คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3939/2554 ฉบับเต็ม

#509030
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3939/2554 พนักงานอัยการจังหวัดฝาง โจทก์ นายอ้ายจาย ไม่มีชื่อสกุล จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 13, มาตรา 134/4 จำเลยเป็นชาวเขาเผ่าว้าไม่เข้าใจภาษาไทยและต้องสื่อสารกันด้วยภาษามือ กับจำเลยต้องเบิกความผ่านล่าม เชื่อว่าจำเลยไม่รู้และเข้าใจภาษาไทย การที่พันตำรวจโท ช. สอบปากคำจำเลยโดยไม่ได้จัดหาล่ามแปลให้จำเลยตาม ป.วิ.อ. มาตรา 13 จึงยังถือไม่ได้ว่า จำเลยเข้าใจข้อหาและให้การรับสารภาพด้วยความสมัครใจ ถ้อยคำรับสารภาพของจำเลยจึงไม่สามารถรับฟังเป็นพยานหลักฐานเพื่อพิสูจน์ความผิดของจำเลยได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 134/4 ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 4, 11, 12, 18, 62, 81 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 91 ริบเมทแอมเฟตามีนและแอมเฟตามีนของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพข้อหาเป็นคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต และข้อหาเป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ปฏิเสธข้อหามีเมทแอมเฟตามีนและแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 11, 62 วรรคหนึ่ง, 81 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง และวรรคสาม (2), 66 วรรคสาม การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานเป็นคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 6 เดือน ฐานเป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 6 เดือน ฐานมีเมทแอมเฟตามีนและแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุกตลอดชีวิต และปรับ 5,000,000 บาท สำหรับฐานเป็นคนต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต จำเลยให้การรับสารภาพทั้งสองฐาน เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ฐานเป็นคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต คงจำคุก 3 เดือน ฐานเป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต คงจำคุก 3 เดือน แต่เมื่อศาลลงโทษจำคุกตลอดชีวิตจำเลยสำหรับความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนและแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายแล้ว จึงไม่อาจนำโทษจำคุกจำเลยมารวมได้ คงให้ลงโทษจำคุกตลอดชีวิต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (3) จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องเฉพาะในข้อหามีเมทแอมเฟ-ตามีนและแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย แต่ให้ริบเมทแอมเฟตามีนและแอมเฟตามีนของกลาง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยกระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนและแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายหรือไม่ เห็นว่า พันตรีเจนกับพวก พบเมทแอมเฟตามีนและแอมเฟตามีนของกลางที่หลังคากระท่อมกับบริเวณชายคานอกกระท่อม มิได้พบอยู่ที่จำเลย แม้ขณะเกิดเหตุมีจำเลยอยู่ที่กระท่อมเพียงคนเดียว แต่ได้ความจากพันตำรวจโทชัชวาลว่า พยานสอบปากคำนายสมศักดิ์ ผู้ใหญ่บ้านท้องที่แล้วให้การว่า กระท่อมที่เกิดเหตุเป็นของนายไอ่เบ ซึ่งถูกจับข้อหาเกี่ยวกับยาเสพติดและถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำจังหวัดกำแพงเพชร โดยนายสมศักดิ์ไม่รู้จักจำเลย ตามบันทึกคำให้การ จึงไม่มีพยานหลักฐานใดที่จะยืนยันได้ว่าจำเลยพักอาศัยหลับนอนอยู่ที่กระท่อมดังกล่าว ในอันที่จะพอนำมาเชื่อมโยงหรือเป็นข้อที่บ่งชี้ได้ว่า จำเลยน่าจะมีส่วนรู้เห็นหรือเกี่ยวข้องกับเมทแอมเฟตามีนและแอมเฟตามีนของกลาง