คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13612/2553 ฉบับเต็ม

#508354
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13612/2553 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นายชยพล น้อยดัด จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 176 โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานมียาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต จำเลยให้การปฏิเสธ ต่อมาในวันนัดสืบพยานโจทก์ จำเลยยื่นคำให้การต่อศาล โดยคำให้การข้อ 1 ระบุว่า "จำเลยขอถอนคำให้การเดิมที่ให้การปฏิเสธฟ้อง โดยขอให้การใหม่ว่าขอให้การรับสารภาพตามฟ้อง เพื่อประโยชน์และสะดวกในการพิจารณาของศาล" และข้อ 4 จำเลยให้รายละเอียดว่านาย ก. นำห่อกระดาษมาฝากจำเลยใส่กระเป๋ากางเกงของจำเลยไว้ โดยจำเลยไม่ทราบมาก่อนว่าเป็นเมทแอมเฟตามีน ซึ่งหากเป็นความจริงดังที่ให้การก็ฟังไม่ได้ว่าจำเลยมีเจตนากระทำความผิด แม้ข้อ 5 จะขอให้ศาลกำหนดโทษน้อยหรือขอให้รอการลงอาญาแก่จำเลย ก็ไม่ทำให้เห็นไปได้ว่าคำให้การดังกล่าวเป็นคำให้การรับสารภาพโดยไม่มีข้อต่อสู้เลย เมื่อจำเลยให้การโดยระบุรายละเอียดต่างๆ ไว้ ก็ต้องนำรายละเอียดต่างๆ มาพิจารณาประกอบด้วย จะพิจารณาเฉพาะข้อความที่ว่าจำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้องแต่เพียงอย่างเดียวไม่ได้ และเมื่อศาลอ่านและอธิบายฟ้องให้จำเลยฟัง จำเลยยังคงให้การตามคำให้การที่ยื่นไว้ดังกล่าว คำให้การของจำเลยจึงเป็นคำให้การปฏิเสธฟ้องโจทก์ มิใช่คำให้การรับสารภาพว่าได้กระทำความผิดตามฟ้องดังที่ระบุไว้ตั้งแต่ต้น เมื่อโจทก์แถลงไม่สืบพยาน จึงลงโทษจำเลยตามฟ้องไม่ได้ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15, 66, 100/1, 102 ริบของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ต่อมาให้การเป็นหนังสือ ศาลชั้นต้นจดรายงานกระบวนพิจารณาว่าจำเลยให้การรับสารภาพตามคำให้การจำเลย ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดโทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคสาม (2), 66 วรรคสอง จำคุก 7 ปี และปรับ 400,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 ปี 6 เดือน และปรับ 200,000 บาท หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 โดยให้กักขังแทนค่าปรับเป็นระยะเวลาเกินกว่า 1 ปี แต่ไม่เกิน 2 ปี ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ แต่ให้ริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ว่า คำให้การของจำเลยฉบับลงวันที่ 4 กันยายน 2551 เป็นคำให้การรับสารภาพหรือปฏิเสธฟ้องโจทก์ เห็นว่า หลังจากจำเลยให้การปฏิเสธแล้ว ต่อมาวันนัดสืบพยานโจทก์วันที่ 4 กันยายน 2551 จำเลยยื่นคำให้การโดยในคำให้การข้อ 1 ระบุว่า "จำเลยขอถอนคำให้การเดิมที่ให้การปฏิเสธฟ้อง โดยขอให้การใหม่ว่าขอให้การรับสารภาพตามฟ้อง เพื่อประโยชน์และสะดวกในการพิจารณาของศาล" และในข้อ 4 จำเลยให้รายละเอียดว่านายโกวิทนำห่อกระดาษมาฝากจำเลยใส่กระเป๋ากางเกงของจำเลยไว้ โดยจำเลยไม่ทราบมาก่อนว่าเป็นเมทแอมเฟตามีน หากเป็นความจริงดังที่ให้การก็ฟังไม่ได้ว่าจำเลยมีเจตนากระทำความผิดและการกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามฟ้อง แม้ในข้อ 5 ของคำให้การจะขอให้ศาลกำหนดโทษน้อย หรือขอให้รอการลงอาญาแก่จำเลยก็ไม่ทำให้เห็นไปได้ว่า คำให้การดังกล่าวเป็นคำให้การรับสารภาพโดยไม่มีข้อต่อสู้เลย เมื่อจำเลยให้การโดยระบุรายละเอียดต่าง ๆ ไว้ก็ต้องนำรายละเอียดต่าง ๆ มาพิจารณาประกอบด้วย จะพิจารณาเฉพาะข้อความที่ว่าจำเลยขอให้การรับสารภาพตามฟ้องแต่เพียงอย่างเดียวไม่ได้ และเมื่อศาลอ่านและอธิบายฟ้องให้จำเลยฟัง จำเลยยังคงให้การตามคำให้การที่ยื่นไว้ดังกล่าว คำให้การของจำเลยจึงเป็นคำให้การปฏิเสธฟ้องของโจทก์ มิใช่คำให้การรับสารภาพว่าได้กระทำความผิดตามฟ้องดังที่ระบุไว้ตั้งแต่ต้น โจทก์จึงต้องนำสืบให้เห็นว่าจำเลยมีเจตนากระทำความผิดและการกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามฟ้อง เมื่อโจทก์แถลงไม่สืบพยาน จึงลงโทษจำเลยตามฟ้องไม่ได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง แต่ให้ริบเมทแอมเฟตามีนของกลางนั้นต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (พิทยา บุญชู-สิทธิชัย พรหมศร-บุญมี ฐิตะศิริ) ศาลจังหวัดตลิ่งชัน - สมมาตร ฑีฆาอุตมากร ศาลอุทธรณ์ - อนุวัตร มุทิกากร แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.3353/2553 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ4178/2551 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ7606/2551 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
508354
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดตลิ่งชัน",
        "judge": "สมมาตร ฑีฆาอุตมากร"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "อนุวัตร มุทิกากร"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081992602"
    }
}
date
2553
deka_no
13612/2553
deka_running_no
13612
deka_year
2553
department
แผนก
judges
[
    "พิทยา บุญชู",
    "สิทธิชัย พรหมศร",
    "บุญมี ฐิตะศิริ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 176"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายชยพล น้อยดัด"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15, 66, 100/1, 102 ริบของกลาง

