คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7477/2552 ฉบับเต็ม

#508384
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7477/2552 พนักงานอัยการ จังหวัดอุบลราชธานี โจทก์ นายอัคคปัญญา ปักกุนนัน กับพวก จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 43, มาตรา 185 เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 ชิงทรัพย์เงินสดจำนวน 79,000 บาท โทรศัพท์เคลื่อนที่ยี่ห้อต่าง ๆ จำนวน 15 เครื่อง และโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ใช้งานแล้วจำนวน 7 เครื่อง ราคา 60,000 บาท ซิมการ์ดระบบต่าง ๆ จำนวน 17 อัน ราคา 3,400 บาท รวมราคาทรัพย์ทั้งสิ้นเป็นเงิน 162,400 บาท ของผู้เสียหายไปส่วนจำเลยที่ 2 รับของโจรโทรศัพท์เคลื่อนที่จำนวนหลายเครื่องของผู้เสียหายที่ถูกจำเลยที่ 1 ชิงทรัพย์ไปดังกล่าว ดังนั้น ที่ศาลล่างทั้งสองให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 โดยไม่ระบุไปดังกล่าว ดังนั้น ที่ศาลล่างทั้งสองให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 โดยไม่ระบุให้ร่วมรับผิดเฉพาะทรัพย์ที่จำเลยที่ 2 รับของโจร จึงเป็นการให้จำเลยที่ 2 รับผิดเกินกว่าที่ต้องรับผิดและไม่ถูกต้อง ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 339, 340 ตรี, 357 ริบของกลาง และคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนเป็นเงิน 140,400 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 วรรคแรก ประกอบมาตรา 340 ตรี จำคุก 7 ปี 6 เดือน จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก จำคุก 2 ปี จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 3 ปี 9 เดือน จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 1 ปี กับให้จำเลยที่ 1 คืนหรือใช้ราคาทรัพย์จำนวน 127,900 บาท ที่ยังไม่ได้คืนแก่ผู้เสียหาย โดยให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนแก่ผู้เสียหายเพียงจำนวน 25,500 บาท ริบอาวุธมีดปลายแหลมจำนวน 1 เล่ม ของกลาง ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก (ที่ถูกคำขออื่นให้ยก) จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...ที่จำเลยที่ 1 ฎีกาปัญหาข้อกฎหมายว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 3 กำหนดโทษจำเลยที่ 1 ไม่ชอบ เพราะเมื่อจำเลยที่ 1 ต้องระวางโทษหนักขึ้นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 ตรี แล้ว และต้องลดโทษให้จำเลยที่ 1 กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กรณีจึงต้องนำประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 54 มาใช้บังคับ โดยต้องตั้งกำหนดโทษที่จะลงแก่จำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 วรรคแรก ก่อน จึงระวางโทษหนักขึ้นอีกกึ่งหนึ่งแล้วลดโทษลงกึ่งหนึ่งจากผลที่ระวางโทษให้หนักขึ้นนั้น เห็นว่า การกระทำของจำเลยที่ 1 ต้องตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 วรรคแรก ประกอบมาตรา 340 ตรี ซึ่งตามมาตรา 340 ตรี เป็นบทกำหนดโทษไม่ใช่บทเพิ่มโทษ กรณีไม่อาจนำประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 54 มาปรับแก่คดีนี้ได้ ที่ศาลล่างทั้งสองวางโทษจำเลยที่ 1 หนักกว่าที่บัญญัติไว้ในมาตรา 339 วรรคแรก กึ่งหนึ่งแล้วลดโทษให้จำเลยที่ 1 กึ่งหนึ่งชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น อนึ่ง ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 คืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนแก่ผู้เสียหายเพียงจำนวน 25,500 บาท นั้น เห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 ชิงทรัพย์เงินสดจำนวน 79,000 บาท โทรศัพท์เคลื่อนที่ยี่ห้อต่าง ๆ จำนวน 15 เครื่อง และโทรศัพย์เคลื่อนที่ใช้งานแล้วจำนวน 7 เครื่อง ราคา 60,000 บาท ซิมการ์ดระบบต่าง ๆ จำนวน 17 อัน ราคา 3,400 บาท รวมราคาทรัพย์สินทั้งสิ้นเป็นเงิน 162,400 บาท ของผู้เสียหายไป ส่วนจำเลยที่ 2 รับของโจรโทรศัพท์เคลื่อนที่จำนวนหลายเครื่องของผู้เสียหายที่ถูกจำเลยที่ 1 ชิงทรัพย์ไปดังกล่าว ดังนั้น ที่ศาลล่างทั้งสองให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 โดยไม่ระบุให้ร่วมรับผิดเฉพาะทรัพย์ที่จำเลยที่ 2 รับของโจร จึงเป็นการให้จำเลยที่ 2 รับผิดเกินกว่าที่ต้องรับผิดและไม่ถูกต้อง ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไข" พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 คืนโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ยังไม่ได้คืนหรือใช้ราคาแก่ผู้เสียหายจำนวน 25,500 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 (บุญส่ง โพธิ์พุทธชัย-ธานิศ เกศวพิทักษ์-สิงห์พล ละอองมณี) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
508384
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082000104"
    }
}
date
2552
deka_no
7477/2552
deka_running_no
7477
deka_year
2552
department
แผนก
judges
[
    "บุญส่ง โพธิ์พุทธชัย",
    "ธานิศ เกศวพิทักษ์",
    "สิงห์พล ละอองมณี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 43",
            "ม. 185"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการ จังหวัดอุบลราชธานี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายอัคคปัญญา ปักกุนนัน กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 339, 340 ตรี, 357 ริบของกลาง และคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนเป็นเงิน 140,400 บาท แก่ผู้เสียหาย

จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 วรรคแรก ประกอบมาตรา 340 ตรี จำคุก 7 ปี 6 เดือน จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก จำคุก 2 ปี จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 3 ปี 9 เดือน จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 1 ปี กับให้จำเลยที่ 1 คืนหรือใช้ราคาทรัพย์จำนวน 127,900 บาท ที่ยังไม่ได้คืนแก่ผู้เสียหาย โดยให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนแก่ผู้เสียหายเพียงจำนวน 25,500 บาท ริบอาวุธมีดปลายแหลมจำนวน 1 เล่ม ของกลาง ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก (ที่ถูกคำขออื่นให้ยก)

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน

จำเลยที่ 1 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...ที่จำเลยที่ 1 ฎีกาปัญหาข้อกฎหมายว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 3 กำหนดโทษจำเลยที่ 1 ไม่ชอบ เพราะเมื่อจำเลยที่ 1 ต้องระวางโทษหนักขึ้นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 ตรี แล้ว และต้องลดโทษให้จำเลยที่ 1 กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กรณีจึงต้องนำประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 54 มาใช้บังคับ โดยต้องตั้งกำหนดโทษที่จะลงแก่จำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 วรรคแรก ก่อน จึงระวางโทษหนักขึ้นอีกกึ่งหนึ่งแล้วลดโทษลงกึ่งหนึ่งจากผลที่ระวางโทษให้หนักขึ้นนั้น เห็นว่า การกระทำของจำเลยที่ 1 ต้องตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 วรรคแรก ประกอบมาตรา 340 ตรี ซึ่งตามมาตรา 340 ตรี เป็นบทกำหนดโทษไม่ใช่บทเพิ่มโทษ กรณีไม่อาจนำประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 54 มาปรับแก่คดีนี้ได้ ที่ศาลล่างทั้งสองวางโทษจำเลยที่ 1 หนักกว่าที่บัญญัติไว้ในมาตรา 339 วรรคแรก กึ่งหนึ่งแล้วลดโทษให้จำเลยที่ 1 กึ่งหนึ่งชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น

อนึ่ง ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 คืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนแก่ผู้เสียหายเพียงจำนวน 25,500 บาท นั้น เห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 ชิงทรัพย์เงินสดจำนวน 79,000 บาท โทรศัพท์เคลื่อนที่ยี่ห้อต่าง ๆ จำนวน 15 เครื่อง และโทรศัพย์เคลื่อนที่ใช้งานแล้วจำนวน 7 เครื่อง ราคา 60,000 บาท ซิมการ์ดระบบต่าง ๆ จำนวน 17 อัน ราคา 3,400 บาท รวมราคาทรัพย์สินทั้งสิ้นเป็นเงิน 162,400 บาท ของผู้เสียหายไป ส่วนจำเลยที่ 2 รับของโจรโทรศัพท์เคลื่อนที่จำนวนหลายเครื่องของผู้เสียหายที่ถูกจำเลยที่ 1 ชิงทรัพย์ไปดังกล่าว ดังนั้น ที่ศาลล่างทั้งสองให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 โดยไม่ระบุให้ร่วมรับผิดเฉพาะทรัพย์ที่จำเลยที่ 2 รับของโจร จึงเป็นการให้จำเลยที่ 2 รับผิดเกินกว่าที่ต้องรับผิดและไม่ถูกต้อง ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไข"

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 คืนโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ยังไม่ได้คืนหรือใช้ราคาแก่ผู้เสียหายจำนวน 25,500 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000536.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2552