ประกอบกับข้อมูลที่พันตรีเจนกับพวกทราบจากแหล่งข่าวว่าจะมีการลำเลียงยาเสพติดเข้ามาในหมู่บ้านฮ้าหก แหล่งข่าวก็มิได้แจ้งว่าผู้ที่ลำเลียงเป็นจำเลย ส่วนที่พันตำรวจโทชัชวาลอ้างว่า ชั้นสอบสวนจำเลยให้การรับสารภาพ โดยระบุไว้ในบันทึกคำให้การ จำเลยเป็นชาวเขาเผ่าว้า สามารถพูดและเข้าใจภาษาไทยได้ดี กลับปรากฏจากคำเบิกความของพันตรีเจนและจ่าสิบเอกสมนึกว่า พยานทั้งสองกับพวกพูดคุยกับจำเลยไม่รู้เรื่องเนื่องจากจำเลยไม่เข้าใจภาษาไทยและต้องสื่อสารกันด้วยภาษามือ สอดคล้องกับข้อเท็จจริงในชั้นพิจารณาที่จำเลยต้องเบิกความผ่านล่าม เชื่อว่าจำเลยไม่รู้และเข้าใจภาษาไทย การที่พันตำรวจโทชัชวาลสอบปากคำจำเลยโดยไม่ได้จัดหาล่ามแปลให้จำเลย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 13 เช่นนี้ จึงยังถือไม่ได้ว่า จำเลยเข้าใจข้อหาและให้การรับสารภาพด้วยความสมัครใจ ถ้อยคำรับสารภาพของจำเลยจึงไม่สามารถนำมารับฟังเป็นพยานหลักฐานเพื่อพิสูจน์ความผิดของจำเลยได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 134/4 ฎีกาของโจทก์ประการอื่นไม่จำต้องวินิจฉัย เพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง พยานหลักฐานของโจทก์ที่นำสืบมายังมีความสงสัยตามสมควรว่าจำเลยกระทำผิดหรือไม่ จึงให้ยกประโยชน์แห่งความสงสัยนั้นให้แก่จำเลย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 วรรคสอง คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 ชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (ประเสริฐ โอนพรัตน์วิบูล-นิยุต สุภัทรพาหิรผล-วิรุฬห์ แสงเทียน) ศาลจังหวัดฝาง - นายคณากร เพียรชนะ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นางศุภลักษณ์ พิชญเวคิน แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.4838/2552 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ1043/2549 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ1047/2550 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
509030
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดฝาง",
        "judge": "นายคณากร เพียรชนะ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 5",
        "judge": "นางศุภลักษณ์ พิชญเวคิน"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081990458"
    }
}
date
2554
deka_no
3939/2554
deka_running_no
3939
deka_year
2554
department
แผนก
judges
[
    "ประเสริฐ โอนพรัตน์วิบูล",
    "นิยุต สุภัทรพาหิรผล",
    "วิรุฬห์ แสงเทียน"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 13",
            "ม. 134/4"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดฝาง"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายอ้ายจาย ไม่มีชื่อสกุล"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 4, 11, 12, 18, 62, 81 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 91 ริบเมทแอมเฟตามีนและแอมเฟตามีนของกลาง

จำเลยให้การรับสารภาพข้อหาเป็นคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต และข้อหาเป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ปฏิเสธข้อหามีเมทแอมเฟตามีนและแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 11, 62 วรรคหนึ่ง, 81 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง และวรรคสาม (2), 66 วรรคสาม การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานเป็นคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 6 เดือน ฐานเป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 6 เดือน ฐานมีเมทแอมเฟตามีนและแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุกตลอดชีวิต และปรับ 5,000,000 บาท สำหรับฐานเป็นคนต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต จำเลยให้การรับสารภาพทั้งสองฐาน เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ฐานเป็นคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต คงจำคุก 3 เดือน ฐานเป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต คงจำคุก 3 เดือน แต่เมื่อศาลลงโทษจำคุกตลอดชีวิตจำเลยสำหรับความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนและแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายแล้ว จึงไม่อาจนำโทษจำคุกจำเลยมารวมได้ คงให้ลงโทษจำคุกตลอดชีวิต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (3)

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องเฉพาะในข้อหามีเมทแอมเฟ-ตามีนและแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย แต่ให้ริบเมทแอมเฟตามีนและแอมเฟตามีนของกลาง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยกระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนและแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายหรือไม่ เห็นว่า พันตรีเจนกับพวก พบเมทแอมเฟตามีนและแอมเฟตามีนของกลางที่หลังคากระท่อมกับบริเวณชายคานอกกระท่อม มิได้พบอยู่ที่จำเลย แม้ขณะเกิดเหตุมีจำเลยอยู่ที่กระท่อมเพียงคนเดียว แต่ได้ความจากพันตำรวจโทชัชวาลว่า พยานสอบปากคำนายสมศักดิ์ ผู้ใหญ่บ้านท้องที่แล้วให้การว่า กระท่อมที่เกิดเหตุเป็นของนายไอ่เบ ซึ่งถูกจับข้อหาเกี่ยวกับยาเสพติดและถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำจังหวัดกำแพงเพชร โดยนายสมศักดิ์ไม่รู้จักจำเลย ตามบันทึกคำให้การ จึงไม่มีพยานหลักฐานใดที่จะยืนยันได้ว่าจำเลยพักอาศัยหลับนอนอยู่ที่กระท่อมดังกล่าว ในอันที่จะพอนำมาเชื่อมโยงหรือเป็นข้อที่บ่งชี้ได้ว่า จำเลยน่าจะมีส่วนรู้เห็นหรือเกี่ยวข้องกับเมทแอมเฟตามีนและแอมเฟตามีนของกลาง ประกอบกับข้อมูลที่พันตรีเจนกับพวกทราบจากแหล่งข่าวว่าจะมีการลำเลียงยาเสพติดเข้ามาในหมู่บ้านฮ้าหก แหล่งข่าวก็มิได้แจ้งว่าผู้ที่ลำเลียงเป็นจำเลย ส่วนที่พันตำรวจโทชัชวาลอ้างว่า ชั้นสอบสวนจำเลยให้การรับสารภาพ โดยระบุไว้ในบันทึกคำให้การ จำเลยเป็นชาวเขาเผ่าว้า สามารถพูดและเข้าใจภาษาไทยได้ดี กลับปรากฏจากคำเบิกความของพันตรีเจนและจ่าสิบเอกสมนึกว่า พยานทั้งสองกับพวกพูดคุยกับจำเลยไม่รู้เรื่องเนื่องจากจำเลยไม่เข้าใจภาษาไทยและต้องสื่อสารกันด้วยภาษามือ สอดคล้องกับข้อเท็จจริงในชั้นพิจารณาที่จำเลยต้องเบิกความผ่านล่าม เชื่อว่าจำเลยไม่รู้และเข้าใจภาษาไทย การที่พันตำรวจโทชัชวาลสอบปากคำจำเลยโดยไม่ได้จัดหาล่ามแปลให้จำเลย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 13 เช่นนี้ จึงยังถือไม่ได้ว่า จำเลยเข้าใจข้อหาและให้การรับสารภาพด้วยความสมัครใจ ถ้อยคำรับสารภาพของจำเลยจึงไม่สามารถนำมารับฟังเป็นพยานหลักฐานเพื่อพิสูจน์ความผิดของจำเลยได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 134/4 ฎีกาของโจทก์ประการอื่นไม่จำต้องวินิจฉัย เพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง พยานหลักฐานของโจทก์ที่นำสืบมายังมีความสงสัยตามสมควรว่าจำเลยกระทำผิดหรือไม่ จึงให้ยกประโยชน์แห่งความสงสัยนั้นให้แก่จำเลย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 วรรคสอง คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 ชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
อ1043/2549
primary_red_case_no
อ1047/2550
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000450.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.4838/2552
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2554