คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1240/2554 ฉบับเต็ม

#508358
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1240/2554 พนักงานอัยการจังหวัดฉะเชิงเทรา โจทก์ นายนพดล ลี้หยง จำเลย ป.อ. มาตรา 138 สิบตำรวจเอก ป. แจ้งข้อหาจำเลยว่า เล่นการพนันจับยี่กีโดยเป็นคนเดินโพยฝ่ายเจ้ามือ จำเลยปฏิเสธ สิบตำรวจเอก ป. กับพวกรวม 5 คน จะเข้าจับกุม จำเลยไม่ยินยอมโดยสิบตำรวจเอก ป. มีรูปร่างใหญ่กว่าจำเลยมาก การที่จำเลยเดินหนีออกนอกร้านก๋วยเตี๋ยวจนสิบตำรวจเอก ป. กับพวกต้องใช้กำลังล็อกแขน กดหน้าจำเลยกับพื้นระเบียงเพื่อใส่กุญแจมือจำเลยในลักษณะไขว้หลัง ขณะจำเลยดิ้นรนขัดขืนเพื่อให้พ้นจากการถูกควบคุมตัวเพราะเห็นว่าตัวเองไม่ได้กระทำผิด ซึ่งแม้ในการดิ้นรนของจำเลยจะเป็นเหตุให้มือของจำเลยไปโดนหน้าอกของสิบตำรวจ ป. เกิดเป็นรอยถลอกขนาดเล็กก็ตาม แต่การกระทำดังกล่าว ก็ยังไม่ถึงขั้นที่จะเป็นการต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ตาม ป.อ. มาตรา 138 ___________________________ โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138, 91, 33 พระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.2478 มาตรา 4, 5, 6, 10, 12, 15 ริบของกลาง และจ่ายสินบนนำจับแก่ผู้นำจับตามกฎหมาย จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.2478 มาตรา 4 วรรคหนึ่ง, 12 (ที่ถูก 12 (1)) ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138 วรรคสอง การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานเล่นการพนันตามบัญชี ก. อันดับที่ 6 จำคุก 3 เดือน และปรับ 5,000 บาท ฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตามหน้าที่โดยใช้กำลังประทุษร้ายจำคุก 1 เดือน และปรับ 4,000 บาท รวมจำคุก 4 เดือน และปรับ 9,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ริบของกลาง ให้จำเลยจ่ายสินบนนำจับกึ่งหนึ่งของค่าปรับ ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เจ้าพนักงานตำรวจผู้จับจำเลยมีจำนวนถึง 5 คน สิบตำรวจเอกประยุทธเบิกความรับว่า ตามผลการตรวจชันสูตรบาดแผลเอกสารท้ายฟ้อง แพทย์ไม่พบรอยฟกช้ำ พบรอยถลอกขนาดเล็กบริเวณหน้าอก ไม่จำต้องรับการรักษาด้วยยา เห็นว่า ลักษณะของบาดแผลของทั้งสองฝ่ายน่าจะเกิดจากการเข้าล็อกแขนกดหน้าจำเลยกับพื้นระเบียงเพื่อใส่กุญแจมือจำเลย ขณะจำเลยดิ้นรนขัดขืนเพื่อให้พ้นจากการถูกควบคุมตัว ซึ่งแม้ว่าในการดิ้นรนของจำเลยจะเป็นเหตุให้มือของจำเลยไปโดนหน้าอกของสิบตำรวจเอกประยุทธก็ตาม แต่การกระทำของจำเลยดังกล่าวก็ยังไม่ถึงขั้นที่จะเป็นการต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษามานั้นต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (วีระชาติ เอี่ยมประไพ-อาวุธ ปั้นปรีชา-สมชาย พันธุมะโอภาส) ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา - นายสุรพล นิตินัยวินิจ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายสุริยง ลิ้มสถิรานันท์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.3981/2550 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ2644/2545 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ2700/2546 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
508358
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา",
        "judge": "นายสุรพล นิตินัยวินิจ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 2",
        "judge": "นายสุริยง ลิ้มสถิรานันท์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081991475"
    }
}
date
2554
deka_no
1240/2554
deka_running_no
1240
deka_year
2554
department
แผนก
judges
[
    "วีระชาติ เอี่ยมประไพ",
    "อาวุธ ปั้นปรีชา",
    "สมชาย พันธุมะโอภาส"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 138"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดฉะเชิงเทรา"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายนพดล ลี้หยง"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138, 91, 33 พระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.2478 มาตรา 4, 5, 6, 10, 12, 15 ริบของกลาง และจ่ายสินบนนำจับแก่ผู้นำจับตามกฎหมาย

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.2478 มาตรา 4 วรรคหนึ่ง, 12 (ที่ถูก 12 (1)) ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138 วรรคสอง การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานเล่นการพนันตามบัญชี ก. อันดับที่ 6 จำคุก 3 เดือน และปรับ 5,000 บาท ฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตามหน้าที่โดยใช้กำลังประทุษร้ายจำคุก 1 เดือน และปรับ 4,000 บาท รวมจำคุก 4 เดือน และปรับ 9,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ริบของกลาง ให้จำเลยจ่ายสินบนนำจับกึ่งหนึ่งของค่าปรับ ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับให้ยกฟ้อง

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เจ้าพนักงานตำรวจผู้จับจำเลยมีจำนวนถึง 5 คน สิบตำรวจเอกประยุทธเบิกความรับว่า ตามผลการตรวจชันสูตรบาดแผลเอกสารท้ายฟ้อง แพทย์ไม่พบรอยฟกช้ำ พบรอยถลอกขนาดเล็กบริเวณหน้าอก ไม่จำต้องรับการรักษาด้วยยา เห็นว่า ลักษณะของบาดแผลของทั้งสองฝ่ายน่าจะเกิดจากการเข้าล็อกแขนกดหน้าจำเลยกับพื้นระเบียงเพื่อใส่กุญแจมือจำเลย ขณะจำเลยดิ้นรนขัดขืนเพื่อให้พ้นจากการถูกควบคุมตัว ซึ่งแม้ว่าในการดิ้นรนของจำเลยจะเป็นเหตุให้มือของจำเลยไปโดนหน้าอกของสิบตำรวจเอกประยุทธก็ตาม แต่การกระทำของจำเลยดังกล่าวก็ยังไม่ถึงขั้นที่จะเป็นการต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษามานั้นต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
อ2644/2545
primary_red_case_no
อ2700/2546
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000459.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.3981/2550
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2554