คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10653/2553 ฉบับเต็ม

#509340
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10653/2553 นางสาวนวรัตน์ อัสสรัตนานนท์ โจทก์ นายกิตติพงษ์ อัสสรัตนานนท์ กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 917 วรรคสอง เช็คระบุชื่อโจทก์เป็นผู้รับเงิน แม้ไม่ได้ขีดฆ่าคำว่า "หรือผู้ถือ" แต่ได้มีการขีดคร่อมพร้อมกับมีข้อความว่า "A/C PAYEE only" ในช่องขีดคร่อม อันมีความหมายว่าเช็คนี้ห้ามเปลี่ยนมือและต้องจ่ายเงินแก่ธนาคาร กล่าวคือต้องนำเช็คเข้าบัญชีเงินฝากของโจทก์ที่มีแก่ธนาคารเท่านั้น เมื่อโจทก์มิได้มอบอำนาจให้จำเลยที่ 1 นำเช็คไปเข้าบัญชี จำเลยที่ 2 จึงไม่มีอำนาจรับเช็คดังกล่าวฝากเข้าบัญชีเงินฝากของจำเลยที่ 1 ซึ่งเปิดไว้กับจำเลยที่ 2 การกระทำของจำเลยที่ 2 โดยพนักงานของจำเลยที่ 2 นำเช็คฝากเข้าบัญชีเงินฝากของจำเลยที่ 1 ซึ่งเปิดไว้กับจำเลยที่ 2 ดังกล่าวจึงเป็นการละเมิดต่อโจทก์ ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินจำนวน 225,928.76 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 13 ต่อปี ของต้นเงิน 200,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ให้การขอให้ยกฟ้องและฟ้องแย้งบังคับให้โจทก์ชำระค่าเสียหายจากการกระทำละเมิดเป็นเงินจำนวน 202,301.37 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 200,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องแย้งไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่จำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 ให้การขอให้ยกฟ้อง โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งขอให้ยกฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 200,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 10 กันยายน 2540 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความให้เป็นเงินจำนวน 7,000 บาท ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2 ให้เป็นพับ และยกฟ้องแย้งของจำเลยที่ 1 โจทก์และจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 2 ร่วมกับจำเลยที่ 1 รับผิดชำระเงินพร้อมดอกเบี้ยและค่าฤชาธรรมเนียมเท่ากับจำนวนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแก่โจทก์ และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลอุทธรณ์แทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 2,000 บาท ค่าฤชาธรรมเนียมในส่วนฟ้องแย้งให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า นายชูศักดิ์และนางอารีย์ร่วมกันออกเช็คธนาคารมหานคร จำกัด (มหาชน) สาขาวัดตึก เลขที่ 1022037 ลงวันที่ 9 กันยายน 2540 จำนวนเงิน 200,000 บาท ระบุชื่อโจทก์และขีดคร่อมระบุในช่องที่ขีดคร่อมว่า "A/C PAYEE only" ในวันที่ 10 กันยายน 2540 จำเลยที่ 1 ลงลายมือชื่อของโจทก์สลักหลังเช็คดังกล่าว แล้วนำฝากเข้าบัญชีเงินฝากเลขที่ 088-2-02477-1 ของจำเลยที่ 1 ซึ่งเปิดไว้กับจำเลยที่ 2 สาขาย่อยซอยทองหล่อ จำเลยที่ 2 รับเช็คดังกล่าวเข้าบัญชีเงินฝากของจำเลยที่ 1 แล้วส่งเช็คไปเรียกเก็บเงินจากธนาคารมหานคร จำกัด (มหาชน) สาขาวัดตึก และโอนเงินจำนวนเงินตามเช็คนั้นเข้าบัญชีเงินฝากของจำเลยที่ 1 แล้ว ...ปัญหาวินิจฉัยต่อไปตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ว่า จำเลยที่ 2 ทำละเมิดต่อโจทก์หรือไม่ เห็นว่า เช็คเอกสารหมาย จ.2 ระบุชื่อโจทก์เป็นผู้รับเงิน แม้จะไม่ได้ขีดฆ่าคำว่า "หรือผู้ถือ" แต่ได้มีการขีดคร่อมพร้อมกับมีข้อความว่า "A/C PAYEE only" ในช่องขีดคร่อม อันมีความหมายว่าเช็คนี้ห้ามเปลี่ยนมือและต้องจ่ายเงินแก่ธนาคาร กล่าวคือต้องนำเช็คเข้าบัญชีเงินฝากของโจทก์ที่มีแก่ธนาคารเท่านั้น เมื่อโจทก์มิได้มอบอำนาจให้จำเลยที่ 1 นำเช็คไปเข้าบัญชี จำเลยที่ 2 จึงไม่มีอำนาจรับเช็คเอกสารหมาย จ.2 ฝากเข้าบัญชีเงินฝากของจำเลยที่ 1 ซึ่งเปิดไว้กับจำเลยที่ 2 การกระทำของจำเลยที่ 2 โดยพนักงานของจำเลยที่ 2 ดังกล่าวจึงเป็นการละเมิดต่อโจทก์... พิพากษายืน ให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าทนายความในชั้นฎีกาแทนโจทก์ 6,000 บาท (ธีระวัฒน์ ภัทรานวัช-สิทธิชัย พรหมศร-จักร อุตตโม) ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นายสมเกียรติ เต็งสุวรรณ์ ศาลอุทธรณ์ - นายณรงค์ศักดิ์ เนียมนัด แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.1135/2549 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ22707/2541 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ2163/2545 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
509340
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่งกรุงเทพใต้",
        "judge": "นายสมเกียรติ เต็งสุวรรณ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายณรงค์ศักดิ์ เนียมนัด"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081993589"
    }
}
date
2553
deka_no
10653/2553
deka_running_no
10653
deka_year
2553
department
แผนก
judges
[
    "ธีระวัฒน์ ภัทรานวัช",
    "สิทธิชัย พรหมศร",
    "จักร อุตตโม"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 917 วรรคสอง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางสาวนวรัตน์ อัสสรัตนานนท์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายกิตติพงษ์ อัสสรัตนานนท์ กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินจำนวน 225,928.76 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 13 ต่อปี ของต้นเงิน 200,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยที่ 1 ให้การขอให้ยกฟ้องและฟ้องแย้งบังคับให้โจทก์ชำระค่าเสียหายจากการกระทำละเมิดเป็นเงินจำนวน 202,301.37 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 200,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องแย้งไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่จำเลยที่ 1

