คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1389/2554 ฉบับเต็ม

#509348
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1389/2554 นายไชย ทั่งสัมพันธ์ โจทก์ นางสุนีย์ แซ่โง้ว ผู้ร้อง นางสุวรรณี ทั่งสัมพันธ์หรือถาวรสภานันท์ กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 57 (2), มาตรา 142 การพิจารณาว่าจะอนุญาตให้ผู้ร้องเข้ามาเป็นผู้ร้องสอดหรือไม่ มีประเด็นต้องวินิจฉัย 2 ประเด็น คือ ประเด็นว่าผู้ร้องเป็นผู้มีส่วนได้เสียในคดีอันจะเป็นเหตุให้ผู้ร้องมีอำนาจร้องสอดเข้ามาเป็นคู่ความได้หรือไม่ และประเด็นว่ากรณีมีเหตุสมควรอนุญาตให้เข้ามาในคดีได้หรือไม่ การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ผู้ร้องเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของเจ้ามรดกซึ่งเป็นเหตุให้ผู้ร้องมีส่วนได้เสียในคดีนี้ จึงเป็นการวินิจฉัยในประเด็นเรื่องอำนาจร้องสอดของผู้ร้อง คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์จึงไม่เป็นการวินิจฉัยนอกคำร้องสอดหรือนอกประเด็น แม้คำวินิจฉัยที่ว่า ผู้ร้องเป็นภริยาโดยชอบ ของเจ้ามรดกมีผลกระทบต่อสิทธิ ของโจทก์ในฐานะทายาทของเจ้ามรดก ซึ่งทำให้โจทก์มีสิทธิฎีกา ขอให้ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ผู้ร้องไม่ใช่ภริยาโดยชอบก็ตาม แต่ปัญหาดังกล่าว เป็นปัญหาสำคัญที่สมควรนำไปวินิจฉัย ในคดีที่ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาโดยตรงของคดีเมื่อคดีนี้ผู้ร้องไม่ได้ ฎีกาคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ที่ยกคำร้องสอด เพราะไม่เห็นสมควรอนุญาตให้ผู้ร้องสอดเข้ามาเป็นคู่ความในคดี ปัญหาในเรื่องการร้องสอดของผู้ร้องจึงยุติไปแล้ว การที่ศาลฎีกาจะวินิจฉัยฎีกาข้อนี้ของโจทก์ ไม่ว่าวินิจฉัยในทางใดย่อมไม่มีผลเปลี่ยนแปลงคำสั่งศาลล่าง ฎีกาข้อนี้จึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย ในคดีนี้ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มาตรา 219 วรรคสอง และพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 23 วรรคหนึ่ง ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ซึ่งเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกับจำเลยทั้งหก โดยเป็นบุตรของนายชวลิต เจ้ามรดกกับผู้ร้องได้ยื่นฟ้องจำเลยทั้งหก ขอให้จำเลยทั้งหกนำทรัพย์มรดกที่ได้รับไปคนละ 400,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 17,240,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยกลับมาคืนเข้ากองมรดกของนายชวลิตต่อไป จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การ จำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 ยื่นคำให้การขอให้ยกฟ้อง ผู้ร้องยื่นคำร้องสอดขอเข้าเป็นจำเลยร่วม ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วมีคำสั่งยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว วินิจฉัยว่าคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ที่ว่าผู้ร้องเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของเจ้ามรดกเพราะการหย่าระหว่างผู้ร้องกับเจ้ามรดกเป็นการกระทำเพื่ออำพรางการสมรส เป็นการวินิจฉัยนอกคำร้องสอดและนอกประเด็นนั้น เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งหกในฐานะทายาทของเจ้ามรดกคืนทรัพย์มรดกที่ได้รับการแบ่งไปแล้วโดยไม่ชอบกลับมาคืนกองมรดก และผู้ร้องกล่าวอ้างมาในคำร้องว่า ผู้ร้องมีสิทธิในเงินที่โจทก์ฟ้องเรียกคืนจากจำเลยทั้งหกกึ่งหนึ่งในฐานะภริยาของเจ้ามรดก และยังมีสิทธิได้รับมรดกในฐานะเป็นทายาทของเจ้ามรดกด้วย ซึ่งโจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า ผู้ร้องไม่ใช่ภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของเจ้ามรดกเพราะจดทะเบียนหย่ากับเจ้ามรดกแล้ว เห็นว่า ในการพิจารณาปัญหาว่าจะอนุญาตให้ผู้ร้องเข้ามาเป็นผู้ร้องสอดหรือไม่ มีประเด็นต้องวินิจฉัยสองประเด็น คือ ประเด็นว่าผู้ร้องเป็นผู้มีส่วนได้เสียในคดีอันจะเป็นเหตุให้ผู้ร้องมีอำนาจร้องสอดเข้ามาเป็นคู่ความได้หรือไม่ และประเด็นว่ากรณีมีเหตุสมควรอนุญาตให้เข้ามาในคดีหรือไม่ การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ผู้ร้องเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของเจ้ามรดกซึ่งเป็นเหตุให้ผู้ร้องมีส่วนได้เสียในคดีนี้จึงเป็นการวินิจฉัยในประเด็นเรื่องอำนาจร้องสอดของผู้ร้อง คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์จึงไม่เป็นการวินิจฉัยนอกคำร้องสอดหรือนอกประเด็นแต่อย่างใด ฎีกาข้อนี้ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (อมรรัตน์ ดีศรีวงศ์-สนอง เล่าศรีวรกต-สุริยง ลิ้มสถิรานันท์) ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นายสุรศักดิ์ ตรีรัตน์ศิริกุล ศาลอุทธรณ์ - นายยงยศ เอี่ยมทอง แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.390/2552 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ3085/2547 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
509348
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่งกรุงเทพใต้",
        "judge": "นายสุรศักดิ์ ตรีรัตน์ศิริกุล"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายยงยศ เอี่ยมทอง"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081991364"
    }
}
date
2554
deka_no
1389/2554
deka_running_no
1389
deka_year
2554
department
แผนก
judges
[
    "อมรรัตน์ ดีศรีวงศ์",
    "สนอง เล่าศรีวรกต",
    "สุริยง ลิ้มสถิรานันท์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 57 (2)",
            "ม. 142"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายไชย ทั่งสัมพันธ์"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "นางสุนีย์ แซ่โง้ว"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสุวรรณี ทั่งสัมพันธ์หรือถาวรสภานันท์ กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ซึ่งเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกับจำเลยทั้งหก โดยเป็นบุตรของนายชวลิต เจ้ามรดกกับผู้ร้องได้ยื่นฟ้องจำเลยทั้งหก ขอให้จำเลยทั้งหกนำทรัพย์มรดกที่ได้รับไปคนละ 400,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 17,240,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยกลับมาคืนเข้ากองมรดกของนายชวลิตต่อไป จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การ จำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 ยื่นคำให้การขอให้ยกฟ้อง

ผู้ร้องยื่นคำร้องสอดขอเข้าเป็นจำเลยร่วม ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วมีคำสั่งยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว วินิจฉัยว่าคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ที่ว่าผู้ร้องเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของเจ้ามรดกเพราะการหย่าระหว่างผู้ร้องกับเจ้ามรดกเป็นการกระทำเพื่ออำพรางการสมรส เป็นการวินิจฉัยนอกคำร้องสอดและนอกประเด็นนั้น เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งหกในฐานะทายาทของเจ้ามรดกคืนทรัพย์มรดกที่ได้รับการแบ่งไปแล้วโดยไม่ชอบกลับมาคืนกองมรดก และผู้ร้องกล่าวอ้างมาในคำร้องว่า ผู้ร้องมีสิทธิในเงินที่โจทก์ฟ้องเรียกคืนจากจำเลยทั้งหกกึ่งหนึ่งในฐานะภริยาของเจ้ามรดก และยังมีสิทธิได้รับมรดกในฐานะเป็นทายาทของเจ้ามรดกด้วย ซึ่งโจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า ผู้ร้องไม่ใช่ภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของเจ้ามรดกเพราะจดทะเบียนหย่ากับเจ้ามรดกแล้ว เห็นว่า ในการพิจารณาปัญหาว่าจะอนุญาตให้ผู้ร้องเข้ามาเป็นผู้ร้องสอดหรือไม่ มีประเด็นต้องวินิจฉัยสองประเด็น คือ ประเด็นว่าผู้ร้องเป็นผู้มีส่วนได้เสียในคดีอันจะเป็นเหตุให้ผู้ร้องมีอำนาจร้องสอดเข้ามาเป็นคู่ความได้หรือไม่ และประเด็นว่ากรณีมีเหตุสมควรอนุญาตให้เข้ามาในคดีหรือไม่ การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ผู้ร้องเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของเจ้ามรดกซึ่งเป็นเหตุให้ผู้ร้องมีส่วนได้เสียในคดีนี้จึงเป็นการวินิจฉัยในประเด็นเรื่องอำนาจร้องสอดของผู้ร้อง คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์จึงไม่เป็นการวินิจฉัยนอกคำร้องสอดหรือนอกประเด็นแต่อย่างใด ฎีกาข้อนี้ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ3085/2547
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000458.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.390/2552
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2554