จำเลยให้การปฏิเสธ ต่อมาให้การเป็นหนังสือ ศาลชั้นต้นจดรายงานกระบวนพิจารณาว่าจำเลยให้การรับสารภาพตามคำให้การจำเลย

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดโทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคสาม (2), 66 วรรคสอง จำคุก 7 ปี และปรับ 400,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 ปี 6 เดือน และปรับ 200,000 บาท หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 โดยให้กักขังแทนค่าปรับเป็นระยะเวลาเกินกว่า 1 ปี แต่ไม่เกิน 2 ปี ริบของกลาง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ แต่ให้ริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ว่า คำให้การของจำเลยฉบับลงวันที่ 4 กันยายน 2551 เป็นคำให้การรับสารภาพหรือปฏิเสธฟ้องโจทก์ เห็นว่า หลังจากจำเลยให้การปฏิเสธแล้ว ต่อมาวันนัดสืบพยานโจทก์วันที่ 4 กันยายน 2551 จำเลยยื่นคำให้การโดยในคำให้การข้อ 1 ระบุว่า "จำเลยขอถอนคำให้การเดิมที่ให้การปฏิเสธฟ้อง โดยขอให้การใหม่ว่าขอให้การรับสารภาพตามฟ้อง เพื่อประโยชน์และสะดวกในการพิจารณาของศาล" และในข้อ 4 จำเลยให้รายละเอียดว่านายโกวิทนำห่อกระดาษมาฝากจำเลยใส่กระเป๋ากางเกงของจำเลยไว้ โดยจำเลยไม่ทราบมาก่อนว่าเป็นเมทแอมเฟตามีน หากเป็นความจริงดังที่ให้การก็ฟังไม่ได้ว่าจำเลยมีเจตนากระทำความผิดและการกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามฟ้อง แม้ในข้อ 5 ของคำให้การจะขอให้ศาลกำหนดโทษน้อย หรือขอให้รอการลงอาญาแก่จำเลยก็ไม่ทำให้เห็นไปได้ว่า คำให้การดังกล่าวเป็นคำให้การรับสารภาพโดยไม่มีข้อต่อสู้เลย เมื่อจำเลยให้การโดยระบุรายละเอียดต่าง ๆ ไว้ก็ต้องนำรายละเอียดต่าง ๆ มาพิจารณาประกอบด้วย จะพิจารณาเฉพาะข้อความที่ว่าจำเลยขอให้การรับสารภาพตามฟ้องแต่เพียงอย่างเดียวไม่ได้ และเมื่อศาลอ่านและอธิบายฟ้องให้จำเลยฟัง จำเลยยังคงให้การตามคำให้การที่ยื่นไว้ดังกล่าว คำให้การของจำเลยจึงเป็นคำให้การปฏิเสธฟ้องของโจทก์ มิใช่คำให้การรับสารภาพว่าได้กระทำความผิดตามฟ้องดังที่ระบุไว้ตั้งแต่ต้น โจทก์จึงต้องนำสืบให้เห็นว่าจำเลยมีเจตนากระทำความผิดและการกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามฟ้อง เมื่อโจทก์แถลงไม่สืบพยาน จึงลงโทษจำเลยตามฟ้องไม่ได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง แต่ให้ริบเมทแอมเฟตามีนของกลางนั้นต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
อ4178/2551
primary_red_case_no
อ7606/2551
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000469.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.3353/2553
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2553