ตรีวุฒิ สาขากร-ธีระพงศ์ จิระภาค) ศาลจังหวัดศรีสะเกษ - นางสาวอารีรัตน์ กิตติวินิชนันท์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายสมสันต์ ศุภศาสตรสิน แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.3235/2550 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ2981/2545 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ3043/2546 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
508352
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดศรีสะเกษ",
        "judge": "นางสาวอารีรัตน์ กิตติวินิชนันท์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 3",
        "judge": "นายสมสันต์ ศุภศาสตรสิน"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081993481"
    }
}
date
2553
deka_no
10848/2553
deka_running_no
10848
deka_year
2553
department
แผนก
judges
[
    "ธนพจน์ อารยลักษณ์",
    "ตรีวุฒิ สาขากร",
    "ธีระพงศ์ จิระภาค"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 195 วรรคสอง",
            "ม. 225"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ.2522",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2522",
        "sections": [
            "ม. 64"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดศรีสะเกษ"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายสุนทร อุรา"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334, 335, 357, 91 พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 64

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (8) พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 64 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานลักทรัพย์ในสถานที่ราชการ จำคุก 2 ปี ฐานขับรถโดยไม่ได้รับใบอนุญาตขับรถ จำคุก 1 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุกฐานลักทรัพย์ในสถานที่ราชการ 16 เดือน และฐานขับรถโดยไม่ได้รับใบอนุญาตขับรถ 20 วัน รวมจำคุก 16 เดือน 20 วัน ยกฟ้องข้อหาอื่น

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 ลงโทษจำคุก 1 ปี ลดโทษให้หนึ่งในสาม ตามมาตรา 78 แล้ว คงจำคุก 8 เดือน เมื่อรวมกับโทษฐานขับรถโดยไม่ได้รับใบอนุญาตขับรถอีกกระทงหนึ่ง เป็นจำคุก 8 เดือน 20 วัน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า บทบัญญัติตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 64 นี้มุ่งหมายที่จะควบคุมผู้ขับรถบนทางหลวงหรือทางสาธารณะโดยคำนึงถึงความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้ใช้รถใช้ถนนร่วมกันเป็นสำคัญ จึงต้องมีการทดสอบสมรรถนะและความสามารถในการขับรถของบุคคลต่าง ๆ เสียก่อนที่จะออกใบอนุญาตขับรถ และกำหนดบทลงโทษผู้ขับรถบนทางหลวงหรือทางสาธารณะที่ไม่ได้รับใบอนุญาตขับรถ เมื่อเหตุคดีนี้เกิดขึ้นภายในบริเวณโรงเรียนบ้านคลองสุดซึ่งมิใช่บนทางหลวงหรือทางสาธารณะที่กำหนดให้รถสัญจรไปมา แม้จำเลยจะปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ขับรถกระบะคันนั้นโดยไม่ได้รับใบอนุญาตขับรถ การกระทำของจำเลยก็ไม่ต้องด้วยองค์ประกอบความผิดดังกล่าว ศาลล่างทั้งสองจึงไม่อาจพิพากษาลงโทษจำเลยในความผิดฐานนี้ ปัญหาข้อนี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดยกขึ้นอุทธรณ์ฎีกา ศาลฎีกามีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องในข้อหาความผิดตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ.2522 มาตรา 64 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3
opensearch_id
primary_black_case_no
อ2981/2545
primary_red_case_no
อ3043/2546
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000477.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.3235/2550
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2553