คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12775/2553 ฉบับเต็ม

#508361
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12775/2553 พนักงานอัยการจังหวัดนครปฐม โจทก์ นายนพพล หรือ เร่ ดอนมนุษย์ จำเลย พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, มาตรา 72 วรรคหนึ่ง, มาตรา 72 วรรคสอง, มาตรา 72 ทวิ วรรคสอง, มาตรา 8 ทวิ วรรคหนึ่ง นายพิทักษ์กับพวกไปหาจำเลยที่บ้านร่วมดื่มสุราแล้วชวนไปเที่ยวงานวัดด้วยกันประมาณ 12 คน โดยนั่งตอนท้ายรถยนต์กระบะและอาวุธปืนของกลางอยู่ที่นายพิทักษ์เพียงผู้เดียว จนกระทั่งวันและเวลาเกิดเหตุ เจ้าพนักงานตำรวจเข้าตรวจค้นพบอาวุธปืนของกลางบนพื้นถนนข้างรถยนต์กระบะดังกล่าว พฤติการณ์ที่จำเลยรับอาวุธปืนของกลางจากนายพิทักษ์ แล้วส่งต่อให้เพื่อนไปโยนทิ้งทันที เป็นการที่จำเลยรับอาวุธปืนของกลางมาอยู่ที่จำเลยเพียงช่วงระยะเวลาอันสั้นเพื่อส่งต่อไปทันทีเท่านั้น ยังไม่พอฟังว่าจำเลยมีเจตนาร่วมกับนายพิทักษ์มีและพาอาวุธปืนของกลาง ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371, 91, 32 ริบของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 6 เดือน รวมจำคุก 1 ปี 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสาม คงจำคุก 12 เดือน ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง แต่ให้ขังจำเลยไว้ในระหว่างฎีกา โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พิเคราะห์แล้วข้อเท็จจริงได้ความว่า อาวุธปืนของกลางเป็นของนายพิทักษ์หรือมด นายพิทักษ์นำไปฝากนายนพพรหรือฮอล ไว้ก่อนเกิดเหตุ ครั้นวันที่ 21 มกราคม 2547 เวลาประมาณ 17 นาฬิกา นายกฤษฎาหรือกอลฟ์ ชวนจำเลยไปเอาอาวุธปืนของกลางจากนายนพพร จากนั้นพากันไปพบนายพิทักษ์โดยนายนพพรเป็นผู้พาและมอบอาวุธปืนของกลางแก่นายพิทักษ์ แล้วร่วมกันตามหาผู้ที่มีเรื่องกับนายพิทักษ์ เมื่อไม่พบต่างก็แยกย้ายกันกลับบ้าน ต่อมาเวลาประมาณ 19 นาฬิกา นายพิทักษ์กับพวกไปหาจำเลยที่บ้านร่วมดื่มสุราแล้วชวนกันไปเที่ยวงานวัดรวมประมาณ 12 คน โดยนั่งตอนท้ายรถยนต์กระบะและอาวุธปืนของกลางอยู่ที่นายพิทักษ์เพียงผู้เดียว จนกระทั่งวันและเวลาเกิดเหตุ เจ้าพนักงานตำรวจเข้าตรวจค้นพบอาวุธปืนของกลางบนพื้นถนนข้างรถยนต์กระบะคันดังกล่าว เห็นว่าพฤติการณ์ที่จำเลยกับพวกร่วมกันตามหาผู้ที่มีเรื่องกับนายพิทักษ์นั้นได้ขาดตอนลงแล้ว เมื่อตามหาไม่พบและต่างก็แยกย้ายกันกลับบ้าน สำหรับการกระทำตามที่โจทก์ฟ้องนั้นข้อเท็จจริงได้ความว่า นายพิทักษ์กับพวกไปหาจำเลยที่บ้านร่วมดื่มสุราแล้วชวนกันไปเที่ยวงานวัดเท่านั้น ข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่าได้มีการไปตามหาผู้ที่มีเรื่องกับนายพิทักษ์แต่อย่างใด ส่วนพฤติการณ์ที่จำเลยรับอาวุธปืนของกลางของเพื่อนเพื่อส่งต่อไปโยนทิ้งตามฎีกาของโจทก์นั้น เห็นว่า จำเลยรับอาวุธปืนของกลางมาอยู่ที่จำเลยเพียงช่วงระยะเวลาอันสั้นเพื่อส่งต่อไปทันทีเท่านั้น ยังไม่พอฟังว่าจำเลยมีเจตนาร่วมกับนายพิทักษ์มีและพาอาวุธปืนของกลาง การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและฐานพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (อดิศักดิ์ ปัตรวลี-พิศาล อัยยะวรากูล-ประยูร ณ ระนอง) ศาลจังหวัดนครปฐม - นายสุบิน ชิ้นประเสริฐ ศาลอุทธรณ์ - นายประทีป ดุลพินิจธรรมา แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.4212/2550 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ196/2547 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ231/2548 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
508361
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดนครปฐม",
        "judge": "นายสุบิน ชิ้นประเสริฐ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายประทีป ดุลพินิจธรรมา"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081992814"
    }
}
date
2553
deka_no
12775/2553
deka_running_no
12775
deka_year
2553
department
แผนก
judges
[
    "อดิศักดิ์ ปัตรวลี",
    "พิศาล อัยยะวรากูล",
    "ประยูร ณ ระนอง"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490",
        "sections": [
            "ม. 7",
            "ม. 72 วรรคหนึ่ง",
            "ม. 72 วรรคสอง",
            "ม. 72 ทวิ วรรคสอง",
            "ม. 8 ทวิ วรรคหนึ่ง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดนครปฐม"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายนพพล หรือ เร่ ดอนมนุษย์"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371, 91, 32 ริบของกลาง

