คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12696/2553 ฉบับเต็ม

#508374
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12696/2553 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นายนฤปเวศน์หรือเวศ หาญสุนทร จำเลย ป.อ. มาตรา 58 พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, มาตรา 57, มาตรา 66 วรรคหนึ่ง, มาตรา 91 ตาม ป.อ. มาตรา 58 วรรคแรก บัญญัตว่า "เมื่อความปรากฏแก่ศาลเองหรือความปรากฏตามคำแถลงของโจทก์หรือเจ้าพนักงานว่า ภายในเวลาที่ศาลกำหนดตามมาตรา 56 ผู้ที่ถูกศาลพิพากษาได้กระทำความผิดอันมิใช่ความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ และศาลพิพากษาให้ลงโทษจำคุกสำหรับความผิดนั้น ให้ศาลที่พิพากษาคดีหลัง ... บวกโทษที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนเข้ากับโทษในคดีหลัง ..." จะเห็นได้ว่า บทบัญญัติมาตราดังกล่าวมิได้มีข้อบังคับว่าโทษในคดีก่อนที่ศาลรอการลงโทษไว้กับโทษในคดีหลังจะต้องเป็นโทษจากคำพิพากษาของศาลเดียวกัน แม้โทษในคดีก่อนที่ศาลรอการลงโทษไว้จะเป็นโทษตามคำพิพากษาของศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง บทบัญญัติมาตราดังกล่าวก็มิได้มีข้อห้ามมิให้นำโทษที่ศาลรอการลงโทษไว้มาบวกกับโทษในคดีหลัง ดังนั้น การที่ศาลชั้นต้นนำโทษจำคุกของจำเลยในคดีก่อนที่ศาลรอการลงโทษไว้มาบวกกับโทษจำคุกในคดีหลังนี้จึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 57, 66, 91 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 58, 91 และให้บวกโทษจำคุกของจำเลยที่รอการลงโทษไว้ในคดีหมายเลขแดงที่ 5072/2545 ของศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง เข้ากับโทษในคดีนี้ จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้บวกโทษ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 57, 66 วรรคหนึ่ง (ที่ถูกมาตรา 91 ด้วย) ลดมาตราส่วนโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 76 ฐานเสพเมทแอมเฟตามีน จำคุก 6 เดือน ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 4 เดือน ฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 2 ปี 8 เดือน ลดโทษให้หนึ่งในสี่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี 12 เดือน รวมสองกระทงจำคุก 1 ปี 16 เดือน บวกโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้เข้ากับโทษจำคุกในคดีนี้เป็นจำคุก 1 ปี 19 เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยกระทำความผิดคดีนี้ภายในระยะเวลาที่ศาลรอการลงโทษ มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยข้อแรกซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า ศาลชั้นต้นนำโทษจำคุกของจำเลยในคดีก่อนที่ศาลรอการลงโทษมาบวกกับโทษจำคุกในคดีนี้ชอบหรือไม่ โดยจำเลยฎีกาว่า การนำโทษจำคุกของจำเลยในคดีก่อนที่ศาลรอการลงโทษมาบวกกับโทษจำคุกในคดีนี้ไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะศาลที่พิพากษาเป็นคนละศาลกัน ทั้งศาลเยาวชนและครอบครัวกลางกับศาลอาญามีจุดมุ่งหมายในการลงโทษแตกต่างกัน เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 58 วรรคแรก บัญญัติว่า "เมื่อความปรากฏแก่ศาลเองหรือความปรากฏตามคำแถลงของโจทก์หรือเจ้าพนักงานว่า ภายในเวลาที่ศาลกำหนดตามมาตรา 56 ผู้ที่ถูกศาลพิพากษาได้กระทำความผิดอันมิใช่ความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ และศาลพิพากษาให้ลงโทษจำคุกสำหรับความผิดนั้น ให้ศาลที่พิพากษาคดีหลัง...บวกโทษที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนเข้ากับโทษในคดีหลัง..." จะเห็นได้ว่า บทบัญญัติมาตราดังกล่าวมิได้มีข้อบังคับว่าโทษในคดีก่อนที่ศาลรอการลงโทษไว้กับโทษในคดีหลังจะต้องเป็นโทษจากคำพิพากษาของศาลเดียวกัน แม้โทษในคดีก่อนที่ศาลรอการลงโทษไว้จะเป็นโทษตามคำพิพากษาของศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง บทบัญญัติมาตราดังกล่าวก็มิได้มีข้อห้ามมิให้นำโทษที่ศาลรอการลงโทษไว้มาบวกกับโทษในคดีหลัง ดังนั้น การที่ศาลชั้นต้นนำโทษจำคุกของจำเลยในคดีก่อนที่ศาลรอการลงโทษไว้มาบวกกับโทษจำคุกในคดีหลังนี้จึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานเสพเมทแอมเฟตามีนโดยไม่ได้รับอนุญาต ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 เดือน 20 วัน เมื่อรวมกับโทษจำคุกในความผิดฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนโดยไม่ได้รับอนุญาตแล้ว เป็นจำคุก 1 ปี 14 เดือน 20 วัน และเมื่อบวกโทษจำคุก 3 เดือน ที่รอการลงโทษไว้ในคดีหมายเลขแดงที่ 5072/2545 ของศาลเยาวชนและครอบครัวกลางแล้ว เป็นจำคุก 1 ปี 17 เดือน 20 วัน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ (กฤษฎิ์จิรัฐ คุณาจิรภรณ์-พิษณุ ดำรงเกียรติวัฒนา-ปดารณี ลัดพลี) ศาลอาญา - นายณัฐวัฒน์ ใบบัว ศาลอุทธรณ์ - นายประสิทธิ์ สนามชวด แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.6988/2551 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น ย1222/2547 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น ย287/2548 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
508374
courts
[
    {
        "court": "ศาลอาญา",
        "judge": "นายณัฐวัฒน์ ใบบัว"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายประสิทธิ์ สนามชวด"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081992817"
    }
}
date
2553
deka_no
12696/2553
deka_running_no
12696
deka_year
2553
department
แผนก
judges
[
    "กฤษฎิ์จิรัฐ คุณาจิรภรณ์",
    "พิษณุ ดำรงเกียรติวัฒนา",
    "ปดารณี ลัดพลี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 58"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522",
        "sections": [
            "ม. 15 วรรคหนึ่ง",
            "ม. 57",
            "ม. 66 วรรคหนึ่ง",
            "ม. 91"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายนฤปเวศน์หรือเวศ หาญสุนทร"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 57, 66, 91 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 58, 91 และให้บวกโทษจำคุกของจำเลยที่รอการลงโทษไว้ในคดีหมายเลขแดงที่ 5072/2545 ของศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง เข้ากับโทษในคดีนี้

จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้บวกโทษ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 57, 66 วรรคหนึ่ง (ที่ถูกมาตรา 91 ด้วย) ลดมาตราส่วนโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 76 ฐานเสพเมทแอมเฟตามีน จำคุก 6 เดือน ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 4 เดือน ฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 2 ปี 8 เดือน ลดโทษให้หนึ่งในสี่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี 12 เดือน รวมสองกระทงจำคุก 1 ปี 16 เดือน บวกโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้เข้ากับโทษจำคุกในคดีนี้เป็นจำคุก 1 ปี 19 เดือน

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

จำเลยกระทำความผิดคดีนี้ภายในระยะเวลาที่ศาลรอการลงโทษ มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยข้อแรกซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า ศาลชั้นต้นนำโทษจำคุกของจำเลยในคดีก่อนที่ศาลรอการลงโทษมาบวกกับโทษจำคุกในคดีนี้ชอบหรือไม่ โดยจำเลยฎีกาว่า การนำโทษจำคุกของจำเลยในคดีก่อนที่ศาลรอการลงโทษมาบวกกับโทษจำคุกในคดีนี้ไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะศาลที่พิพากษาเป็นคนละศาลกัน ทั้งศาลเยาวชนและครอบครัวกลางกับศาลอาญามีจุดมุ่งหมายในการลงโทษแตกต่างกัน เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 58 วรรคแรก บัญญัติว่า "เมื่อความปรากฏแก่ศาลเองหรือความปรากฏตามคำแถลงของโจทก์หรือเจ้าพนักงานว่า ภายในเวลาที่ศาลกำหนดตามมาตรา 56 ผู้ที่ถูกศาลพิพากษาได้กระทำความผิดอันมิใช่ความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ และศาลพิพากษาให้ลงโทษจำคุกสำหรับความผิดนั้น ให้ศาลที่พิพากษาคดีหลัง...บวกโทษที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนเข้ากับโทษในคดีหลัง..." จะเห็นได้ว่า บทบัญญัติมาตราดังกล่าวมิได้มีข้อบังคับว่าโทษในคดีก่อนที่ศาลรอการลงโทษไว้กับโทษในคดีหลังจะต้องเป็นโทษจากคำพิพากษาของศาลเดียวกัน แม้โทษในคดีก่อนที่ศาลรอการลงโทษไว้จะเป็นโทษตามคำพิพากษาของศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง บทบัญญัติมาตราดังกล่าวก็มิได้มีข้อห้ามมิให้นำโทษที่ศาลรอการลงโทษไว้มาบวกกับโทษในคดีหลัง ดังนั้น การที่ศาลชั้นต้นนำโทษจำคุกของจำเลยในคดีก่อนที่ศาลรอการลงโทษไว้มาบวกกับโทษจำคุกในคดีหลังนี้จึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานเสพเมทแอมเฟตามีนโดยไม่ได้รับอนุญาต ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 เดือน 20 วัน เมื่อรวมกับโทษจำคุกในความผิดฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนโดยไม่ได้รับอนุญาตแล้ว เป็นจำคุก 1 ปี 14 เดือน 20 วัน และเมื่อบวกโทษจำคุก 3 เดือน ที่รอการลงโทษไว้ในคดีหมายเลขแดงที่ 5072/2545 ของศาลเยาวชนและครอบครัวกลางแล้ว เป็นจำคุก 1 ปี 17 เดือน 20 วัน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
opensearch_id
primary_black_case_no
ย1222/2547
primary_red_case_no
ย287/2548
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000471.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.6988/2551
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2553