คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1721/2554 ฉบับเต็ม

#509362
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1721/2554 พนักงานอัยการจังหวัดอุทัยธานี โจทก์ นางพรสวรรค์ พูลทอง กับพวก จำเลย ป.อ. มาตรา 261 (1), มาตรา 268 วรรคแรก โจทก์บรรยายฟ้องในข้อ 1 ก. และ 1 ข. ว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันปลอมหนังสือรับรองการทำประโยชน์เอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการ และใช้เอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชปลอม ส่วนฟ้องในข้อ 1 ค. โจทก์บรรยายฟ้องเพียงว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการปลอมฉบับเดิมเท่านั้น มิได้บรรยายฟ้องว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันทำปลอมเอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการขึ้นใหม่ การกระทำของจำเลยทั้งสองตามฟ้องข้อ 1 ค. จึงมีความผิดฐานร่วมกันใช้เอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการปลอมฐานเดียวตามมาตรา 268 วรรคแรก ประกอบด้วยมาตรา 266 (1) เท่านั้น ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 83, 264, 266, 268 ริบหนังสือรับรองการทำประโยชน์ของกลาง จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ แต่ก่อนสืบพยาน จำเลยทั้งสองขอถอนคำให้การเดิมและให้การใหม่เป็นรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 266 (1), 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 266 (1), 83 จำเลยทั้งสองร่วมกันปลอมและใช้เอกสารปลอม ลงโทษจำเลยทั้งสองตามมาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 266 (1), 83 ตามมาตรา 268 วรรคสอง จำคุกจำเลยทั้งสองกระทงละ 3 ปี รวม 2 กระทง เป็นจำคุกคนละ 6 ปี จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกคนละ 2 ปี 12 เดือน ริบหนังสือรับรองการทำประโยชน์ของกลาง จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาแก้เป็นว่า ในความผิดกระทงที่ 1 จำเลยทั้งสองมีความผิดฐานร่วมกันปลอมและใช้เอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการปลอม จึงให้ลงโทษฐานร่วมกันใช้เอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคสอง จำคุกคนละ 2 ปี ส่วนกระทงที่ 2 จำเลยทั้งสองมีความผิดฐานร่วมกันใช้เอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคแรก จำคุกคนละ 2 ปี รวมสองกระทง เป็นจำคุกคนละ 4 ปี ลดโทษให้จำเลยทั้งสองคนละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว คงจำคุกคนละ 2 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ว่า ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 ลงโทษจำเลยทั้งสองในความผิดกระทงที่สองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคแรก ชอบหรือไม่ เห็นว่า แม้โจทก์จะบรรยายฟ้องในฟ้องข้อ 1 ก. ว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันปลอมหนังสือรับรองการทำประโยชน์อันเป็นเอกสารสิทธิซึ่งเป็นเอกสารราชการขึ้นทั้งฉบับก็ตาม แต่โจทก์บรรยายฟ้องในข้อ 1 ก. และ 1 ข. ว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันปลอมเอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการและใช้เอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการปลอมเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2545 ส่วนฟ้องในข้อ 1 ค. โจทก์บรรยายฟ้องเพียงว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เอกสารสิทธิอันเป็นราชการปลอมฉบับเดิมเท่านั้น มิได้บรรยายฟ้องว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันทำปลอมเอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการขึ้นใหม่ การกระทำของจำเลยทั้งสองในกระทงที่สองจึงมีความผิดฐานร่วมกันใช้เอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการปลอมฐานเดียวตามมาตรา 268 วรรคแรก ประกอบด้วยมาตรา 266 (1) เท่านั้น ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (สมชัย เกษชุมพล-ชัยวุฒิ โลหชิตรานนท์-ทวี ประจวบลาภ) ศาลจังหวัดอุทัยธานี - นางสาวสุนันทา ธนสารสมบัติ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 - นายทรงพล สงวนพงศ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.5688/2553 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ697/2551 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ798/2552 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
509362
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดอุทัยธานี",
        "judge": "นางสาวสุนันทา ธนสารสมบัติ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 6",
        "judge": "นายทรงพล สงวนพงศ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081991253"
    }
}
date
2554
deka_no
1721/2554
deka_running_no
1721
deka_year
2554
department
แผนก
judges
[
    "สมชัย เกษชุมพล",
    "ชัยวุฒิ โลหชิตรานนท์",
    "ทวี ประจวบลาภ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 261 (1)",
            "ม. 268 วรรคแรก"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดอุทัยธานี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางพรสวรรค์ พูลทอง กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 83, 264, 266, 268 ริบหนังสือรับรองการทำประโยชน์ของกลาง

จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ แต่ก่อนสืบพยาน จำเลยทั้งสองขอถอนคำให้การเดิมและให้การใหม่เป็นรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 266 (1), 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 266 (1), 83 จำเลยทั้งสองร่วมกันปลอมและใช้เอกสารปลอม ลงโทษจำเลยทั้งสองตามมาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 266 (1), 83 ตามมาตรา 268 วรรคสอง จำคุกจำเลยทั้งสองกระทงละ 3 ปี รวม 2 กระทง เป็นจำคุกคนละ 6 ปี จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกคนละ 2 ปี 12 เดือน ริบหนังสือรับรองการทำประโยชน์ของกลาง

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาแก้เป็นว่า ในความผิดกระทงที่ 1 จำเลยทั้งสองมีความผิดฐานร่วมกันปลอมและใช้เอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการปลอม จึงให้ลงโทษฐานร่วมกันใช้เอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคสอง จำคุกคนละ 2 ปี ส่วนกระทงที่ 2 จำเลยทั้งสองมีความผิดฐานร่วมกันใช้เอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคแรก จำคุกคนละ 2 ปี รวมสองกระทง เป็นจำคุกคนละ 4 ปี ลดโทษให้จำเลยทั้งสองคนละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว คงจำคุกคนละ 2 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ว่า ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 ลงโทษจำเลยทั้งสองในความผิดกระทงที่สองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคแรก ชอบหรือไม่ เห็นว่า แม้โจทก์จะบรรยายฟ้องในฟ้องข้อ 1 ก. ว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันปลอมหนังสือรับรองการทำประโยชน์อันเป็นเอกสารสิทธิซึ่งเป็นเอกสารราชการขึ้นทั้งฉบับก็ตาม แต่โจทก์บรรยายฟ้องในข้อ 1 ก. และ 1 ข. ว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันปลอมเอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการและใช้เอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการปลอมเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2545 ส่วนฟ้องในข้อ 1 ค. โจทก์บรรยายฟ้องเพียงว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เอกสารสิทธิอันเป็นราชการปลอมฉบับเดิมเท่านั้น มิได้บรรยายฟ้องว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันทำปลอมเอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการขึ้นใหม่ การกระทำของจำเลยทั้งสองในกระทงที่สองจึงมีความผิดฐานร่วมกันใช้เอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการปลอมฐานเดียวตามมาตรา 268 วรรคแรก ประกอบด้วยมาตรา 266 (1) เท่านั้น ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
อ697/2551
primary_red_case_no
อ798/2552
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000457.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.5688/2553
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2554