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 6 เดือน รวมจำคุก 1 ปี 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสาม คงจำคุก 12 เดือน ริบของกลาง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง แต่ให้ขังจำเลยไว้ในระหว่างฎีกา

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พิเคราะห์แล้วข้อเท็จจริงได้ความว่า อาวุธปืนของกลางเป็นของนายพิทักษ์หรือมด นายพิทักษ์นำไปฝากนายนพพรหรือฮอล ไว้ก่อนเกิดเหตุ ครั้นวันที่ 21 มกราคม 2547 เวลาประมาณ 17 นาฬิกา นายกฤษฎาหรือกอลฟ์ ชวนจำเลยไปเอาอาวุธปืนของกลางจากนายนพพร จากนั้นพากันไปพบนายพิทักษ์โดยนายนพพรเป็นผู้พาและมอบอาวุธปืนของกลางแก่นายพิทักษ์ แล้วร่วมกันตามหาผู้ที่มีเรื่องกับนายพิทักษ์ เมื่อไม่พบต่างก็แยกย้ายกันกลับบ้าน ต่อมาเวลาประมาณ 19 นาฬิกา นายพิทักษ์กับพวกไปหาจำเลยที่บ้านร่วมดื่มสุราแล้วชวนกันไปเที่ยวงานวัดรวมประมาณ 12 คน โดยนั่งตอนท้ายรถยนต์กระบะและอาวุธปืนของกลางอยู่ที่นายพิทักษ์เพียงผู้เดียว จนกระทั่งวันและเวลาเกิดเหตุ เจ้าพนักงานตำรวจเข้าตรวจค้นพบอาวุธปืนของกลางบนพื้นถนนข้างรถยนต์กระบะคันดังกล่าว เห็นว่าพฤติการณ์ที่จำเลยกับพวกร่วมกันตามหาผู้ที่มีเรื่องกับนายพิทักษ์นั้นได้ขาดตอนลงแล้ว เมื่อตามหาไม่พบและต่างก็แยกย้ายกันกลับบ้าน สำหรับการกระทำตามที่โจทก์ฟ้องนั้นข้อเท็จจริงได้ความว่า นายพิทักษ์กับพวกไปหาจำเลยที่บ้านร่วมดื่มสุราแล้วชวนกันไปเที่ยวงานวัดเท่านั้น ข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่าได้มีการไปตามหาผู้ที่มีเรื่องกับนายพิทักษ์แต่อย่างใด ส่วนพฤติการณ์ที่จำเลยรับอาวุธปืนของกลางของเพื่อนเพื่อส่งต่อไปโยนทิ้งตามฎีกาของโจทก์นั้น เห็นว่า จำเลยรับอาวุธปืนของกลางมาอยู่ที่จำเลยเพียงช่วงระยะเวลาอันสั้นเพื่อส่งต่อไปทันทีเท่านั้น ยังไม่พอฟังว่าจำเลยมีเจตนาร่วมกับนายพิทักษ์มีและพาอาวุธปืนของกลาง การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและฐานพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
อ196/2547
primary_red_case_no
อ231/2548
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000471.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.4212/2550
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2553