จำเลยที่ 2 ให้การขอให้ยกฟ้อง

โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งขอให้ยกฟ้องแย้ง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 200,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 10 กันยายน 2540 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความให้เป็นเงินจำนวน 7,000 บาท ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2 ให้เป็นพับ และยกฟ้องแย้งของจำเลยที่ 1

โจทก์และจำเลยที่ 1 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 2 ร่วมกับจำเลยที่ 1 รับผิดชำระเงินพร้อมดอกเบี้ยและค่าฤชาธรรมเนียมเท่ากับจำนวนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแก่โจทก์ และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลอุทธรณ์แทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 2,000 บาท ค่าฤชาธรรมเนียมในส่วนฟ้องแย้งให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า นายชูศักดิ์และนางอารีย์ร่วมกันออกเช็คธนาคารมหานคร จำกัด (มหาชน) สาขาวัดตึก เลขที่ 1022037 ลงวันที่ 9 กันยายน 2540 จำนวนเงิน 200,000 บาท ระบุชื่อโจทก์และขีดคร่อมระบุในช่องที่ขีดคร่อมว่า "A/C PAYEE only" ในวันที่ 10 กันยายน 2540 จำเลยที่ 1 ลงลายมือชื่อของโจทก์สลักหลังเช็คดังกล่าว แล้วนำฝากเข้าบัญชีเงินฝากเลขที่ 088-2-02477-1 ของจำเลยที่ 1 ซึ่งเปิดไว้กับจำเลยที่ 2 สาขาย่อยซอยทองหล่อ จำเลยที่ 2 รับเช็คดังกล่าวเข้าบัญชีเงินฝากของจำเลยที่ 1 แล้วส่งเช็คไปเรียกเก็บเงินจากธนาคารมหานคร จำกัด (มหาชน) สาขาวัดตึก และโอนเงินจำนวนเงินตามเช็คนั้นเข้าบัญชีเงินฝากของจำเลยที่ 1 แล้ว

...ปัญหาวินิจฉัยต่อไปตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ว่า จำเลยที่ 2 ทำละเมิดต่อโจทก์หรือไม่ เห็นว่า เช็คเอกสารหมาย จ.2 ระบุชื่อโจทก์เป็นผู้รับเงิน แม้จะไม่ได้ขีดฆ่าคำว่า "หรือผู้ถือ" แต่ได้มีการขีดคร่อมพร้อมกับมีข้อความว่า "A/C PAYEE only" ในช่องขีดคร่อม อันมีความหมายว่าเช็คนี้ห้ามเปลี่ยนมือและต้องจ่ายเงินแก่ธนาคาร กล่าวคือต้องนำเช็คเข้าบัญชีเงินฝากของโจทก์ที่มีแก่ธนาคารเท่านั้น เมื่อโจทก์มิได้มอบอำนาจให้จำเลยที่ 1 นำเช็คไปเข้าบัญชี จำเลยที่ 2 จึงไม่มีอำนาจรับเช็คเอกสารหมาย จ.2 ฝากเข้าบัญชีเงินฝากของจำเลยที่ 1 ซึ่งเปิดไว้กับจำเลยที่ 2 การกระทำของจำเลยที่ 2 โดยพนักงานของจำเลยที่ 2 ดังกล่าวจึงเป็นการละเมิดต่อโจทก์...

พิพากษายืน ให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าทนายความในชั้นฎีกาแทนโจทก์ 6,000 บาท
opensearch_id
primary_black_case_no
พ22707/2541
primary_red_case_no
พ2163/2545
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000478.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.1135/2549
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2553