คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4526/2546 ฉบับเต็ม

#50857
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4526/2546 พนักงานอัยการจังหวัดชัยนาท โจทก์ โจทก์ร่วม โจทก์ นาง เปี๊ยก เมฆศรีสวรรค์ โจทก์ นาย เกริกชัย พิมานชัย จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4), มาตรา 5, มาตรา 30 พนักงานอัยการโจทก์ฟ้องว่า จำเลยและ ส. ต่างขับขี่รถจักรยานยนต์ด้วยความประมาทเป็นเหตุให้ ส. ถึงแก่ความตาย ส. จึงมีส่วนในการกระทำผิดทางอาญาด้วย ส. จึงมิใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2(4) ป. ภริยาของ ส. จึงไม่มีอำนาจเข้ามาจัดการแทน ส. ซึ่งถึงแก่ความตายตามมาตรา 5(2) และไม่มีสิทธิขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการ ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2545 เวลา 18.15 นาฬิกา จำเลยขับรถจักรยานยนต์ หมายเลขทะเบียน กฉบ ชัยนาท 20 ไปตามถนนชัยนาท - สิงห์บุรีจากจังหวัดชัยนาท มุ่งหน้าไปจังหวัดสิงห์บุรี โดยประมาทด้วยความเร็วสูงถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นทางโค้งหักขวา และมีนายสุนทร เมฆศรีสวรรค์ ขับรถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียน จ ชัยนาท - 4199 รออยู่ไหล่ทางเพื่อจะเลี้ยวตัดช่องเดินรถที่จำเลยขับ เพื่อเข้าสู่ช่องเดินรถที่จะมุ่งหน้าไปยังจังหวัดชัยนาท เมื่อจำเลยเห็นนายสุนทรขับรถจักรยานยนต์ออกจากไหล่ทาง จำเลยควรใช้ความระมัดระวังโดยการชะลอความเร็วรถลงและให้สัญญาณแตรเตือนให้นายสุนทรทราบว่ารถที่จำเลยขับกำลังจะแล่นผ่านมา ซึ่งจำเลยอาจใช้ความระมัดระวังเช่นว่านั้นได้ แต่หาได้ใช้ให้เพียงพอไม่ โดยจำเลยยังคงขับรถจักรยานยนต์ด้วยความเร็วสูงไม่ให้สัญญาณแตรเตือน และนายสุนทรขับรถจักรยานยนต์ดังกล่าวด้วยความประมาทโดยไม่หยุดรอให้รถทางตรงแล่นผ่านไปก่อนกลับขับรถตัดข้างช่องเดินรถที่จำเลยขับ จำเลยจึงไม่สามารถบังคับรถหลบหรือหยุดรถได้ทัน จึงเป็นเหตุให้รถทั้งสองคันเฉี่ยวชนกันเสียหายนายสุนทรถึงแก่ความตาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 พระราชบัญญัติจราจรทางบกพ.ศ. 2522 มาตรา 43, 157 จำเลยให้การรับสารภาพ ระหว่างพิจารณา นางเปี๊ยก เมฆศรีสวรรค์ ภริยาผู้ตายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาตเฉพาะข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 291 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43 (ที่ถูกเป็นมาตรา 43(4)), 157 เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 อันเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 6 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 3 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลย 2 ปี ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่งแล้ว คงจำคุก 1 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ร่วมฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาต้องวินิจฉัยในเบื้องต้นว่า โจทก์ร่วมมีสิทธิยื่นคำฟ้องฎีกาหรือไม่ คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยและนายสุนทร เมฆศรีสวรรค์ ต่างขับขี่รถจักรยานยนต์ด้วยความประมาท นายสุนทรจึงมีส่วนในการกระทำผิดทางอาญาด้วยดังนั้น ตามคำฟ้องของโจทก์ถือว่านายสุนทรมิใช่เป็นผู้เสียหายโดยนิตินัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2(4) โจทก์ร่วมซึ่งเป็นภริยานายสุนทรจึงไม่มีอำนาจเข้ามาจัดการแทนนายสุนทรตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 5(2) และไม่มีสิทธิขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการซึ่งเป็นโจทก์เดิมได้การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้นางเปี๊ยก เมฆศรีสวรรค์ เข้ามาเป็นโจทก์ร่วมจึงไม่ชอบให้ยกคำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าวเสีย ดังนี้ นางเปี๊ยกจึงไม่มีสิทธิยื่นคำฟ้องฎีกาด้วยศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยฎีกาของนางเปี๊ยก" พิพากษายกฎีกาของนางเปี๊ยก (วสันต์ ตรีสุวรรณ-ชาญชัย ลิขิตจิตถะ-สมบัติ อรรถพิมล) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
50857
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082044474"
    }
}
date
2546
deka_no
4526/2546
deka_running_no
4526
deka_year
2546
department
แผนก
judges
[
    "วสันต์ ตรีสุวรรณ",
    "ชาญชัย ลิขิตจิตถะ",
    "สมบัติ อรรถพิมล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 2 (4)",
            "ม. 5",
            "ม. 30"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดชัยนาท"
    },
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "โจทก์ร่วม"
    },
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นาง เปี๊ยก เมฆศรีสวรรค์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย เกริกชัย พิมานชัย"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2545 เวลา 18.15 นาฬิกา จำเลยขับรถจักรยานยนต์ หมายเลขทะเบียน กฉบ ชัยนาท 20 ไปตามถนนชัยนาท - สิงห์บุรีจากจังหวัดชัยนาท มุ่งหน้าไปจังหวัดสิงห์บุรี โดยประมาทด้วยความเร็วสูงถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นทางโค้งหักขวา และมีนายสุนทร เมฆศรีสวรรค์ ขับรถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียน จ ชัยนาท - 4199 รออยู่ไหล่ทางเพื่อจะเลี้ยวตัดช่องเดินรถที่จำเลยขับ เพื่อเข้าสู่ช่องเดินรถที่จะมุ่งหน้าไปยังจังหวัดชัยนาท เมื่อจำเลยเห็นนายสุนทรขับรถจักรยานยนต์ออกจากไหล่ทาง จำเลยควรใช้ความระมัดระวังโดยการชะลอความเร็วรถลงและให้สัญญาณแตรเตือนให้นายสุนทรทราบว่ารถที่จำเลยขับกำลังจะแล่นผ่านมา ซึ่งจำเลยอาจใช้ความระมัดระวังเช่นว่านั้นได้ แต่หาได้ใช้ให้เพียงพอไม่ โดยจำเลยยังคงขับรถจักรยานยนต์ด้วยความเร็วสูงไม่ให้สัญญาณแตรเตือน และนายสุนทรขับรถจักรยานยนต์ดังกล่าวด้วยความประมาทโดยไม่หยุดรอให้รถทางตรงแล่นผ่านไปก่อนกลับขับรถตัดข้างช่องเดินรถที่จำเลยขับ จำเลยจึงไม่สามารถบังคับรถหลบหรือหยุดรถได้ทัน จึงเป็นเหตุให้รถทั้งสองคันเฉี่ยวชนกันเสียหายนายสุนทรถึงแก่ความตาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 พระราชบัญญัติจราจรทางบกพ.ศ. 2522 มาตรา 43, 157

