คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12162/2553 ฉบับเต็ม

#509374
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12162/2553 นายสมชาย เหล่าสายเชื้อ โจทก์ นายสุวรรณ ลาภบุญเรือง กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 237, มาตรา 420, มาตรา 1332 โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์คันพิพาทมิได้มอบอำนาจให้จำเลยที่ 1 ไปจดทะเบียนโอนรถยนต์คันพิพาท จำเลยที่ 1 ใช้หนังสือมอบอำนาจบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของโจทก์ที่จำเลยที่ 1 ปลอมลายมือชื่อโจทก์ไปจดทะเบียนโอนรถยนต์คันพิพาทให้แก่จำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 ย่อมไม่ได้กรรมสิทธิ์ในรถยนต์คันพิพาทตามหลักกฎหมายที่ว่า ผู้รับโอนไม่มีสิทธิดีกว่าผู้โอน การที่ บ. และจำเลยที่ 1 นำรถยนต์คันพิพาทของโจทก์มาจัดไฟแนนซ์กับบริษัท ด. จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นบริษัทของจำเลยที่ 2 ไม่ใช่การซื้อขายในท้องตลาดหรือจากพ่อค้าซึ่งขายของชนิดนั้น ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1332 ดังนั้น จำเลยที่ 2 จะสุจริตหรือไม่ ก็ไม่เป็นเหตุให้ได้รับการคุ้มครองตามบทบัญญัติกฎหมายดังกล่าว แม้ตามคำขอท้ายฟ้องโจทก์จะมิได้ขอให้ศาลพิพากษาเพิกถอนใบแทนคู่มือจดทะเบียนรถยนต์คันพิพาทก็ตาม แต่เมื่อปรากฏว่าใบแทนคู่มือจดทะเบียนรถยนต์คันพิพาทออกโดยมิชอบด้วยกฎหมาย และโจทก์มีคำขอให้ใบคู่มือจดทะเบียนรถฉบับของโจทก์มีผลใช้บังคับดังเดิม ศาลก็ชอบที่จะพิพากษาให้เพิกถอนใบแทนคู่มือจดทะเบียนรถสำหรับรถยนต์คันพิพาทนั้นได้ ไม่เป็นการพิพากษาเกินคำขอ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์และมีสิทธิในรถยนต์หมายเลขทะเบียน บบ 8096 ขอนแก่น ให้มีคำสั่งให้ใบคู่มือจดทะเบียนรถฉบับใบแทนสูญหายของรถยนต์หมายเลขทะเบียน บบ 8096 ขอนแก่น เป็นโมฆะ และให้ใบคู่มือจดทะเบียนรถฉบับของโจทก์มีผลใช้บังคับได้ตามเดิม ให้เพิกถอนชื่อจำเลยที่ 2 ออกจากการเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ทางทะเบียนในรถยนต์หมายเลขทะเบียน บบ 8096 ขอนแก่น และให้จำเลยที่ 3 และที่ 4 แก้ไขชื่อให้โจทก์กลับเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ตามเดิม ให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันหรือแทนกันชำระค่าเสียหายจำนวน 205,000 บาท แก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การ จำเลยที่ 2 ให้การขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 3 และที่ 4 ให้การขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณา โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องจำเลยที่ 3 และที่ 4 ศาลชั้นต้นอนุญาต และจำหน่ายคดีเฉพาะในส่วนของจำเลยที่ 3 และที่ 4 ออกจากสารบบความ ศาลชั้นต้นพพิพากษาว่า ให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 205,000 บาท แก่โจทก์ กับให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 4,000 บาท ยกฟ้องจำเลยที่ 2 คำขออื่นให้ยก โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาแก้เป็นว่า โจทก์เป็นเจ้าของผู้มีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า หมายเลขทะเบียน บบ 8096 ขอนแก่น เพิกถอนใบแทนใบคู่มือจดทะเบียนรถสำหรับรถยนต์หมายเลขทะเบียน บบ 8096 ขอนแก่น ที่นายทะเบียนขนส่งจังหวัดขอนแก่น ออกให้แทนฉบับเดิมที่สูญหายเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2543 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ประการแรกว่า จำเลยที่ 2 มีกรรมสิทธิ์เป็นเจ้าของรถยนต์คันพิพาทหรือไม่ เห็นว่า การที่โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์คันพิพาท มิได้มอบอำนาจให้จำเลยที่ 1 ไปจดทะเบียนโอนรถยนต์คันพิพาท จำเลยที่ 2 รับซื้อรถยนต์คันพิพาทจากจำเลยที่ 1 ที่กระทำโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เมื่อจำเลยที่ 1 ไม่มีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์คันพิพาทนำรถยนต์คันพิพาทไปจดทะเบียนโอนขายให้แก่จำเลยที่ 2 โดยใช้บัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านที่ระบุว่าเป็นของโจทก์ปลอมไปจดทะเบียนโอนรถยนต์คันพิพาทให้แก่จำเลยที่ 