จำเลยให้การรับสารภาพ

ระหว่างพิจารณา นางเปี๊ยก เมฆศรีสวรรค์ ภริยาผู้ตายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาตเฉพาะข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 291 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43 (ที่ถูกเป็นมาตรา 43(4)), 157 เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 อันเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 6 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 3 ปี

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลย 2 ปี ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่งแล้ว คงจำคุก 1 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์ร่วมฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาต้องวินิจฉัยในเบื้องต้นว่า โจทก์ร่วมมีสิทธิยื่นคำฟ้องฎีกาหรือไม่ คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยและนายสุนทร เมฆศรีสวรรค์ ต่างขับขี่รถจักรยานยนต์ด้วยความประมาท นายสุนทรจึงมีส่วนในการกระทำผิดทางอาญาด้วยดังนั้น ตามคำฟ้องของโจทก์ถือว่านายสุนทรมิใช่เป็นผู้เสียหายโดยนิตินัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2(4) โจทก์ร่วมซึ่งเป็นภริยานายสุนทรจึงไม่มีอำนาจเข้ามาจัดการแทนนายสุนทรตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 5(2) และไม่มีสิทธิขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการซึ่งเป็นโจทก์เดิมได้การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้นางเปี๊ยก เมฆศรีสวรรค์ เข้ามาเป็นโจทก์ร่วมจึงไม่ชอบให้ยกคำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าวเสีย ดังนี้ นางเปี๊ยกจึงไม่มีสิทธิยื่นคำฟ้องฎีกาด้วยศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยฎีกาของนางเปี๊ยก"

พิพากษายกฎีกาของนางเปี๊ยก
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000936.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2546