2 จึงเข้าหลักที่ว่าผู้รับโอนไม่มีสิทธิดีกว่าผู้โอน จำเลยที่ 2 ไม่ได้รับโอนรถยนต์คันพิพาทจากโจทก์ผู้มีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์คันพิพาท จำเลยที่ 2 ย่อมไม่ได้กรรมสิทธิ์ในรถยนต์คันพิพาท ทั้งการที่นางสาวเบญจวรรณ มีวงศ์ และจำเลยที่ 1 นำรถยนต์คันพิพาทของโจทก์มาจัดไฟแนนซ์กับบริษัทดีดี กาฬสินธุ์ มอเตอร์เซลล์ จำกัด จังหวัดกาฬสินธุ์ซึ่งเป็นบริษัทของจำเลยที่ 2 ก็ไม่ใช่เป็นการซื้อขายในท้องตลาดหรือจากพ่อค้าซึ่งขายของชนิดนั้น ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1332 ดังนั้น จำเลยที่ 2 จะสุจริตหรือไม่ ก็ไม่เป็นเหตุให้ได้รับความคุ้มครองตามบทกฎหมายดังกล่าว ฎีกาของจำเลยที่ 2 ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ประการสุดท้ายว่า การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาให้เพิกถอนใบแทนใบคู่มือจดทะเบียนรถยนต์คันพิพาท เป็นการพิพากษาเกินไปหรือนอกจากที่ปรากฏในคำฟ้องหรือไม่ เห็นว่า แม้ตามคำขอท้ายฟ้อง โจทก์จะขอให้เพิกถอนชื่อจำเลยที่ 2 ออกจากการเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ทางทะเบียนในรถยนต์คันพิพาทเป็นชื่อของโจทก์ก็ตาม เมื่อปรากฏว่าใบแทนใบคู่มือจดทะเบียนรถสำหรับรถยนต์คันพิพาทที่นายทะเบียนขนส่งจังหวัดขอนแก่น ออกให้แทนฉบับเดิมเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2543 ก็เป็นการดำเนินการของนายทะเบียนขนส่งจังหวัดขอนแก่นตามที่ได้รับแจ้งข้อความเท็จจากจำเลยที่ 2 ถือว่าใบแทนคู่มือการจดทะเบียนเป็นการออกโดยไม่ชอบกฎหมาย แม้โจทก์จะมิได้ขอให้เพิกถอน แต่โจทก์ก็มีคำขอให้ใบคู่มือจดทะเบียนรถฉบับของโจทก์มีผลใช้บังคับได้ตามเดิม ศาลก็ชอบที่จะพิพากษาให้เพิกถอนใบแทนใบคู่มือจดทะเบียนรถสำหรับรถยนต์คันพิพาทที่ออกโดยไม่ชอบนั้นได้ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 จึงไม่เกินคำขอ ฎีกาจำเลยที่ 2 ข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน พิพากษายืน ให้จำเลยที่ 2 ใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา 6,000 บาท แทนโจทก์ (สมศักดิ์ ตันติภิรมย์-พินิจ สุเสารัจ-วีรา ไวยหงษ์ รินทร์ศรี) ศาลแขวงขอนแก่น - นายชะรัตน์ สุวรรณมา ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นางเมทินี ชโลธร แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.249/2550 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ553/2545 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ1525/2545 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
509374
courts
[
    {
        "court": "ศาลแขวงขอนแก่น",
        "judge": "นายชะรัตน์ สุวรรณมา"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 4",
        "judge": "นางเมทินี ชโลธร"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081992931"
    }
}
date
2553
deka_no
12162/2553
deka_running_no
12162
deka_year
2553
department
แผนก
judges
[
    "สมศักดิ์ ตันติภิรมย์",
    "พินิจ สุเสารัจ",
    "วีรา ไวยหงษ์ รินทร์ศรี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 237",
            "ม. 420",
            "ม. 1332"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายสมชาย เหล่าสายเชื้อ"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายสุวรรณ ลาภบุญเรือง กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์และมีสิทธิในรถยนต์หมายเลขทะเบียน บบ 8096 ขอนแก่น ให้มีคำสั่งให้ใบคู่มือจดทะเบียนรถฉบับใบแทนสูญหายของรถยนต์หมายเลขทะเบียน บบ 8096 ขอนแก่น เป็นโมฆะ และให้ใบคู่มือจดทะเบียนรถฉบับของโจทก์มีผลใช้บังคับได้ตามเดิม ให้เพิกถอนชื่อจำเลยที่ 2 ออกจากการเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ทางทะเบียนในรถยนต์หมายเลขทะเบียน บบ 8096 ขอนแก่น และให้จำเลยที่ 3 และที่ 4 แก้ไขชื่อให้โจทก์กลับเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ตามเดิม ให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันหรือแทนกันชำระค่าเสียหายจำนวน 205,000 บาท แก่โจทก์

จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การ

จำเลยที่ 2 ให้การขอให้ยกฟ้อง

จำเลยที่ 3 และที่ 4 ให้การขอให้ยกฟ้อง

ระหว่างพิจารณา โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องจำเลยที่ 3 และที่ 4 ศาลชั้นต้นอนุญาต และจำหน่ายคดีเฉพาะในส่วนของจำเลยที่ 3 และที่ 4 ออกจากสารบบความ

ศาลชั้นต้นพพิพากษาว่า ให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 205,000 บาท แก่โจทก์ กับให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 4,000 บาท ยกฟ้องจำเลยที่ 2 คำขออื่นให้ยก

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาแก้เป็นว่า โจทก์เป็นเจ้าของผู้มีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า หมายเลขทะเบียน บบ 8096 ขอนแก่น เพิกถอนใบแทนใบคู่มือจดทะเบียนรถสำหรับรถยนต์หมายเลขทะเบียน บบ 8096 ขอนแก่น ที่นายทะเบียนขนส่งจังหวัดขอนแก่น ออกให้แทนฉบับเดิมที่สูญหายเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2543 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

จำเลยที่ 2 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ประการแรกว่า จำเลยที่ 2 มีกรรมสิทธิ์เป็นเจ้าของรถยนต์คันพิพาทหรือไม่ เห็นว่า การที่โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์คันพิพาท มิได้มอบอำนาจให้จำเลยที่ 1 ไปจดทะเบียนโอนรถยนต์คันพิพาท จำเลยที่ 2 รับซื้อรถยนต์คันพิพาทจากจำเลยที่ 1 ที่กระทำโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เมื่อจำเลยที่ 1 ไม่มีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์คันพิพาทนำรถยนต์คันพิพาทไปจดทะเบียนโอนขายให้แก่จำเลยที่ 2 โดยใช้บัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านที่ระบุว่าเป็นของโจทก์ปลอมไปจดทะเบียนโอนรถยนต์คันพิพาทให้แก่จำเลยที่ 2 จึงเข้าหลักที่ว่าผู้รับโอนไม่มีสิทธิดีกว่าผู้โอน จำเลยที่ 2 ไม่ได้รับโอนรถยนต์คันพิพาทจากโจทก์ผู้มีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์คันพิพาท จำเลยที่ 2 ย่อมไม่ได้กรรมสิทธิ์ในรถยนต์คันพิพาท ทั้งการที่นางสาวเบญจวรรณ มีวงศ์ และจำเลยที่ 1 นำรถยนต์คันพิพาทของโจทก์มาจัดไฟแนนซ์กับบริษัทดีดี กาฬสินธุ์ มอเตอร์เซลล์ จำกัด จังหวัดกาฬสินธุ์ซึ่งเป็นบริษัทของจำเลยที่ 2 ก็ไม่ใช่เป็นการซื้อขายในท้องตลาดหรือจากพ่อค้าซึ่งขายของชนิดนั้น ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1332 ดังนั้น จำเลยที่ 2 จะสุจริตหรือไม่ ก็ไม่เป็นเหตุให้ได้รับความคุ้มครองตามบทกฎหมายดังกล่าว ฎีกาของจำเลยที่ 2 ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ประการสุดท้ายว่า การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาให้เพิกถอนใบแทนใบคู่มือจดทะเบียนรถยนต์คันพิพาท เป็นการพิพากษาเกินไปหรือนอกจากที่ปรากฏในคำฟ้องหรือไม่ เห็นว่า แม้ตามคำขอท้ายฟ้อง โจทก์จะขอให้เพิกถอนชื่อจำเลยที่ 2 ออกจากการเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ทางทะเบียนในรถยนต์คันพิพาทเป็นชื่อของโจทก์ก็ตาม เมื่อปรากฏว่าใบแทนใบคู่มือจดทะเบียนรถสำหรับรถยนต์คันพิพาทที่นายทะเบียนขนส่งจังหวัดขอนแก่น ออกให้แทนฉบับเดิมเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2543 ก็เป็นการดำเนินการของนายทะเบียนขนส่งจังหวัดขอนแก่นตามที่ได้รับแจ้งข้อความเท็จจากจำเลยที่ 2 ถือว่าใบแทนคู่มือการจดทะเบียนเป็นการออกโดยไม่ชอบกฎหมาย แม้โจทก์จะมิได้ขอให้เพิกถอน แต่โจทก์ก็มีคำขอให้ใบคู่มือจดทะเบียนรถฉบับของโจทก์มีผลใช้บังคับได้ตามเดิม ศาลก็ชอบที่จะพิพากษาให้เพิกถอนใบแทนใบคู่มือจดทะเบียนรถสำหรับรถยนต์คันพิพาทที่ออกโดยไม่ชอบนั้นได้ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 จึงไม่เกินคำขอ ฎีกาจำเลยที่ 2 ข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน

พิพากษายืน ให้จำเลยที่ 2 ใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา 6,000 บาท แทนโจทก์
opensearch_id
primary_black_case_no
พ553/2545
primary_red_case_no
พ1525/2545
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000472.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.249/2550
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2553